THE EXIT : รื้อโครงการครุภัณฑ์สัญญาลวง ตอน 2

THE EXIT : รื้อโครงการครุภัณฑ์สัญญาลวง ตอน 2

THE EXIT : รื้อโครงการครุภัณฑ์สัญญาลวง ตอน 2

รูปข่าว : THE EXIT : รื้อโครงการครุภัณฑ์สัญญาลวง ตอน 2

ผู้อำนวยการโรงเรียนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือกว่า 1,000 แห่ง ที่ถูกบริษัทเจ้าของสินค้าฟ้องเรียกค่าสินค้าครุภัณฑ์ทางการศึกษา กำลังเตรียมหลักฐานเพื่อยืนยันว่าไม่มีเจตนาในการสั่งซื้อสินค้า แต่ถูกหลอกทำสัญญาทั้งที่อ้างเป็นการบริจาค

เครื่องกรองน้ำ 2 เครื่องมูลค่า 178,000 บาท ตั้งไว้ในโรงเรียนบ้านแสงสว่าง อ.หนองแสง จ.อุดรธานี มานาน 2 ปี ปัจจุบันถูกนำออกมาใช้งาน 1 เครื่อง โดยติดตั้งต่อกับเครื่องทำความเย็นของโรงเรียน ส่วนอีก 1 เครื่องยังไม่ได้ใช้งาน เนื่องจากช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา นายสมจิตร บุญกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้รับหมายศาลเพื่อให้ชำระค่าสินค้า 177,572 บาท

 

ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแสงสว่าง อ้างว่า ได้รับเครื่องกรองน้ำดังกล่าว หลังทราบข่าวจากครูในจังหวัดเดียวกันว่ามีสินค้ามาบริจาคฟรี แต่กลับต้องมาเตรียมหลักฐานเพื่อขึ้นศาลกรณีบริษัทเจ้าของสินค้าทวงค่าชุดเครื่องกรองน้ำ

บริษัทอ้างว่าจะบริจาคให้โรงเรียน แต่ต้องเซ็นเอกสารเพื่อนำไปขอรับการสนับสนุนงบฯ จากหน่วยงานภาครัฐในโครงการน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียน หลังจากนั้นมีหนังสือทวงหนี้ ปี 2562 ประมาณ 2 ครั้ง โรงเรียนตอบว่าไม่มีงบฯ ชำระให้เพราะไม่ได้สั่งซื้อ

หนังสือสั่งซื้อสั่งจ้างเป็นหลักฐานสำคัญที่บริษัทเจ้าของสินค้าฟ้องเรียกค่าชุดเครื่องกรองน้ำ หนังสือฉบับนี้ทำขึ้นในวันรับสินค้า โดยกลุ่มนายหน้าอ้างว่า จะนำไปให้บริษัทเจ้าของสินค้าไปเบิกงบประมาณเอง

ชุดเครื่องกรองน้ำ ไม่ใช่สินค้าเพียงอย่างเดียวที่ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแสงสว่างได้รับมาจากนายหน้ากลุ่มนี้ ก่อนหน้านี้มีหลอดไฟแอลอีดี มูลค่า 500,000 บาท ปัจจุบันมีการนำไปใช้งานบางส่วนและบางส่วนยังคงถูกเก็บไว้ รวมไปถึงชุดไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์

 

ผู้อำนวยการโรงเรียนดังกล่าว อ้างว่า สินค้าทุกอย่างนั้นได้รับการติดต่อจากกลุ่มนายหน้าในพื้นที่ว่า เป็นสินค้าที่บริษัทเจ้าของสินค้านำมาบริจาค

 

THE EXIT ติดตามประเด็นมากว่า 1 ปี จนพบว่านายหน้ากลุ่มที่ติดต่อนำสินค้ามีบริจาคให้โรงเรียน ทำงานลักษณะเป็นขบวนการและมีอดีตนายทหารยศนายพลเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งถูกจับกุมในข้อหาฉ้อโกงประชาชนเมื่อปี 2562 นอกจากนี้มีเลขาฯ อีก 2 คน คอยประสานงานกับกลุ่มนายหน้าในพื้นที่

 

กลุ่มนายหน้าแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ นายหน้าที่เข้าไปประสานกับบริษัทเจ้าของสินค้า อ้างว่าสามารถหางบประมาณได้ แต่บริษัทเจ้าของสินค้าต้องจ่ายค่าดำเนินการเพื่อแลกกับการได้ส่งมอบสินค้า ส่วนกลุ่มที่ 2 ทำหน้าที่ประสานงานกับผู้อำนวยการโรงเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ว่ามีสินค้ามาบริจาคและเป็นผู้จัดเตรียมประสานงานสถานที่ในการส่งมอบและทำหนังสือสั่งซื้อสั่งจ้าง

 

หลังจับกลุ่มอดีตนายทหารยศนายพล นายหน้ากลุ่มนี้อ้างว่าถูกว่าจ้างให้ชักชวนและส่งมอบสินค้า หลังดำเนินการเสร็จก็ไม่ได้รับเงินค่าว่าจ้าง และไม่มีส่วนรู้เห็นว่าเป็นโครงการของใคร

ส่วนบริษัทเจ้าของสินค้าบางกลุ่มได้ออกมาฟ้องอดีตนายทหารยศนายพล หลังไม่ได้รับค่าสินค้าตามสัญญา เพราะบริษัทส่งสินค้าไปยังโรงเรียนต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว

 

ส่วนผู้อำนวยการโรงเรียน ถูกกลุ่มนายหน้าบอกให้ทำใบอนุโมทนา และโรงเรียนบางแห่งไม่กล้านำสินค้าออกมาใช้ เนื่องจากได้ยินว่าโครงการมีปัญหา จนปัจจุบันบางบริษัทได้ฟ้องผู้อำนวยการโรงเรียนเรียกค่าสินค้า แต่งบประมาณจริงที่บริษัทควรจะได้รับนั้นมาจากกลุ่มอดีตนายทหารยศนายพล แต่เนื่องจากผู้อำนวยการโรงเรียนทำหนังสือสั่งซื้อสั่งจ้างในวันรับสินค้า กลายเป็นหลักฐานที่ถูกนำมาฟ้องร้องขณะนี้

 

ทีมข่าวพยามติดต่อบริษัทเจ้าของชุดเครื่องกรองน้ำ และเจ้าของบริษัทมอบหมายให้ทนายความเป็นผู้ชี้แจ้ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการติดต่อกลับเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง  THE EXIT : รื้อโครงการครุภัณฑ์สัญญาลวง 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน