"การบินไทย" ยืนยันจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาฟื้นฟูกิจการโปร่งใส

"การบินไทย" ยืนยันจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาฟื้นฟูกิจการโปร่งใส

"การบินไทย" ยืนยันจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาฟื้นฟูกิจการโปร่งใส

รูปข่าว : "การบินไทย" ยืนยันจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาฟื้นฟูกิจการโปร่งใส

ผู้บริหาร บมจ.การบินไทย ยืนยันการจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและการจัดทำแผนเพื่อนำเสนอต่อศาลผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการบริษัท และดำเนินการถูกต้องตามระเบียบบริษัท

วันนี้ (16 ก.ค.2563) นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการบริษัทฯ รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้บริษัทต้องหยุดทำการบินชั่วคราว ส่งผลกระทบให้บริษัทขาดสภาพคล่อง และต้องยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการต่อศาลล้มละลายกลาง เมื่อวันที่ 26 พ.ค.2563 และศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 27 พ.ค.2563 ซึ่งศาลล้มละลายกลางได้กำหนดวันนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการในวันที่ 17 ส.ค.2563

ทั้งนี้ บริษัทตระหนักดีว่าหากไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ จะส่งผลให้บริษัทไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดผลกระทบและความเสียหายต่อบริษัท เจ้าหนี้ พนักงานของบริษัทฯ ผู้ลงทุน ประชาชน และกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมโดยรวมของประเทศอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นรายได้หลักที่สำคัญของประเทศ และอาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องเป็นวงกว้าง

 

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร

นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร

อย่างไรก็ตาม การเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทต้องได้รับการยอมรับและความเชื่อถือจากทุกภาคส่วน ทั้งลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ พันธมิตรทางธุรกิจต่างๆ รวมถึงผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียขององค์กร บริษัทจึงมีความจำเป็นต้องว่าจ้างที่ปรึกษา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านต่างๆ ในระดับโลก เพื่อมาช่วยดำเนินการให้บริษัทฯ เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการและจัดทำแผนฟื้นฟูฯ ให้แล้วเสร็จได้อย่างราบรื่น

มติบอร์ดเห็นชอบว่าจ้าง 4 บริษัทที่ปรึกษา

ซึ่งคณะกรรมการบริษัทฯ ได้มีมติเห็นชอบให้บริษัทว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา โดยให้ดำเนินการตามระเบียบจัดซื้อจัดจ้างฯ อย่างถูกต้องและโปร่งใสในการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในอัตราที่เหมาะสม และเป็นไปตามขอบเขตของงาน (Term of Reference) ในการว่าจ้างทุกราย ได้แก่ บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด เป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายและสัญญา, บริษัท ฟินันซ่า จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาด้านโครงสร้างทางการเงิน, บริษัท แมคคินซี่ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการบิน (Airline Expert) เป็นที่ปรึกษาด้านการวางแผนธุรกิจในอนาคต (Airline Business) ที่อยู่ภายใต้แผนฟื้นฟู

และบริษัท อีวาย คอร์ปอเรท แอดไวซอรี่ เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้ทำแผนร่วม โดยบริษัท อีวายฯ เป็นบริษัทที่มีใบอนุญาต (License) เป็นผู้ทำแผนตามข้อกำหนดของกรมบังคับคดี และเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ในการเป็นผู้ทำแผนมาเป็นระยะเวลายาวนานในประเทศไทย

นายชาญศิลป์ กล่าวอีกว่า บริษัทขอความกรุณาให้ลูกค้า คู่ค้า เจ้าหนี้ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับบริษัทฯ ทุกภาคส่วน มีความมั่นใจว่าบริษัทมีความจริงใจและตั้งใจที่ดำเนินการด้านต่างๆ ด้วยความโปร่งใส และบริษัทขอความกรุณาให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน รวมทั้งสื่อมวลชนได้ให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของบริษัทให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เพื่อนำพาการบินไทยกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติของคนไทยที่สร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้ประเทศไทยต่อไป

กลับขึ้นด้านบน