“ศักดิ์สยาม” ยืนยันรถไฟชานเมืองสายสีแดงเปิดให้บริการก่อนปี 2566

“ศักดิ์สยาม” ยืนยันรถไฟชานเมืองสายสีแดงเปิดให้บริการก่อนปี 2566

“ศักดิ์สยาม” ยืนยันรถไฟชานเมืองสายสีแดงเปิดให้บริการก่อนปี 2566

รูปข่าว : “ศักดิ์สยาม” ยืนยันรถไฟชานเมืองสายสีแดงเปิดให้บริการก่อนปี 2566

“ศักดิ์สยาม” ยืนยันไม่เคยพูดว่ารถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิตจะเปิดให้บริการปี 2566 หลังมีการวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความไม่พอใจในสื่อสังคมออนไลน์ถึงการเลื่อนเวลาเปิดให้บริการ พร้อมชี้แจงจำเป็นต้องทำ PPP ดึงเอกชนร่วมลงทุนเพื่อลดภาระงบประมาณ

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม กล่าวชี้แจงว่า เดิมโครงการดังกล่าว มีกำหนดที่จะสามารถเปิดให้บริการได้ในปี 2564 แต่เนื่องจากผู้รับจ้างขอยื่นขยายสัญญาการก่อสร้างออกไปอีกเป็น 1,122 วัน และคณะกรรมการพิจารณาเหตุผลจึงได้ตัดสินใจขยายระยะเวลาให้ ซึ่งรอรับการรายงานจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ก่อน

 

ส่วนที่ระบุว่า จะเปิดให้บริการในปี 2566 เป็นเพียงกรอบระยะเวลาที่ รฟท. กำหนดขึ้น และเป็นกรณีที่ช้าที่สุด แต่จากการรายงานของนายสรพงษ์ ไพฑูรย์พงศ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางรางนั้น เมื่อพิจารณากรอบเวลาการขยายสัญญาแล้ว สามารถลดบางขั้นตอนได้ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า จะสามารถเปิดให้บริการได้ก่อนปี 2566

 

ขณะที่ในสัปดาห์หน้า จะจัดประชุมร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางราง (ขร.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อพิจารณาหาข้อสรุปต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่าจะเปิดให้บริการได้หรือไม่ ต้องพิจารณาบนพื้นฐานด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก รวมถึงในส่วนงานโยธา ช่วงบางซื่อ-รังสิต และช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชันเสร็จ ถึงแม้จะแล้วเสร็จเกือบทั้งหมดแล้วนั้น ต้องมาพิจารณาว่า การจะเปิดให้บริการ มีในส่วนการวางระบบอาณัติสัญญาณด้วย ทั้งนี้หากประเมินว่าสามารถเปิดเดินรถได้ ก็จะดำเนินการต่อไป

 

นายศักดิ์สยาม ยังกล่าวต่อว่าการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) นั้น เนื่องจากจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) รัฐบาลต้องใช้งบประมาณในการป้องกันเยียวยา และฟื้นฟูจากสถานการณ์ดังกล่าวด้วย พร้อมทั้งจะทำให้โครงการไม่เป็นหนี้ ขณะเดียวกัน ประชาชนจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุด โดยมีค่าโดยสารต่ำที่สุด รัฐต้องไม่เสียเปรียบ และเอกชนสามารถเดินหน้าได้ อย่างไรก็ตาม ในเรื่อง PPP นั้น ต้องเสนอให้คณะกรรมการ PPP และคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาต่อไป

ส่วนประเด็นที่หากผู้รับจ้างจะขยายสัญญา และมีการเพิ่มวงเงินประมาณ 10,345 ล้านบาทนั้น จึงมอบหมายให้ รฟท. ไปตรวจสอบว่าวงเงินที่ผู้รับจ้างขอเพิ่ม 10,345 ล้านบาทนั้น มีความจำเป็นต้องทำหรือไม่ ถ้าทำแล้วต้องใช้งบประมาณต้องใช้จากแหล่งใด เนื่องจากเดิมใช้งบประมาณจากไจก้า แต่ตอนนี้ต้องใช้งบประมาณปกติ

 

รมว.คมนาคม ยังยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่มีข้อเคลือบแคลงอะไรปกปิดแน่นอน ที่ผ่านมา ใช้หลักธรรมาภิบาลในการทำงาน โปร่งใส มีส่วนร่วม และตรวจสอบได้ และไม่เอื้อประโยชน์ให้ใครเพราะ ไม่มีการมุมมิบทำ

เรื่องรถไฟสายสีแดงไม่ต้องกังวล และไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร เพราะผมใช้หลักธรรมาภิบาลในการทำงาน โปร่งใส มีส่วนร่วม และตรวจสอบได้ โดยในสัปดาห์หน้าต้องสรุปให้ได้ ต้องมาดูข้อเท็จจริง และเป็นไปตามหลักกฏหมาย รวมถึงเหตุผลต่างๆ 
กลับขึ้นด้านบน