ย้อนรอย 8 ปีคดีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล

ย้อนรอย 8 ปีคดีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล

ย้อนรอย 8 ปีคดีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล

รูปข่าว : ย้อนรอย 8 ปีคดีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล

ไทยพีบีเอส ย้อนรอยคดีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล ตั้งแต่ปี 2555-2563 พบมีเหตุการณ์เกิดขึ้นรวม 65 ครั้ง มากสุดเหตุทะเลาะวิวาท รองลงมาทำร้ายเจ้าหน้าที่ โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เตือนเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ ศาลลงโทษจำคุกจากเคสตีกันในโรงพยาบาลอ่างทอง

กรณีเหตุการณ์ล่าสุดที่วัยรุ่น 2 กลุ่มยกพวกตีกัน และทำร้ายแพทย์ที่โรงพยาบาลวิภารามชัยปราการ จ.สมุทรปราการ โดยตำรวจติดตามตัววัยรุ่นที่ก่อเหตุในโรงพยาบาลได้แล้ว 11 คน เร่งติดตามอีก 7 คนมาดำเนินคดี โดยอยู่ระหว่างการสอบปากคำก่อนจะแยกดำเนินคดีในข้อหาที่แต่ละคนกระทำความผิด

ไทยพีบีเอส ย้อนรอยเหตุการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นในโรงพยาบาลสังกัดสาธารณสุขมากถึง 26 ครั้ง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่โรงพยาบาลอ่างทอง แม้คู่กรณีจะแยกกันไปคนละโรงพยาบาล แต่สุดท้ายก็ยังตามมาทะเลาะกันต่อ บางโรงพยาบาลเกิดเหตุการณ์ซ้ำถึงขั้นต้องตั้งสถานีตำรวจชุมชนในโรงพยาบาล และนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย ทำให้ไม่มีเหตุซ้ำ 

 

เช่นสถานีตำรวจชุมชน ถูกตั้งขึ้นภายในโรงพยาบาลอุดรธานี รวมไปถึงกล้องวงจรปิด 16 จุด และการติดตั้งประตูเข้า-ออกหน้าห้องฉุกเฉินถึง 2 ชั้น โดยเฉพาะชั้นใน จะเป็นประตูอัตโนมัติ มีพนักงานรักษาความปลอดภัยเฝ้าประจำ ประตูนี้บุคคลภายนอกจะไม่สามารถเข้าไปด้านในเลย

ถือเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทในโรงพยบาบาล หลังจากเมื่อปีที่แล้ว เกิดเหตุทำร้ายร่างกายหน้าห้องฉุกเฉิน 6 ครั้งภายใน 2 เดือน และหลังมีมาตรการมากว่า 8 เดือน ยังไม่มีเหตุทะเลาะวิวาทอีกเลย

นพ.ณรงค์ ธาดาเดช ผอ.โรงพยาบาลอุดรธานี กล่าวว่า การมีสถานีตำรวจในโรงพยาบาล ทำให้ผู้ที่จะมาเกิดความระมัดระวัง นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อม ถ้ามีการจัดงานต่างๆเจ้าหน้าที่จะรดมกันมาเตรียมพร้อมเพื่อป้องกัน

8 ปีเหตุรุนแรงรวม 65 ครั้ง

ส่วนกรณีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะวิวาทในห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลอ่างทอง เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2562 ทำให้กระทรวงสาธารณสุข กำหนดมาตรการช่องทางประสานงานและแนวทางป้องกันขึ้น ทั้งการติดตั้ง กล้องวงจรปิด และมีระบบรักษาความปลอดภัย 24 ชั่งโมง จัดระบบควบคุมทางเข้า-ออก  มีประตูห้องฉุกเฉิน 2 ชั้น และจัดที่พักคอยญาติ

รวมถึงจัดให้มีระบบคัดกรองผู้ป่วยห้องฉุกเฉิน สื่อสารกับญาติเพื่อให้คลายความกังวล ติดตั้งสัญญาณเตือนภัย หรือช่องทางแจ้งเหตุด่วนกับตำรวจ ฝ่ายปกครองและมูลนิธิต่างๆ

ขณะที่สถิติความรุนแรงในโรงพยาบาลสังกัดสาธารณสุข ตั้งแต่ปี 2555-2563 มีถึง 65 เหตุการณ์ในจำนวนนี้เป็นเหตุทะเลาะวิวาทมากที่สุด รองลงมาคือทำร้ายเจ้าหน้าที่และอื่นๆ

แต่หากนับจำนวนครั้งที่เกิดเหตุ พบว่าเพิ่มจำนวนมากขึ้นตั้งแต่ปี 2560-2562 แต่เมื่อกระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับผู้อำนวยการโรงพยาบาลและตำรวจ เอาจริงในการดำเนินคดีอาญากับผู้ก่อเหตุทุกคน รวมถึงมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้น ทำให้จำนวนผู้ก่อเหตุในโรงพยาบาล โดยเฉพาะ ห้องฉุกเฉิน ลดลงโดยปี 2563 มีเพียง 1 ครั้ง

 

เหตุความรุนแรงในโรงพยาบาลเอกชน ย่านจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) ได้กำชับให้สถานพยาบาลเอกชน ดูแลเรื่องมาตรการ ความปลอดภัย โดยเฉพาะห้องฉุกเฉินควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยเพื่อให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ

 ขณะนี้สบส.ได้แจ้งโรงพยาบาล และสถานพยาบาลเอกชน ทุกแห่งให้เคร่งครัด และมีมาตรการรับมือเหตุความรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 

เตือนวัยรุ่นมีบทลงโทษรุนแรง

สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยกรณีเกิดเหตุความรุนแรงในสถานพยาบาลเอกชน จะทำในลักษณะเดียวกับโรงพยาบาลสังกัดสาธารณสุข อาทิ ควรมีช่องทางประสานตำรวจให้เข้าระงับเหตุได้ทันที ให้กันญาติหรือจัดสถานที่พักคอยสำหรับญาติหากมีผู้บาดเจ็บเข้ามารักษาตัว และติดตั้ง กล้องวงจรปิดเพิ่ม

สำหรับกรณีทะเลาะวิวาทในโรงพยาบาล กรณีนี้ไม่ใช่ครั้งแรก นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า สำหรับกรณีลักษณะนี้ หากเรื่องมาถึง อัยการและศาล การลงโทษ จะมีอัตราที่สูง เพราะโรงพยาบาลเป็นสถานที่กู้ชีพฉุกเฉิน ช่วยเหลือผู้ป่วย ผู้บาดเจ็บ และปลอดภัยสำหรับทุกฝ่าย สำหรับพฤติกรรมผู้ก่อเหตุ ถือเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ รองโฆษกอัยการจึงยกตัวอย่างกรณี ที่เกิดที่จ.อ่างทอง เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.2562 ศาลพิจารณาจำคุก โดยไม่รอลงอาญา

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.จับ 11 วัยรุ่น ยกพวกทำร้ายหมอ-บุก รพ.คู่อริ

ตร.แจ้งข้อหา 2 กลุ่มวัยรุ่นวิวาทลามโรงพยาบาล

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน