ปิดตำนาน 61 ปี ตีตรา " ซีอุย มนุษย์กินคน"

ปิดตำนาน 61 ปี ตีตรา " ซีอุย มนุษย์กินคน"

ปิดตำนาน 61 ปี ตีตรา " ซีอุย มนุษย์กินคน"

รูปข่าว : ปิดตำนาน 61 ปี ตีตรา " ซีอุย มนุษย์กินคน"

หลังจากนี้เรื่องราวของซีอุย หรือ นายลีอุย แซ่อึ้ง จะกลายเป็นเพียงประวัติศาสตร์ และคดีอาชญากรรม มีไว้เพื่อให้คนรุ่นต่อไป ได้ศึกษาจากเรื่องเล่า ตำราวรรณกรรม ข้อมูลคดี และข้อเท็จจริงจากปากคำของผู้คน โดยไม่มีเรือนร่างให้ถูกพันธนาการอีกต่อไป

ตลอดระยะเวลา 61 ปี เรื่องราวของซีอุย ไม่เพียงแต่บอกผ่านคนในยุคอดีต แต่ยังปรากฏรายละเอียดของคดีที่ยังคงถูกถ่ายทอดต่อกันว่า 

ชายรูปร่างสูง เพียง 150 เซนติเมตร ที่ชื่อว่า ลีอุย แซ่อึ้ง มีถิ่นฐานจากตำบลฮุนไหล เมืองซัวเถา ประเทศจีน คือ มนุษย์ที่ถูกประณามว่า กินคน แต่ข้อเท็จจริงอีกด้านไม่ได้เป็นเช่นนั้น 

อาจเป็นช่วงเวลาสุดท้ายที่มีหลายคนจดจำ ซีอุย ได้จากร่างกายหลังความตาย ที่เคยถูกเก็บรักษาไว้ใน "พิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ สงกรานต์ นิยมเสน" โรงพยาบาลศิริราช หรือ ที่หลายคนเรียกติดปาก ว่า "พิพิธภัณฑ์ซีอุย"

 

จุดเริ่มต้นของ ซีอุย ในประเทศไทยเกิดขึ้นที่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนั้น ซีอุย มีอายุ 25 ปี เป็นหนึ่งในจำนวนคนนับแสนคน ที่เดินทางเข้าประเทศไทยมาเพื่ออาศัยและหางานทำ หลังจากเสร็จการสู้รบ สงครามโลกครั้งที่ 2จากเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ ชุมชนปากต่อปาก รุ่นส่งต่อรุ่น พูดถึง ซีอุยว่า

ซีอุย มีบุคลิกเป็นคนยิ้มเก่ง ใจดี เรียบร้อย มีรอยยิ้มให้คนทั่วไป ตลอดเวลาที่ได้ทักทาย แต่ก็กลัวคนแปลกหน้า ทำให้ชีวิตทั่วไปของซีอุย เป็นที่จดจำของคนในยุคนั้น

 

บ้านของซีอุย อยู่ในตรอกเล็ก ๆ ภายหลังมีชื่อเรียกกันว่า “ตรอกซีอุย” ทางเข้าบ้าน เป็นเพียงตรอกซอยเล็ก ๆ ท่ามกลางเรือนไม้ขนาบ 2 ข้าง ไม่ห่างจากถนนใหญ่ และอยู่ใจกลางชุมชน อ.ทับสะแก
ซีอุย เข้ามาประเทศไทยและขออาศัย มีค่าแรงงานจากการรับจ้างใช้แรงงานทั่ว ๆ ไป แต่ส่วนใหญ่ซีอุย ก็จะไปของานทำจากคนจีนด้วยกัน เพราะพูดคุยด้วยภาษาที่เข้าใจกัน

คุณปู่ อิ๊กเหลียง แซ่จิว หรือ เอ๊กเฮี้ยะ แซ่จิว ” ปู่เป็นชาวทับสะแก ไม่กี่คน ที่เป็นคนรุ่นราวคราวเดียวกับ “ซีอุย” เป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เคยทำงานอยู่ด้วยกัน เรียกได้ว่า กินข้าว ทำงาน และนอนด้วยกัน

 

เมื่อก่อนทำงานอยู่ด้วยกัน กินข้าวหม้อเดียวกัน นับถือกัน ราวกับเป็นเพื่อน เป็นพี่น้อง และญาติ ที่มีไม่กี่คน หลังจากอพยพมาจากเมืองจีน ถ้าวันนี้ เค้ายังมีชึวิตอยู่ จะมีอายุเกือบ 100 ปี : อิ๊กเหลียง แซ่จิว เพื่อนร่วมงานซีอุย

ในช่วงเวลาเกือบ 10 ปี ที่อ.ทับสะแก ซีอุยรับจ้างทำงาน ทั้งงานทั่วๆไป ทำงานในโรงงานเต้าหู้ และเป็นลูกจ้างในโรงงานมัน และสวนมะพร้าว 

ปลายปี 2497 ซีอุย ย้ายถิ่นฐานออกจากทับสะแก และในอีก 2ปีต่อมา หรือ ปี 2501 ซีอุย ถูกจับ และถูกหนังสือพิมพ์ เรียกว่า “มนุษย์กินคน”

ซีอุย ถูกจับ ขณะกำลังจะเผาร่างของเด็กวัย 8 ขวบคนหนึ่งที่จ.ระยอง ซึ่งสภาพร่างกายของเด็กมีร่องรอยของการผ่าท้อง หลังจากนั้น คดีที่มีเด็ก ถูกฆ่าตาย จะถูกรวบรวมส่งไปให้ตำรวจระยอง เพื่อสอบสวนซีอุย. และมีคำให้การว่า ซีอุยยอมรับสารภาพ แต่นี่เป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง 


คดีที่ 1 10 พ.ค. 2497

เด็กหญิงนิด แซ่ภู่ อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกฆ่าศพถูกชำแหละ อวัยวะหายไป ช่วงเกิดเหตุ มีการจัดงานเลี้ยงแต่งงานให้ข้าราชการผู้ใหญ่คนหนึ่ง  ในอ.ทับสะแก มีงานฉายหนัง มีเวที รำวง ใกล้ ๆ ที่ว่าการกิ่งอำเภอทับสะแก ในขณะนั้น 

 

เวลาประมาณ 21.00 น. เด็กหญิงนิด ออกไปดูหนังกลางแปลง และมีชายคนหนึ่งอุ้มเด็กหญิงนิดออกไปจากงาน ตลอดทั้งคืน ครอบครัวและชาวบ้านช่วยกันออกตามหา จนกระทั่งเช้า มีคนไปพบร่างเด็กหญิงนิด ที่มีร่องรอยบาดแผลถูกผ่าท้อง ห่างจากริมทางรถไฟไม่กี่ร้อยเมตร คดีนี้หลังจากเกิดเหตุ ตำรวจจับใครไม่ได้ พี่ชายของเด็กหญิงนิด มั่นใจว่า ซีอุยไม่ได้เป็นคนฆ่าน้องสาว แต่สงสัยชายอีกคนว่าอาจเป็นฆาตกร เพราะมีพยานยืนยัน

ฆาตกร ชายที่ชาวบ้านสงสัย มีชื่อว่า “เกลี้ยง” : ประสาร ลลิตมงคล พี่ชาย(นิด แซ่ภู่)

คดีที่ 2 20 มิ.ย.2497

เด็กหญิงลิ้มเฮียง แซ่เล้า อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ถูกฆ่าเสียชีวิตเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ ซีอุยทำงานรับจ้างที่สวนมะพร้าวของ “อีก๊ก แซ่จิว” ห่างจากกิ่งอำเภอทับสะแก ประมาณ 5 กิโลเมตร

เด็กหญิงลิ้มเฮียง แซ่เล้า ถูกฆ่าตาย หลังจากคดีพบศพเด็กหญิงนิด แซ่ภู่ 1 เดือน จุดพบศพ ห่างจากสวนมะพร้าวที่ซีอุยไปรับจ้าง 1 กิโลเมตร

คดีเด็กหญิงลิ้มเฮียง อดีตตำรวจสืบสวน สภ.ทับสะแก เล่าว่า เป็นคนจับผู้ต้องหาคดีนี้ ได้ 2 คน
ร.ต.ต.ประจวบ ฉลาดแพทย์ ยืนยันว่า ซีอุยไม่ได้เป็นฆาตกรคดีนี้ แต่เป็นผู้ต้องหาอีก 2 คน ชื่อว่า “นายเจือ และนายนิด” คดีนี้ นายเจือ ติดคุก 30 ปี ส่วนนายนิด ติดคุก 20 ปี

ฆาตกรจึงไม่ใช่ซีอุย. : ร.ต.ต.ประจวบ ฉลาดแพทย์อดีตพนักงานสืบสวน สภ.ทับสะแก

 

คดีที่ 3 27 ต.ค.2497

เด็กหญิงกำหงัน แซ่ลี้ ตำบลสามร้อยยอด อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ขณะนั้น ไปรับจ้างทำสวนที่ตำบลสามร้อยยอด ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุเช่นเดียวกัน เด็กผู้หญิง 2 คน เดินไปที่โรงหนัง ระหว่างเดินกลับบ้าน เด็กหญิงที่โตกว่าแยกตัวไปกลับบ้าน ส่วนเด็กหญิงกำหงัน เดินเพียงคนเดียว ผู้ก่อเหตุหลอกล่อเด็กด้วยขนมแล้วฆาตกรรมเฉือนเนื้อบริเวณลำคอ คดีนี้ญาติและครอบครัวเชื่อว่า ซีอุยเป็น คนก่อเหตุ และตำรวจจับผู้ต้องหาคนอื่นไม่ได้

 
คดีที่ 4 8 เม.ย.2497

เด็กหญิงบังอร ภมรสูตร อำเภอทับสะแก ประจวบคีรีขันธ์ ถูกเชือดคอ แต่รอดชีวิต เด็กหญิงบังอร ถูกพ่อใช้ให้ไปซื้อโอเลี้ยงในตลาดทับสะแก แต่ถูกจับตัวไป ลากไปที่ข้างกอไผ่ ริมทาง แล้วใช้มีดแทงที่ลำคอ แต่เธอรอดชีวิต และยืนยันว่า

ซีอุยไม่ได้ทำ แต่คนทำคือคนที่ชื่อว่า “นายเกลี้ยง”. : โสภณ ภมรสูตร น้องชายผู้รอดชีวิต

คดีที่ 5 28 พ.ย.2497

เด็กหญิงลี่จู แซ่ตั้ง เขตดุสิต กรุงเทพฯ เหตุการณ์เกิดขึ้นหลังจาก ซีอุย ย้ายถิ่นฐานจากจ.ประจวบ คีรีขันธ์ เข้ากรุงเทพฯ เพียงเดือนเดียว เด็กหญิงลี่จู เสียชีวิต พบร่องรอยการชำแหละศพ ริมทางรถไฟเขตพระนคร

คดีที่ 6 5 ก.พ.2500

เด็กหญิงซิ่วจู แซ่ตั้ง เมืองนครปฐม เป็นเหตุการณ์ที่ห่างจาก 5 คดีแรก ถึง 2 ปี  พบร่างเด็กหญิงซิ่วจู ภายในอุโมงค์ถ้ำ องค์พระปฐมเจดีย์ จ.นครปฐม ในวันตรุษจีน  ร่างกายเด็กหญิงซิ่วจู ถูกชำแหละ อวัยวะหายไป ตำรวจจับผู้ต้องหา เป็นพ่อค้าขายเนื้อหมู ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงซีอุย

คดีที่ 7  27 ม.ค. 2501

เป็นคดีสุดท้ายพบหลักฐาน ในบ้านซีอุย เด็กชายสมบุญ บุญยกาญจน์ วัย 11 ขวบ  จ.ระยอง

ซีอุย ถูกจับขณะกำลังจะอำพรางศพ ร่างของเด็กชายสมบุญ ถูกฆ่า และศพถูกชำแหละ ชาวบ้านช่วยกันจับตัวซีอุยได้ ขณะกำลังจะเผาอำพรางศพด้วยใบไม้ หลังจากชาวบ้านช่วยกันออกตามหาเด็กชายสมบุญ ตลอดทั้งคืน

เด็กชายสมบุญ ตายในวันที่ครอบครัว เตรียมจัดงานพิธีโกนจุก ตามประเพณี ซึ่งก่อนจัดงาน 1 วัน ครอบครัวได้ให้เด็กชายสมบุญ และน้องชายเด็กชายนาวี ไปซื้อผักที่สวน ซึ่งซีอุย รับจ้างดูแล
ในที่เกิดเหตุ ซีอุย กำลังยืนถือมีด อีโต้ ร่างของเด็กชายสมบุญ นอนพาดอยู่บนท่อนไม้ 2 ท่อน บนลำตัวมีหญ้าคาปกคลุม และซีอุยกำลังตัดหญ้า เพื่อคลุมร่างเด็กชายสมบุญ เพื่อเตรียมจะเผาอำพรางคดี ชาวบ้านจึงบุกเข้าไปช่วยกันจับตัว และรุมประชาทัณฑ์ : นาวี บุญยกาญจน์ น้องชายผู้เสียชีวิต

คำให้การซีอุย ขณะถูกจับได้ เล่าว่า ได้ล่อลวงเด็กชายสมบุญ ให้ไปดูรังนกในบ้าน จากนั้นได้ใช้กำปั้นทุบที่ท้ายทอย ด้านหลังศรีษะ จนกระทั่งสลบ แล้วใช้เชือกมัดขา จับลำตัวห้อยเอาศรีษะลงพื้น แล้วใช้มีดผ่าลำตัว ท้อง ก่อนล้างทำความสะอาดร่างกายเด็กชายสมบุญ ด้วยน้ำ แยกชิ้นส่วนอวัยวะภายใน เช่น ลำไส้แยกไปทิ้งในบ่อน้ำ ตับ และหัวใจ แบ่งชิ้นส่วนใส่จานไว้ แต่ยังไม่ได้กินชิ้นส่วนอวัยวะ

หลักฐานที่ยึดได้จาก ซีอุย คือ มีดปลายแหลม ที่มีคราบเลือดแต่มีจำนวนไม่มากพอตรวจได้ว่า เป็นเลือดคนหรือไม่ ผ้าเช็ดหน้าและเศษผ้าสีแดง ใช้ซับเลือดแต่ตรวจยืนยันได้ว่า เป็นเลือดของเด็กชายสมบุญ. ตับและหัวใจ ที่พบในตู้กับข้าว แพทย์ให้การว่า คล้ายกับชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์

ซีอุย ถูกควบคุมตัว ที่สถานีตำรวจระยอง 9 วัน ช่วงระหว่างการสอบสวน มีสำนวนคดีจากที่ต่าง ๆ ในคดีเก่า ถูกส่งไปให้ตำรวจระยองเพื่อสอบสวน

ซีอุย ถูกสอบสวนผ่านล่าม เพราะพูดไทยไม่ได้ ไม่มีทนายความช่วยแก้ต่างข้อกล่าวหา


นี่เป็นคำให้การ

ซีอุย “ข้าพเจ้า นายซีอุย แซ่อึ้ง ขอให้การในเพิ่มเติมว่าในการที่ ข้าฯ ทำการฆ่าคนใช้ตับ และหัวใจรับประทานนั้น เนื่องจากเมื่อรับประทานแล้ว ทำให้มีกำลังและร่างกายแข็งแรงทำงานหนักไม่เหนื่อยสำหรับข้าฯ. เคยทำการฆ่าคนและนำเอาหัวใจและตับ มารับประทานแล้ว 2 ราย คือที่กรุงเทพฯ และนครปฐม ทำให้ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นคนขายเนื้อที่ จ.นครปฐม ซึ่งถูกจับเมื่อ ปี 2500 คดีที่ 6 ถูกปล่อยตัว ขณะนั้น นายไสว ปิ่นสินชัย มีอายุ 17 ปี นายไสว จึงไม่ใช่ฆาตกรที่นครปฐม


สำหรับซีอุย หลังจากถูกสอบสวน 9 วัน ตำรวจ อ้างถึงคำให้การว่า ซีอุยรับสารภาพ ทุกคดี ทั้งคดีที่ทับสะแก ปราณบุรี นครปฐม กรุงเทพฯ และที่จ.ระยอง รวม 7 คดี คำให้การของซีอุย ถูกอ้างว่า เพื่อแลกกับการจะได้ถูกส่งตัวกลับไปบ้านเกิดประเทศจีน

ศาลชั้นต้น พิพากษา ประหารชีวิต แต่เนื่องจากรับสารภาพ ลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต
ศาลอุทธรณ์ พิพากษาให้ประหารชีวิต โดยไม่มีเหตุลดโทษ 
ศาลฎีกา พิพากษา ยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้ประหารชีวิต
16 ก.ย.2502 นาย ซีอุย แซ่อึ้ง ถูกประหารชีวิต ที่เรือนจำบางขวางในปีถัดมา

หลังจากประหารชีวิตซีอุย ไม่มีใครแสดงตัวเป็นญาติไปติดต่อขอรับศพ และ ซีอุย ก็เป็นข่าวโด่งดังถึงการฆาตกรรมเมื่อซีอุย ถูกกล่าวหา ถึงพฤติกรรมที่โหดร้าย ในทางวิทยาศาสตร์และวงการแพทย์จึงมีหน้าที่ เพื่อหาคำตอบว่า ทำไม “ซีอุย” ถึงมีพฤติกรรมตามที่มีข้อกล่าวหาในขณะนั้น หรือ เป็นเพราะการทำงานของระบบสมอง ที่ทำให้มีความคิดเช่นนั้น

การนำร่างของซีอุย มาเพื่อหาข้อพิสูจน์และทำการวิจัยด้านสมอง จึงอาจเป็นหนทางหาคำตอบ ในด้านอาชญวิทยาเพื่อประโยชน์ต่อมนุษย์ในด้านการหาคำตอบจากพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาว่า เป็น “ฆาตกร” และในวงการแพทย์ ยอมรับกันว่า ร่างของ “ซีอุย” เป็นความสำเร็จของวงการแพทย์ของไทยในการทำ “มัมมี่” ซีอุย จึงอยู่ในสถานะอาจารย์ใหญ่ เพื่อให้นักศึกษาแพทย์ ได้เรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์

23 ก.ค. 2563

ร่างของนายซีอุย แซ่อึ้ง ถูกนำออกจากตู้จัดแสดงที่เคยตั้งไว้ในพิพิธภัณฑ์กายวิภาคศาสตร์ คณะแพทย ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล และนำใส่โลงศพ เพื่อเคลื่อนย้ายนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดบางแพรกใต้ จ.นนทบุรี ท่ามกลางตัวแทนจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น กรมราชทัณฑ์ คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยา บาล ชาวบ้านจากตำบลทับสะแก ที่ยืนยันว่า ซีอุย เปรียบเสมือนญาติ และเป็นส่วนหนึ่งของประวัติ ศาสตร์ชุมชมของทับสะแก ผู้เข้าร่วมพิธีฌาปณกิจร่าง ซีอุย ยังรวมถึง นักแสดงส่วนหนึ่งจากทีมงานภาพยนตร์ ซีอุย ที่ได้ใช้เรื่องราวส่วนหนึ่งของซีอุย ในการบันทึกเป็นภาพยนตร์

และนี่จะเป็นภาพข้อความสุดท้าย ที่เพื่อนของซีอุย ที่เคยใช้ชีวิตร่วมกันที่อำเภอทับสะแก จุดเริ่มต้นของ นาย ลีอุย แซ่อึ้ง 

ขอให้ ซีอุย ไปสู่สุขคติ

 

กลับขึ้นด้านบน