อัยการไม่แจงคดี "บอส" เท่ากับตอกย้ำคุกมีไว้ขังคนจน

อัยการไม่แจงคดี "บอส" เท่ากับตอกย้ำคุกมีไว้ขังคนจน

อัยการไม่แจงคดี "บอส" เท่ากับตอกย้ำคุกมีไว้ขังคนจน

รูปข่าว : อัยการไม่แจงคดี "บอส" เท่ากับตอกย้ำคุกมีไว้ขังคนจน

นักวิชาการด้านกฎหมาย ชี้ไม่ฟ้องคดี “บอส” ขับรถชนคนตายแล้วหนีเป็นเรื่องร้ายแรง ย้ำอัยการต้องชี้แจงเหตุไม่ฟ้อง เหตุสั่นคลอนความเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม ส่วนตำรวจต้องแจงเหตุใดไม่แย้งอัยการ

วันนี้ (25 ก.ค.2563) ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และอาจารย์คณะนิติศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทเครื่องดื่มชูกำลังชื่อดัง และอดีตผู้ต้องหาคดีขับรถชนตำรวจเสียชีวิต 

โดยระบุว่า ทำไมการที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาคดีนี้จึงเป็นเรื่องร้ายแรง กรณีนี้ไม่ใช่แค่ขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิตเท่านั้น แต่เป็นเรื่องชนแล้วหนี แล้วคนที่ถูกชนคือตำรวจจราจรที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ ทั้งยังมีการใช้ผู้อื่นมารับผิดแทน

การที่คดีล่าช้าอยู่ในชั้นตำรวจนานถึง 8 ปี แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติ และปัญหาความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม ของประเทศไทยมากพออยู่แล้ว

ดังนั้นการที่สำนักงานอัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ต่างประเทศทุกข้อหา จึงเป็นเรื่องร้ายแรงมากในความรู้สึกของผู้คนโดยทั่วไป และเป็นการตอกย้ำสิ่งที่พูดกันว่า คุกมีไว้ขังแค่คนจน ส่วนคนรวยจะหลุดรอดเพราะมีเส้นสายและวิ่งเต้นได้ ว่าเป็นเรื่องจริง

“สำนักงานอัยการสูงสุดจึงต้องชี้แจงเหตุผล ว่าทำไมจึงสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาทุกคดีเช่นนี้ อย่าให้คนคิดไปว่ากระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยสามารถวิ่งเต้นและใช้เส้นสายได้ เพราะนี่คือกรณีที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศเป็นอย่างยิ่ง หาไม่แล้วคนจะไม่ใช่แค่บอยค็อตต์ผลิตภัณฑ์ในเครือกระทิงแดง แต่อาจจะบอยค็อตต์สำนักงานอัยการสูงสุดด้วย”

ส่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแถลงแค่ว่าทำตามขั้นตอนและทำตามความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้ แต่ต้องชี้แจงให้เหตุผลว่า ทำไมไม่คัดค้านความเห็นของสำนักงานอัยการสูงสุดที่สั่งไม่ฟ้องด้วย

กลับขึ้นด้านบน