ทุบสถิติวันเดียวป่วย COVID-19 ทั่วโลกเกิน 2 แสนคน

ทุบสถิติวันเดียวป่วย COVID-19 ทั่วโลกเกิน 2 แสนคน

ทุบสถิติวันเดียวป่วย COVID-19 ทั่วโลกเกิน 2 แสนคน

รูปข่าว : ทุบสถิติวันเดียวป่วย COVID-19 ทั่วโลกเกิน 2 แสนคน

ศบค.เผย วันนี้ (9 ก.ค.) ไทย พบผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 เพิ่ม 5 คน กลับจากต่างประเทศ อยู่ใน State Quarantine ผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,202 คน รักษาหายเพิ่ม 11 คน

วันนี้ (9 ก.ค.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาด COVID-19 ไทยพบติดเชื้อเพิ่ม 5 คน อยู่ใน State Quarantine ป่วยสะสม 3,202 คน รักษาตัวในโรงพยาบาล 59 คน หายป่วยเพิ่ม 11 คน หายป่วยแล้ว 3,085 คน เสียชีวิตคงที่ 58 คน ขณะที่วันนี้เป็นวันที่ 45 ที่ไม่มีผู้ป่วยรายงานในประเทศ

ส่วนผู้ป่วยใหม่ 5 คน แบ่งเป็นเดินทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 4 คน อาชีพรับจ้าง ตรวจพบเชื้อและไม่มีอาการ ส่วนอีก 1 คน เป็น นักศึกษาชาย อายุ 22 ปี เดินทางมาจากอียิปต์ พบมีอาการการได้กลิ่นและรับรู้รสลดลง

คนที่เดินทางกลับจากต่างประเทศและพบติดเชื้อ ส่วนใหญ่มีอาการ 51.2% ไม่มีอาการ 48.8% แต่สังเกตว่าช่วงสัปดาห์หลัง ๆ ไม่มีอาการเพิ่มขึ้น และ 33.33% ไม่มีอาการก่อนเดินทาง

 

 

ขณะที่สถานการณ์ผู้ติดเชื้อสะสมทั่วโลกวันนี้พิ่ม 214,892 คน สะสม 12,164,173 คน สหรัฐฯ ติดเชื้อมากที่สุด 3,158,932 คน รองลงมาบราซิล 1,716,196 คน และอินเดีย 769,052 คน

สำหรับสถานการณ์ในอาเซียน อินโดนีเซียมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 1,853 คน ทำให้ยอดสะสมอยู่ที่ 68,079 รายแล้ว ในขณะที่ฟิลิปปินส์วันนี้มียอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 50,000 แล้ว โดยมีการรายงานสถิติผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 2,486 คน ส่วนไทยอยู่อันดับที่ 99 ของโลก

โฆษก ศบค. กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ร่วมกับองค์การอนามัยโลกสำนักงานภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำรวจผ่านแบบสอบถามจำนวน 407,008 คน พบว่า ภาพรวมป้องกันตัวเอง 0.84 สวมหน้ากากอนามัย 0.92 ล้างมือ 0.88 กินร้อนช้อนกลางของตนเอง 0.90 เว้นระยะห่าง 2 เมตร 0.79 ไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก 0.73

ภาพรวมความร่วมมือในการป้องกันตนเองลดลง เช่น สวมหน้ากาก ล้างมือบ่อย ๆ ระวังไม่อยู่ใกล้คนอื่น ขออย่าการ์ดตกและระมัดระวังตัวเอง

 

ขณะที่ผลสำรวจเกี่ยวกับกลุ่มทราเวลบับเบิล พบว่า ไม่สนับสนุน 45.2% สนับสนุน 37.9% สนับสนุนอย่างยิ่ง 13.7% ส่วนการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างประเทศไทยกับประเทศอื่น ๆ พบว่า ไม่สนับสนุน 69.2% สนับสนุน 19.1% สนับสนุนอย่างยิ่ง 9.0%

ผลสำรวจความมั่นใจว่ารัฐบาลจะควบคุมการแพร่ระบาดระลอก 2 ได้หรือไม่ พบว่า มั่นใจมาก 14.8% มั่นใจ 40.5% ไม่มั่นใจเลย 10.2% ไม่มั่นใจนัก 28.6% ไม่ทราบ/ไม่แสดงความเห็น 5.9%

 

ส่วนกรณีของคณะผู้บัญชาการทหารบกสหรัฐฯ ถือเป็นกลุ่มแรก ซึ่งมีในข้อกำหนดผ่อนปรน 2 กลุ่ม คือ แขกของรัฐบาล และนักธุรกิจที่เข้ามาระยะสั้น แต่คนที่เชิญมาต้องจัดทีมประกบมาเป็นคณะเล็ก โดยตัวแทนจาก สธ. และหน่วยงานความมั่นคงดูแล ซึ่งพบกันระยะสั้น ๆ และมีระยะห่าง ไม่จำเป็นต้องกักตัวต่ออีก 14 วัน

ยกตัวอย่างกลุ่มคนที่ทำงานในสนามบินสุวรรณภูมิที่ต้องดูแลคนเดินทางจากต่างประเทศ ไม่จำเป็นต้องกักตัว 14 วัน เพราะต้องหมุนเวียนทำงาน เช่นเดียวกับเจ้าหน้าที่ที่ตามประกบกลุ่มคนที่ได้รับการผ่อนปรนเข้าไทยตามเฟส 5 ก็ไม่จำเป็นต้องกักตัว แต่ใช้ทักษะดูแลตัวเองอย่างดี

ขณะที่กลุ่มต่างชาติที่เข้ามารักษาในไทย โดยโรงพยาบาลเอกชน ดูแลกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่ช่วง COVID-19 ไม่สามารถเข้ามาได้ ซึ่งวันนี้ได้หารือว่าการที่ให้เข้าไทยเพื่อติดตามอาการ และต้องอยู่ไทยได้ 14 วัน ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจอีกทางหนึ่ง ประกอบกับโรงพยาบาลมีศักยภาพดูแล ล่าสุดมีโรงพยาบาล 85 แห่ง

 

 

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน