นร.-นศ.รวมตัวสวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง

นร.-นศ.รวมตัวสวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง

นร.-นศ.รวมตัวสวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง

รูปข่าว : นร.-นศ.รวมตัวสวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น ย้ำ 3 ข้อเรียกร้อง

นักเรียน นักศึกษาและประชาชน ร่วมกิจกรรมที่สวนรัชดานุสรณ์ จ.ขอนแก่น พร้อมย้ำ 3 ข้อเรียกร้องคือ การยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน หยุดคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง และร่างรัฐธรรมนูบฉบับใหม่

วันนี้ (23 ก.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรมเวทีอีสานบ่ย่านเด้อที่สวนรัชดานุสรณ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่นนิสิต นักศึกษา นักเรียน และ ประชาชน ทยอยมาร่วมกิจกรรมจำนวนมาก โดยยืนยันถึงข้อเรียกร้องเดิมคือ การยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน หยุดคุกคามประชาชนที่เห็นต่าง และ ร่างรัฐธรรมนูบฉบับใหม่

 

นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษ์ แกนนำจัดกิจกรรม เปิดเผยว่า วันนี้เป็นการรวมกลุ่มของนักศึกษาหลายกลุ่มใน จ.ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อยืนยันถึงสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนสามารถเรียกร้องไปยังรัฐบาลเพื่อให้แก้ไขปัญหาโดยเฉพาะการต่อพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอีก 1เดือน ซึ่งเป็นการจำกัดสิทธิ์ในการชุมนุมของประชาชน ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นในสถานการณ์การแพร่ระบาดระบาดเชื้อ COVID-19

 

ขณะเดียวกันเวทีวันนี้จะบอกเล่าถึงความผิดพลาดในการบริหารของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และ การพยายามคุกคามบุคคลที่เห็นต่างๆ รวมทั้งความผิดปกติในกลไกรัฐสภาที่มีเสียงสมาชิกวุฒิสภาอยู่เคียงข้างรัฐบาลถึง 250 เสียง ซึ่งหากอาศัยกลไกปกติเพื่อร่างรัฐธรรมนูญฉบับจึงแทบเป็นไปไม่ได้

ขณะที่ ในการเปิดญัตติด่วนเพื่อรับฟังความคิดความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลังจากปิดการอภิปราย ที่ประชุมลงมติ 260 ต่อ 178 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง เห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเปิดรับฟังความเห็น ของนักเรียน-นักศึกษา ทั้งที่เคลื่อนไหวก่อนหน้านี้ และที่เคลื่อนไหวเรียกร้อง 3 ข้อ แต่ท้ายที่สุด กรรมาธิการฯ จากสัดส่วนของพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ก็ต้องว่างเว้นไว้

 

สืบเนื่องจาก ส.ส. ทั้งพรรคเพื่อไทย-ก้าวไกล-เสรีรวมไทย และพรรคประชาชาติ ปฏิเสธส่งตัวแทนเข้าร่วมงาน ด้วยเหตุผลที่อ้างอิงว่า ไม่ต้องการเป็นตรายาง ไม่ต้องการการซื้อเวลาและไม่ต้องการทำงานซ้ำซ้อน-วกวน รวมถึงการเห็นว่า 2 ใน 3 ข้อเรียกร้องของนักเรียน-นักศึกษาในนามเยาวชนปลดแอก คือเรื่องที่ฝ่ายบริหารต้องพิจารณาบทบาท-หน้าที่และอำนาจ ดังนั้นนายกรัฐมนตรี ต้องเป็นฝ่ายเปิดเวทีรับฟังความเห็น-ความเห็นด้วยตัวเอง

 

ก่อนหน้านี้ ส.ส.พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนให้เกิดกระบวนการรับฟังความเห็นประชาชน และเน้นย้ำให้เป็นบทบาทของฝ่าย นิติบัญญัติ ก่อนส่งเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการ ตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญกำหนดเป็นหน้าที่ไว้ สำหรับคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ชุดนี้ มีจำนวน 39 คน โดยทั้งหมดเป็นกรรมาธิการฯ จากสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วมรัฐบาล

กลับขึ้นด้านบน