ส.ช.น.เตรียมบังคับคดีสืบทรัพย์ กรณีน้องบีมเด็กพิการ

ส.ช.น.เตรียมบังคับคดีสืบทรัพย์ กรณีน้องบีมเด็กพิการ

ส.ช.น.เตรียมบังคับคดีสืบทรัพย์ กรณีน้องบีมเด็กพิการ

รูปข่าว : ส.ช.น.เตรียมบังคับคดีสืบทรัพย์ กรณีน้องบีมเด็กพิการ

สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ส.ช.น.) และคณะทนายความเตรียมดำเนินการบังคับคดี สืบทรัพย์ จำเลยขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ให้นางพรทิพย์ จันทรัตน์และน้องบีมเด็กพิการ

วันที่(14 ก.ค. 2563) ที่สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ส.ช.น.) ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เนติบัณฑิตยสภา นายดำรงศักดิ์ เครือแก้ว นายศักดิ์ณรงค์ พ่วงศิริและคณะทนายความ แจ้งว่าเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2563 ศาลจังหวัดไชยา ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีแพ่งที่นางสาวพรทิพย์ จันทรัตน์ และเด็กหญิงภัทรดา แก้วผ่องหรือน้องบีม สาวพิการที่โดนทนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ กับพวกโกงเงิน เป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากคนขับรถบรรทุก 18 ล้อและบริษัทเจ้าของรถบรรทุก ให้ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย จากรถบรรทุกชนกับรถกระบะที่น้องบีมและครอบครัว ทำให้บิดาเสียชีวิต มารดาบาดเจ็บสาหัส และน้องบีมเองพิการ เหตุเกิดเมื่อปี พ.ศ.2548 ศาลพิพากษาให้ชนะคดี ต่อมาได้มอบให้ทนายความ ไปติดตามบังคับคดีแก่จำเลย แต่หลังจากทนายความรับเงิน ทนายได้ปลอมแปลงเอกสาร ฉ้อโกงค่าเสียหาย ที่ได้รับจากจำเลยทั้งหมดกว่า 5 ล้านบาท และยังยื่นคำร้องสละสิทธิไม่ประสงค์บังคับคดีกับจำเลยอีกด้วย

 


โดยสำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตสภา (ส.ช.น.) ร่วมกับทนายและกระทรวงยุติธรรม ให้ความช่วยเหลือทางคดีทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง ฟ้องร้องบังคับให้ทนายความ คืนเงินตามหนังสือรับสภาพหนี้ คืนให้แก่น้องบีมและครอบครัว สำหรับคดีฟ้องเรียกค่าเสียหาย คณะอนุกรรมการฯ พิจารณาว่าการสละสิทธิในการบังคับคดีไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อเจตนาของโจทก์ จึงขอให้ศาลจังหวัดไชยา ออกหมายบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์จำเลย ขายทอดตลาดและชำระหนี้ให้นางพรทิพย์และน้องบีม และมีการต่อสู้คดีความจนมีคำพิพากษาศาลฎีกา


สำหรับนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศ ทนายความ ได้นำหนังสือมอบอำนาจ ที่ยังไม่ได้กรอกข้อความมาให้โจทก์ลงลายมือชื่อ เพื่อดำเนินการแทนโจทก์ ในการขอให้ศาลตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี ยึดหรืออายัดทรัพย์จำเลย จากนั้นนายพิสิษฐ์ ได้เจรจายอมความกับบริษัทรถบรรทุก โดยตกลงชำระเงิน 4,000,000 บาท สั่งจ่ายเช็คระบุชื่อนายพิสิษฐ์ จำนวน 32 ฉบับ ซึ่งทนายนำเช็คบางส่วนไปเรียกเก็บเงิน แต่ไม่นำเงินมาให้นางพรทิพย์และน้องบีม ศาลฏีกาพิเคราะห์ว่า การที่นายพิสิษฐ์ ปลอมหนังสือมอบอำนาจและยังไปประนีประนอมยอมความลดหนี้และรับเงินจากบริษัทเจ้าของรถบรรทุก ไม่มีผลผูกพันโจทก์ ไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกความ ส่อเจตนาไม่สุจริตที่จะไม่ชำระหนี้ตามคำพิพากษาของโจทก์

เนื่องจากมีการฟ้องร้องคดีแพ่ง ตามหนังสือรับสภาพหนี้ จากนายพิสิษฐ์ด้วย ศาลฏีกาได้พิพากษาแก้เป็นให้ศาลชั้นต้นออกหมายตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีตามที่โจทก์ร้องขอ มีเงื่อนไขว่า หากโจทก์ได้รับชำระหนี้จากนายพิสิษฐ์ สัมมาเลิศกับพวกเท่าใด ให้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ลดลงเพียงนั้น

ในขั้นตอนต่อจากนี้ ส.ช.น. เตรียมให้ทนายความ ดำเนินการบังคับคดี สืบทรัพย์ จำเลยขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาใช้หนี้ให้นางพรทิพย์ จันทรัตน์และน้องบีม ต่อไป

ด้านครอบครัวน้องบีม รู้สึกดีใจและขอบคุณที่ ส.ช.น.ไม่ทอดทิ้งเพราะการต่อสู้คดีนานมากจนถึงวันนี้เริ่มมีความหวัง คลายความกังวลได้มาก ที่ผ่านมาใช้ชีวิตกับแม่สองคน จะผ่านไปในแต่วันค่อนข้างยากลำบาก

ท่านใดที่ต้องการคำปรึกษาและขอรับการช่วยเหลือดำเนินคดี ทางกฏหมาย ติดต่อได้ที่สำนักงานช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา (ส.ช.น.) อาคารเนติบัณฑิตยสภา เลขที่ 32/2-8 หมู่ที่ 16 ถ.กาญจนาภิเษก แขวงบางระมาด เขตตลิ่งชัน กทม. โทร. 02-887-6801-7 ต่อ 104, 108,109 หรือ 02-887-6811

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน