THE EXIT : อาชญากรรมอำพราง ธุรกิจซ่อนเงิน ตอน 3

THE EXIT : อาชญากรรมอำพราง ธุรกิจซ่อนเงิน ตอน 3

THE EXIT : อาชญากรรมอำพราง ธุรกิจซ่อนเงิน ตอน 3

รูปข่าว : THE EXIT : อาชญากรรมอำพราง ธุรกิจซ่อนเงิน ตอน 3

ขบวนการสวมบัตรประชาชน จัดตั้งบริษัทผ่องถ่ายเงินเข้าระบบ พบสัมพันธ์แนบแน่น "12 นายทหาร-นักการเมืองใหญ่"

ขบวนการสวมสิทธิเป็นขบวนการข้ามชาติใช้บุคคลไร้สัญชาติสวมสิทธิบัตรประชาชนคนไทย เพื่อจัดตั้งบริษัทข้ามชาติผ่องถ่ายเงินเข้าสู่ระบบ กรณีนายอาเปา หนึ่งในผู้สวมสิทธิ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มีธุรกิจในชื่อเขา มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งโครงข่ายนี้มีความเชื่อมโยงไปยัง "บริษัท ไถ่ซี"

ไทยพีบีเอสขยายผล และตีแผ่ขบวนการที่อยู่เบื้องหลังเครือข่ายนี้ อาจจะต้องย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นกว่า 30 ปี

ปี 2534 มีกลุ่มนายทหารระดับสูง 12 นาย ร่วมกับพลเรือน จัดตั้ง "บริษัท เกษตรอิสระบุรีรัมย์" โดยผู้มีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ นายพลของกองทัพ จากนั้น นายพล คนนี้ ตัดสินใจร่วมทุนกับ "บริษัท โกลด์ บูลส์ เบฟเวลเรจ" ซึ่งมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือ "นายหวัง หง ปิง" ต่อมา ปี 2556 บริษัทของ "นายหวัง หง ปิง" ก็เข้าร่วมกิจการกับ บริษัท ไถ่ซี

 

บริษัท ไถ่ซี่ มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 คน ซึ่ง 3 ใน 4 คนนี้ เข้าไปเป็นกรรมการในสภาคมและมูลนิธิที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการค้าไทยจีนทั้งสิ้น หนึ่งในนั้นคือ "มูลนิธิ" ที่มีนักการเมืองใหญ่เป็นประธานผู้ก่อตั้งมูลนิธิ

กลับมาที่บริษัทไถ่ซี ผู้ถือหุ้นหลักกลุ่มเดิมมีบริษัทใหญ่อีก 1 แห่ง ที่ทำธุรกิจลักษณะเดียวกัน คือ "บริษัท อัมรินทร์ จีทีไอ" เป็นบริษัทตัวแทนนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์

 

บริษัทนี้มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้าน ถูกขายต่อให้กับ "นายอาเปา" ซึ่งเป็นบุคคลสวมสิทธิผิดกฎหมายที่เพิ่งจะได้บัตรประชาชนมาแค่ 3 ปี ขณะที่บริษัทที่นายอาเปาถือครองก่อนหน้านี้อย่างบริษัท ดียี่ และบริษัท 10 Plus 1 Group ก็มีพิรุธ เช่น บริษัท 10 Plus 1 Group มีทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท มีรายได้แค่ปีละกว่า 1 ล้าน แต่กลับปล่อยกู้สูงถึง 1,900 ล้านบาท

 

พฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนเป็นการประกอบธุรกิจที่ผิดปกวิสัย คือ มีการลงทุนสูงมีรายได้น้อยแต่กลับหวังรายได้จากการปล่อยกู้ ที่สำคัญปริศนาที่รอคำตอบ คือ "เงินมหาศาล" ที่ถูกผ่องถ่ายเข้าสู่ระบบถูกส่งไปยังมือใครแต่ที่รู้คือบริษัทที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ล้วนทีความสัมพันธ์ไปยัง นายหวัง หวง ปิง

นายหวัง หวง ปิง เคยมีชื่อในสื่อไทยเมื่อปี 2556 ในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของประธานรัฐสภา คือ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์

ซึ่งถูก ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ร้องเรียนว่า นายหวัง หง ปิง ปลอมแปลง "ตรารัฐสภา" ใช้กับเอกสารของทางการจีน โดยอ้างว่าตนเองฝ่ายกิจการจีนของรัฐสภาไทย ซึ่งคดีนี้ยังไม่มีความคืบหน้า

 

ขบวนการที่มีจุดเริ่มต้น ไม่ต่ำกว่า 30 ปี และมีความสัมพันธ์แนบแน่นกับผู้มีอำนาจไทย แม้จะรู้ปลายทางว่ากำลังมีขบวนการที่ผ่องถ่ายเงินเข้าสู่ระบบ แต่กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลัง "เม็ดเงิน" เหล่านั้น คงต้องใช้เวลาหาหลักฐานในการพิสูจน์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

THE EXIT : ธุรกิจอำพรางต่างชาติ ตอน 1

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน