ผู้ค้าเสนอคุมราคาโรงชำแหละแก้ปัญหาหมูแพง

ผู้ค้าเสนอคุมราคาโรงชำแหละแก้ปัญหาหมูแพง

ผู้ค้าเสนอคุมราคาโรงชำแหละแก้ปัญหาหมูแพง

รูปข่าว : ผู้ค้าเสนอคุมราคาโรงชำแหละแก้ปัญหาหมูแพง

ในภาวะที่รายได้คนไทยลดลง สินค้าหลายอย่างมีราคาสูงขึ้น คนไทยกำลังกินเนื้อหมูที่มีราคาแพงที่สุดในรอบ 10 ปี หมูไทยไม่เป็นโรคระบาดก็เลยเป็นที่ต้องการของต่างประเทศ แต่บรรดาเขียงหมู เชื่อว่า จุดเปลี่ยนที่ทำให้ราคาหมูในประเทศแพง อยู่ที่โรงชำแหละ

แม้จะลดจำนวนเนื้อหมูจากโรงชำแหละให้น้อยลง แต่ไม่ได้หมายความว่าในแต่ละวัน เจ้าของเขียงค้าหมูในตลาดไฟฟ้านครชัยศรี จ.นครปฐม จะจำหน่ายหมูสดได้ทั้งหมด เหตุเพราะราคาหมูปรับขึ้นสูงมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อของผู้บริโภค

 

ไม่ต่างจากเจ้าของเขียงหมูในตลาดสดเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จ.ราชบุรี ที่ประสบปัญหายอดจำหน่ายหมูลดลงเกือบครึ่งเช่นกัน โดยเขายอมรับว่าเกือบ 1 เดือนมานี้ราคาเนื้อหมูขยับขึ้นสูงมากกว่า 15 บาทต่อกิโลกรัมโดยเฉพาะเนื้อหมู 3 ชั้นจากเดิมกิโลกรัมละ 165 บาท แต่ขณะนี้ราคาตกกิโลกรัมละ 180 บาท

 

สอดคล้องกับผู้ประกอบการฟาร์มเลี้ยงหมูที่ยืนยันว่า แม้ราคาหมูหน้าฟาร์มที่เดิมเคยจำหน่ายกิโลกรัมละ 73 บาท จะปรับมาเป็นกิโลกรัมละ 80 บาท แต่เป็นไปตามต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ราคาค้าปลีกเนื้อหมูไม่ได้ถูกกำหนดโดยฟาร์มเลี้ยงหมู แต่โรงชำแหละจะเป็นผู้กำหนดราคาซื้อขาย

 

หมูจากฟาร์มจะถูกขายให้กับโรงชำแหละทั้งตัวในราคากิโลกรัมละ 80 บาท โดยหมูจะมีน้ำเฉลี่ยประมาณตัวละ 100 กิโลกรัม ราคาซื้อขายจะประมาณ 8,000 บาทต่อตัว เมื่อนำไปชำแหละแล้วจะเหลือน้ำหนักประมาณตัวละ 90 กิโลกรัม โดยแยกเป็นชิ้นส่วนเช่น ได้เนื้อสามชั้น 10 กิโลกรัม เนื้อแดง 22 กิโลกรัม เนื้อสัน 10 กิโลกรัม กระดูกขาและกระดูกโครงรวมประมาณ 17 กิโลกรัม

 

โรงชำแหละจะกำหนดราคาซื้อขายหมูสดโดยแยกตามชิ้นส่วน เช่นเนื้อแดงกิโลกรัมละ 140 บาท เนื้อสามชั้นกิโลกรัมละ 180 บาท เนื้อสันกิโลกรัมละ 160 บาท ซึ่งหมูชำแหละแล้วจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นมากกว่า 3,000 บาทต่อตัว และเมื่อเจ้าของเขียงนำไปขายต่อจะบวกเพิ่มราคาขึ้นอีกราวร้อยละ 10 หรือประมาณ 10 - 20 บาทต่อกิโลกรัม

 

 

ผู้ค้าหมูหลายคน ยืนยันหากต้องการลดราคาขายปลีกเนื้อหมูลงมา ต้องควบคุมการกำหนดราคาจากโรงชำแหละ ซึ่งทีมข่าวพยายามสอบถามเรื่องนี้จากผู้ประกอบการโรงชำแหละ แต่ยังไม่ได้รับการชี้แจง

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน