ทุบสถิติ! ป่วย COVID-19 รายใหม่วันเดียว 222,825 คนทั่วโลก

ทุบสถิติ! ป่วย COVID-19 รายใหม่วันเดียว 222,825 คนทั่วโลก

ทุบสถิติ! ป่วย COVID-19 รายใหม่วันเดียว 222,825 คนทั่วโลก

รูปข่าว : ทุบสถิติ! ป่วย COVID-19 รายใหม่วันเดียว 222,825 คนทั่วโลก

ยังฉุดไม่อยู่! ทั่วโลกป่วย COVID-19 รวม 12,389,551 คน ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงที่สุดนับจากที่เคยรายงาน 222,825 คน ขณะที่กระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ ป้องกัน COVID-19 ลดลง

วันนี้ (10 ก.ค.2563) ศูนย์ปฏิบัติการด้านนวัตกรรมการแพทย์ และการวิจัยและพัฒนา สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รายงานสถานการณ์การติดเชื้อ COVID-19 ว่าไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ และไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อสะสม 3,202 คน ใน 68 จังหวัด และไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่จากภายในประเทศ ติดต่อกันเป็นวันที่ 46 และไม่มีผู้ติดเชื้อในกลุ่มผู้ที่กลับจากต่างประเทศใน State quarantine ผู้เสียชีวิตคงที่ 58 ราย รักษาหายป่วยแล้ว 3,087 คน  

ส่วนสถานการณ์โลกในวันนี้ มีผู้ป่วยมากกว่า 12,389,551 คน เสียชีวิต 557,405 คน ยอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ ทำสถิติสูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 222,825 คนทั่วโลก 

 

โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา มียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ทะลุ 60,000 คนป็นวันที่สองแล้ว สำหรับสถานการณ์ในอาเซียน ประเทศอินโดนีเซียมีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทำสถิติสูงที่สุดนับจากที่เคยรายงานมาอยู่ที่ 2,657 คน ทำให้ยอดสะสมทะลุ 70,736 คน เสียชีวิต 3,417 ราย  ขณะที่ฟิลิปปินส์ ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 1,395 คน ติดเชื้อสะสม 51,754 คน เสียชีวิต 1,314 คน  สิงคโปร์ ติดเชื้อรายใหม่ 125 คน ติดเชื้อสะสม 45,423 คน เสียชีวิต 26 คน มาเลเซีย ติดเชื้อรายใหม่ 6 คน ติดเชื้อสะสม 8,683 คน เสียชีวิต 121 คน

ผลสำรวจคนไทยป้องกัน COVID-19 ลดลง

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เผยผลสำรวจการป้องกันโรค COVID -19 ในระหว่างมาตรการผ่อนปรน ระหว่างวันที่ 15 พ.ค.-2 ก.ค.นี้ รวม 478,000 ตัวอย่าง พบกลุ่มตัวอย่างกังวลว่าจะเกิดการระบาดระลอก 2 มากที่สุดจากกลุ่มผับ บาร์ คาราโอเกะ รองลงมา คือ ตลาดสด ศูนย์เด็กเล็กและโรงเรียน รวมถึงยังกังวลมาก หากไทยมีผู้ติดเชื้อใหม่ 10 คนต่อวัน

ขณะเดียวกันมั่นใจในมาตรการของรัฐบาลว่าจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ ร้อยละ 40.5 ไม่มั่นใจนักร้อยละ 28.6 ไม่มั่นใจเลยร้อยละ 10.2 และไม่ทราบหรือไม่แสดงความคิดเห็นร้อยละ 5.9

ส่วนการป้องกันตัวเองในภาพรวมมีแนวโน้มลดลง จากร้อยละ 85.3 ในสัปดาห์ที่ 1 ลดลงเป็นร้อยละ 80.7 ในสัปดาห์ที่ 7 แบ่งเป็นพฤติกรรม 5 ด้าน ได้แก่การใส่หน้ากากตลอดเวลาการกินอาหารร้อนช้อนตัวเอง การล้างมือบ่อยๆ การเว้นระยะห่าง และการระวังไม่เอามือจับหน้า จมูก ปาก

ทั้งนี้จะสำรวจพฤติกรรมการป้องกันตัวเองของคนไทยอย่างต่อเนื่องทุก 2 สัปดาห์ อีก 6 ครั้ง เพื่อนำผลการศึกษามาใช้ในการเฝ้าระวังและปรับมาตรการผ่อนปรน ให้เหมาะสม

 

กลับขึ้นด้านบน