ขู่แม่ ด.ญ.12 ให้ถอนแจ้งความคดีครูพละอนาจาร

ขู่แม่ ด.ญ.12 ให้ถอนแจ้งความคดีครูพละอนาจาร

ขู่แม่ ด.ญ.12 ให้ถอนแจ้งความคดีครูพละอนาจาร

รูปข่าว : ขู่แม่ ด.ญ.12 ให้ถอนแจ้งความคดีครูพละอนาจาร

ผู้ปกครองร้องช่วยเหลือคดีลูกสาวถูกครูอนาจาร เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรม หลังครูได้รับการประกันตัวแล้ว ขณะที่มีเพื่อนครูมาหาที่บ้านพูดจาข่มขู่ไม่ให้เอาเรื่อง เพราะกลัวโรงเรียนเสียชื่อเสียง

วันนี้ (20 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ปกครองของนักเรียนชั้น ป.6 คนหนึ่งใน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนกับผู้สื่อข่าว โดยอ้างว่า ลูกสาวถูกครูสอนพลศึกษากระทำชำเราภายในโรงเรียน โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.ที่ผ่านมา สังเกตเห็นลูกสาวมีอาการผิดปกติ ปวดท้องน้อย ไม่กินข้าวและไม่พูดจากับใคร

กระทั่งได้ดูโทรศัพท์มือถือของลูกสาว จึงพบว่ามีครูคนหนึ่งซึ่งเป็นครูสอนพลศึกษาและสุขศึกษาที่โรงเรียน ได้ส่งข้อความมาคุยกับลูกสาวและข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องดังกล่าวไปบอกใคร

ต่อมา วันที่ 26 มิ.ย.ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง พนักงานสอบสวนจึงเรียกคู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายไปสอบสวนเบื้องต้น ซึ่งครูยอมรับสารภาพว่าได้กระทำชำเราลูกสาวจริง และมากราบขอโทษแล้ว

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหากับครู “กระทำชำเราบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี โดยเด็กจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเด็กนั้นเป็นลูกศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแล” ก่อนทำเรื่องส่งฝากขังศาลจังหวัดนางรองตามขั้นตอน

ผู้ปกครองคนดังกล่าว เปิดเผยอีกว่า หลังจากเข้าแจ้งความแล้ว มีครูในโรงเรียน 2-3 คนมาพูดคุยที่บ้าน เพื่อขอเจรจาให้ยุติเรื่องราวทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่าจะทำให้โรงเรียนเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่ตนเองไม่ยอมและยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

อย่างไรก็ตามเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกันทราบว่าครูที่ก่อเหตุได้รับการประกันตัวออกมาแล้ว จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือ ส่วนกรณีที่ขอย้ายลูกสาวออกจากโรงเรียนไปเรียนที่อื่นนั้น เพราะเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย และสภาพจิตใจของลูกสาว

เชิญผู้ปกครองให้ปากคำถูกเพื่อนครูขู่จบเรื่อง

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง โดยเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาได้เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “พรากเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อการอนาจาร, พาเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม และกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนฯ”

พร้อมยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนางรอง ขอฝากขังผู้ต้องหา และคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

ส่วนประเด็นที่สื่อนำเสนอข่าวว่า มีเพื่อนครูได้เจรจาแกมข่มขู่ขอให้จบเรื่องนั้น ในวันนี้ (20 ก.ค.) พนักงานสอบสวนได้เชิญผู้ปกครองผู้เสียหายมาสอบปากคำในประเด็นนี้ เพื่อขอถอนการประกันตัวในชั้นศาล พร้อมทั้งได้จัดสายตรวจตำบลไปดูแลความปลอดภัยผู้ปกครองและผู้เสียหาย

ขณะที่ ผบ.ตร.กำชับให้พนักงานสอบสวนดำเนินการสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานด้วยความรวดเร็ว และเป็นธรรม โดยให้ความสำคัญกับพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงในคดี

 

กลับขึ้นด้านบน