"สงกานต์" จี้ตำรวจ-อัยการ เปิดเหตุผลสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา"

"สงกานต์" จี้ตำรวจ-อัยการ เปิดเหตุผลสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา"

"สงกานต์" จี้ตำรวจ-อัยการ เปิดเหตุผลสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา"

รูปข่าว : "สงกานต์" จี้ตำรวจ-อัยการ เปิดเหตุผลสั่งไม่ฟ้องคดี "บอส อยู่วิทยา"

"สงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์" เรียกร้อง อัยการ ตำรวจ และญาติผู้เสียชีวิตคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถชนตำรวจเสียชีวิต ปี 2555 นำเอกสารหลักฐานที่ระบุรายละเอียดเหตุผลทั้งหมดที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดี มาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อจะคลายความสงสัยในคดี

วันนี้ (27 ก.ค.2563) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงคดีของนายวรยุทธ์ อยู่วิทยา หรือ บอส อดีตผู้ต้องหาคดีขับรถหรูพุ่งชนดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผู้บังคับหมู่งานปราบปราม สน.ทองหล่อ ขณะกลับจากการปฎิบัติหน้าที่ เหตุเกิดเมื่อปี 2555 ซึ่งกรณีคำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ

เบื้องต้นพบว่า มีข้อสงสัยในหลายส่วน โดยเฉพาะความเห็นของอัยการที่สั่งไม่ฟ้องรวมทั้ง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความเห็นพ้องกับอัยการจึงอยากเรียกร้องให้ทั้งทางพนักงานอัยการ ตำรวจ และญาติของผู้เสียชีวิต นำเอกสารหลักฐานที่ระบุรายละเอียดเหตุผลทั้งหมดที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องคดีมาเปิดเผยต่อสาธารณะเพื่อจะคลายความสงสัยในคดี ไม่ว่าจะเป็นประเด็นการออกหมายเรียกผู้ต้องหา 7-8 ครั้ง ความเร็วของรถในขณะขับที่มีการสอบพยานพบว่า มีการใช้ความเร็วไม่เกิน 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ว่าเป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ รวมทั้งการระบุว่าผู้เสียชีวิตเป็นผู้ต้องหาที่ 2 หรือตกเป็นคดีประมาทร่วมและสุดท้ายเรื่องของการพบสารเสพติดประเภทโคเคน

นอกจากนี้ญาติของผู้เสียชีวิตมีสิทธิ์มีสิทธิ์จะฟ้องต่อศาลเองได้หากอัยการไม่สั่งฟ้อง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นทางญาติของผู้เสียชีวิตออกมาฟ้องในคดี ซึ่งหากไม่ออกมาจะทำให้คดีเป็นที่สิ้นสุด

ทั้งนี้ นายสงกานต์ยังระบุว่าการร้องของความเป็นธรรมของผู้ต้องหาในระหว่างดำเนินคดี ตามกฎหมายถือเป็นสิทธิ์โดยชอบธรรมของผู้ต้องหาที่สามารถทำได้ตั้งแต่ชั้นพนักงานสอบสวนจนถึงชั้นอัยการ ซึ่งหากมีการร้องขอความเป็นธรรมแล้วจะต้องนำเข้าคณะกรรมการพิจารณาคำร้องดังกล่าว

โดยในวันที่ 10 ส.ค.นี้ เวลา 13.00 น. นายสงกานต์จะนำเรื่องดังกล่าวกล่าวเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการให้มีความเห็นรับเรื่องไว้พิจารณาและอาจจะมีการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล และหากเรียกสอบถามข้อมูลทุกฝ่ายแล้วจะสรุปความเห็นและแนวทางการทำคดีต่อไป แต่ไม่สามารถสั่งให้รื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้

กลับขึ้นด้านบน