ชายตาบอด หลายโรครุมเร้า ไร้ญาติอยู่เพียงลำพัง

ชายตาบอด หลายโรครุมเร้า ไร้ญาติอยู่เพียงลำพัง

ชายตาบอด หลายโรครุมเร้า ไร้ญาติอยู่เพียงลำพัง

รูปข่าว : ชายตาบอด หลายโรครุมเร้า ไร้ญาติอยู่เพียงลำพัง

ชายวัยกลางคน จ.ปทุมธานี ป่วยหนักหลายโรครุมเร้าชีวิต ตาบอดสนิททั้ง 2 ข้าง ภรรยาทิ้งหนีไป ขณะที่ญาติพี่น้องเสียชีวิตหมด ปัจจุบันอาศัยอยู่กับความมืดมิดในห้องเช่าเพียงลำพัง โดยมีผู้ใจบุญส่งน้ำส่งข้าวประทังชีวิต มานานกว่า 7 ปี แล้ว

(9 มิ.ย.2563) ทีมข่าวร้องทุกข์ลงป้ายนี้ เดินทางไปที่ห้องพักแห่งหนึ่ง ภายในซอยรังสิต-นครนายก10 ถนนรังสิต-นครนายก ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญญบุรี จ.ปทุมธานี พบกับนายวิชาญ ตุ้มนิลกาล วัย 51 ปี ป่วยหลายโรคและตาบอด โดยมีนางชโลบล คำภาว์ แม่ค้าขายอาหารตามสั่งอยู่หน้าหอพักผู้ใจบุญที่คอยให้ความช่วยเหลือขึ้นมายังห้องพักกับทีมข่าวด้วย


นายวิชาญ เล่าให้ฟังว่าเดิมทีเป็นพนักงานขายรถยนต์ยี่ห้อหนึ่ง มีเงินเดือนใช้ดำรงชีวิตตามปกติ เช่าห้องพักอยู่กับภรรยา ต่อมาเริ่มมีอาการป่วยด้วยโรคเบาหวาน , ความดันโลหิตสูง , เส้นเลือดหัวใจตีบ , และไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย โดยอาการของโรคเบาหวานทำให้ประสาทตาเสื่อมทั้ง 2 ข้าง จนต้องออกจากงานตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ซึ่งปัจจุบันมองไม่เห็นทั้ง 2 ข้าง เมื่อตามองไม่เห็นภรรยาที่ไม่มีลูกด้วยกัน และไม่ได้จดทะเบียนสมรสก็เลิกราจากไป อาศัยเงินที่พอมีประทังชีวิต ที่ผ่านมาต้องทำการล้างไตที่โรงพยาบาลปทุมเวช สัปดาห์ละ 2 ครั้ง โดยใช้สิทธิประกันสังคมตามมาตรา 39 (ประกันตนเอง) แต่ก็ยังมีส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มเติม


ปัจจุบันนายวิชาญ พักอาศัยอยู่ตามลำพัง ที่ผ่านมาได้มีผู้ใจบุญมอบเครื่องทำออกซิเจน ไว้ให้ใช้ยามที่หายใจไม่สะดวก เนื่องจากโรคประจำตัวที่มีมากหากเคลื่อนไหวบ่อยจะเหนื่อยง่าย เวลาลุกไปเข้าห้องน้ำต้องค่อยๆ คลำทางไปโดยใช้ความคุ้นเคย แต่ด้วยค่าใช้จ่ายที่ยังคงมีมากทั้งค่าส่วนเกินจากสิทธิประกันสังคม ค่าเช่าห้องเดือนละ 1,700 บาท ค่าน้ำค่าไฟเดือนละประมาณ 500 บาท ค่าส่งประกันสังคมเดือนละ 432 บาท และค่าอุปโภคบริโภค ที่ผ่านมาเพื่อนโอนเงินมาช่วยเหลือบ้าง 2,000 – 3,000 บาท แต่ปัจจุบันลดน้อยลงแทบไม่เพียงพอ จึงอยากขอความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญได้เมตตาช่วยต่อลมหายใจ

 
นางชโลบล แม่ค้าขายอาหารตามสั่งหน้าหอพัก ผู้ใจบุญที่คอยนำอาหารมาให้ บอกกับทีมข่าวว่า ด้วยความคุ้นเคยกับผู้ป่วย เนื่องจากเป็นลูกค้าที่มาทานอาหารเป็นประจำตั้งแต่ยังทำงานปกติ แต่เมื่อเห็นเกิดป่วย ก็รู้สึกสงสารเพราะไม่มีใครดูแล ได้ทำการช่วยเหลือเท่าที่สามารถทำได้ โดยการจัดยาที่ต้องกินประจำใส่ซองไว้ให้ และจะนำอาหารมาให้ ช่วยเหลือไปตามที่ทำได้ ส่วนเรื่องการเดินทางไปหาหมอในบางครั้งเทศบาลนครรังสิต จะมีรถมารับส่งให้ แต่หากไม่มีก็ต้องไปเองโดยเรียกรถให้

 
สำหรับเรื่องนี้ทีมข่าวได้ประสานงานไปยัง กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เพื่อลงพื้นที่สำรวจการให้ความช่วยเหลือแล้ว ซึ่งผู้ใจบุญที่ต้องการจะให้ความช่วยเหลือ ร่วมบริจาคได้ที่ชื่อบัญชี นายวิชาญ ตุ้มนิลกาล  หมายเลขบัญชี 120-301-137-7 ธนาคารกรุงไทย สาขารังสิต (ประเภทออมทรัพย์) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายวิชาญ ตุ้มนิลกาล โทร. 062-395-0209  หรือทีมข่าวร้องทุกข์ลงป้ายนี้ โทร 02-791-2111

กลับขึ้นด้านบน