เร่งตรวจสอบปมนายทุนใหญ่ฮุบที่ดินของรัฐ "เกาะดอนแพง"

เร่งตรวจสอบปมนายทุนใหญ่ฮุบที่ดินของรัฐ "เกาะดอนแพง"

เร่งตรวจสอบปมนายทุนใหญ่ฮุบที่ดินของรัฐ "เกาะดอนแพง"

รูปข่าว : เร่งตรวจสอบปมนายทุนใหญ่ฮุบที่ดินของรัฐ "เกาะดอนแพง"

ชาวบ้านเร่งลงพื้นที่ชี้แนวเขตที่ดินเกาะดอนแพงที่ใช้ประโยชน์ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านแพง เพื่อรักษาผลประโยชน์เกษตรกรที่ทำการเกษตรอยู่ในพื้นที่ หลังพบนายทุนมีชื่อเข้าครอบครองที่ดินถึง 62 แปลง

วันนี้ (13 ก.ค.2563) จากกรณีการครอบครองที่ดินเกาะดอนแพง ซึ่งเกิดจากตะกอนดินในแม่น้ำโขงไหลมาทับถมจนเกิดเป็นพื้นดินขนาดใหญ่ มีเนื้อที่เกือบ 5,000 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่บ้านหัวหาด หมู่ 12 จรดบ้านท่าลาด หมู่ 9 ต.บ้านแพง เขตเทศบาลตำบลบ้านแพง อ.บ้านแพง จ.นครพนม ระยะทางยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ซึ่งเหมาะแก่การทำเกษตรทุกชนิด โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะปลูกพืชประจำถิ่น เช่น ใบยาสูบ มะเขือเทศ ข้าวโพดหวาน ฟักทอง แตงกวา พริกฯลฯ ปรากฏว่ามีนายทุนมีชื่อเข้าไปครอบครองที่ดินดังกล่าวมากถึง 62 แปลง 

ล่าสุด นายดนัย สิทธิวัชระชัย นายกเทศมนตรีตำบลบ้านแพง มีหนังสือที่ นพ 52511 แจ้งไปยังผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 9 และหมู่ 11 อ้างถึงหนังสือฯ ที่ นพ 52511/ว 482 ลงวันที่ 4 มิ.ย.2563 กรณีได้ขอความอนุเคราะห์กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขตพื้นที่เทศบาลตำบลฯ ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกร ประชาชน ที่ทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐ "เกาะดอนแพง" มาลงทะเบียนในที่ดินที่ทำประโยชน์ สำหรับที่ดินส่วนที่ 1 พื้นที่ 2,429 ไร่ และส่วนที่ 2 พื้นที่ประมาณ 690 ไร่ ซึ่งเทศบาลฯ ยังไม่ดำเนินการจัดทำแผนผังการจัดหาผลประโยชน์ และเพื่อเป็นการรักษาผลประโยชน์ของเกษตรกร ประชาชนที่ทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐเกาะดอนแพง ในส่วนที่ 2 บริเวณท่ากกไฮ ติดร่องบุ่งทางทิศตะวันออก จึงให้เกษตรกรฯ บริเวณดังกล่าว ลงพื้นที่ชี้แนวเขตที่ดินที่ใช้ประโยชน์ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบ้านแพง ในวันที่ 9 ก.ค.2563 เป็นต้นไป


ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับนายจรัส ไชยมนตรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 11 พร้อมเปิดเผยว่า ราษฎรในความดูแลของตน ที่ทำประโยชน์ในที่ดินเกาะดอนแพงมีประมาณ 30 คนได้ไปชี้แนวเขตที่ดินร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลฯ เรียบร้อยแล้ว โดยทั้งหมดเป็นเจ้าของเดิมที่จับจองมานานกว่า 30 ปี 

ขณะที่นายเอก ธิดาวรรณ อายุ 54 ปี และภรรยาชื่อนางสุดตา วงศ์หมอก อายุ 46 ปี ซึ่งปลูกพริกบนพื้นที่เกาะดอนแพงหมู่ 7 ต.บ้านแพง เล่าว่า ประกอบอาชีพเกษตรกรมาแต่บรรพบุรุษ โดยจะปลูกพืชหมุนเวียน เช่น พริก มะเขือเทศ และฟักทอง ทราบจากเจ้าหน้าที่จะมีการจัดสรรที่ดินใหม่ เพื่อให้เกษตรกรตัวจริงเข้าทำประโยชน์ รู้สึกดีใจและเป็นสิ่งที่ดี เท่าที่ทราบมีการนำที่ดินไปให้คนอื่นเช่าแปลงละ 5,000 บาท ถือว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐที่ให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์


ผู้ใหญ่บ้านออกหน้าให้ชาวบ้านจ่ายเงินนายทุน?

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า มีผู้ใหญ่บ้านบางคน พูดออกเสียงตามสายให้เกษตรกรไปไถ่ถอนที่ดินกับซ้อใหญ่ นายทุนคนดังก่อนค่อยไปชี้แนวเขตที่ดินฯ ขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองทราบเรื่อง สั่งชาวบ้านไม่ให้ไปไถ่ถอนหรือจ่ายค่าเช่ากับซ้อใหญ่จนกว่าทางราชการจัดระเบียบเสร็จแล้ว จึงจะแจ้งให้ชาวบ้านไปจ่ายค่าเช่ากับทางรัฐ ซึ่งเงินจำนวนดังกล่าวจะเข้าคลัง เพื่อนำกลับมาช่วยเหลือประชาชนในรูปแบบต่างๆ ไม่ใช่เข้ากระเป๋านายทุนเหมือนที่ผ่านมา ซึ่งปัญหาดังกล่าวก็มีฝ่ายปกครองบางคนใส่เกียร์ว่าง ไม่ยอมสั่งการอะไรให้ผู้ใต้บังคับบัญชา

ทั้งนี้ ที่ดินเกาะดอนแพงเป็นปัญหามานานกว่า 30 ปี ตามหลักฐานระบุเมื่อวันที่ 27 ม.ค.2502 พล.ต.อ.หลวงชาติตระการโกศล ปลัดกระทรวงมหาดไทย รักษาราชการในหน้าที่ รมว.มหาดไทย มอบหมายให้จังหวัดนครพนม มีอำนาจจัดหาผลประโยชน์ในที่ดินของรัฐอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินเกาะดอนแพง โดยการจัดให้เช่าเป็นจำนวนเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ เพื่อนำรายได้ปรับปรุงบำรุงที่ดินเกาะดอนแพงและท้องถิ่นส่วนจังหวัดฯ โดยเก็บค่าธรรมเนียมเข้าคลังปีละ 20 บาท/แปลง และเกษตรกรต้องไปลงทะเบียนแจ้งต่อเจ้าหน้าที่ทุกปี เพื่อยืนยันตัวตนและต้องแจ้งด้วยว่าปีนี้จะปลูกพืชชนิดไหน เป็นต้น

ภายหลังมีนายทุนจำหน่ายอุปกรณ์ทางการเกษตร ปล่อยสินค้าให้เกษตรกร เช่น ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ฯลฯ โดยคิดเงินสูงกว่าปกติ เมื่อถึงช่วงเก็บเกี่ยวต้องนำเงินค่าสินค้าส่งคืน เกษตรกรบางคนไม่สามารถส่งเงินดังกล่าวคืนได้ ก็จะถูกยึดที่ดินแปลงนั้น แล้วนำไปให้เกษตรกรรายอื่นเช่าในราคาไร่ละ 5,000 -7,000 บาท/ปี โดยไม่ต้องเสียภาษีให้รัฐเป็นเวลากว่า 30 ปี กระทั่งมีผู้ร้องเรียนนายทุนรายนี้ จึงมีคำสั่งให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและจัดสรรที่ดินให้กับเกษตรกรขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยนายทุนมีชื่อเป็นผู้ครอบครองที่ดินเกาะดอนแพงมากถึง 60 กว่าแปลง

ต่อมาทาง จ.นครพนม มอบหมายให้ นายชาตรี จันทร์วีระชัย รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง และสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกนายปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ปรากฏว่ามีข้าราชการบางคนไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่ง อาจเพราะเคยมีญาติเป็นสายสัมพันธ์กับนายทุนจึงเลือกที่จะนิ่ง ทำให้ชาวบ้านเริ่มไม่ไว้ใจการปฏิบัติหน้าที่ข้าราชการคนนี้

 

กลับขึ้นด้านบน