31 คณาจารย์นิติฯ มธ.จี้ อสส. - ตร.ชี้แจงคดี "บอส อยู่วิทยา"

31 คณาจารย์นิติฯ มธ.จี้ อสส. - ตร.ชี้แจงคดี "บอส อยู่วิทยา"

31 คณาจารย์นิติฯ มธ.จี้ อสส. - ตร.ชี้แจงคดี "บอส อยู่วิทยา"

รูปข่าว : 31 คณาจารย์นิติฯ มธ.จี้ อสส. - ตร.ชี้แจงคดี "บอส อยู่วิทยา"

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์กรณีคําสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา "วรยุทธ อยู่วิทยา" หรือ บอส อยู่วิทยา พร้อมเรียกร้องให้อัยการสูงสุด – สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงขั้นตอนและเหตุผลต่อสาธารณชน

วันนี้ (28 ก.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์กรณีคําสั่งไม่ฟ้องคดีอาญา "นายวรยุทธ อยู่วิทยา" ตามที่ได้มีการนําเสนอข่าวเกี่ยวกับการยุติการดําเนินคดีอาญากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา ซึ่งถูกตั้งข้อหาเป็นคดีอาญา 5 ข้อหา รวมถึงข้อหาขับรถโดยประมาททําให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยที่ทั้ง 5 ข้อหานี้ หากมีการดําเนินคดีอาญาและต่อสู้คดีกันตามปกติ แม้พิสูจน์ได้ว่าผู้ถูกกล่าวหากระทําความผิดจริง ก็มีโอกาสที่ศาลจะพิพากษารอการกําหนดโทษหรือรอการลงโทษ

อย่างไรก็ตาม ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีความพยายามในการช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมีสถานะทางสังคมและเศรษฐกิจที่ดียิ่ง ให้รอดพ้นจากการถูกดําเนินคดีมาอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ จนเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนที่ให้การช่วยเหลือผู้ถูกกล่าวหาถูกลงโทษทางวินัย ในขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาเองได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศและไม่ได้กลับมาต่อสู้คดีตามปกติเป็นเวลาต่อเนื่องยาวนานหลายปีข้อเท็จจริงที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเหตุให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในความโปร่งใสและประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และคอยติดตามความคืบหน้าของการดําเนินคดีด้วยความวิตกกังวลอย่างยิ่ง

แม้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าการดําเนินคดีและผลของคดีอาญาในคดีจะมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมของประเทศในภาพรวม การดําเนินคดีอาญาในคดีนี้กลับเป็นไปด้วยความล่าช้าจนทําให้คดีขาดอายุความไป 3 ข้อหา ในขณะที่ข้อหาขับรถโดยประมาททําให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ซึ่งเป็นข้อหาที่อุกฉกรรจ์ที่สุดในบรรดาข้อหาทั้งหมดและเจ้าพนักงานยังมีโอกาสพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกกล่าวหาไปจนถึงปี 2570 สํานักงานอัยการสูงสุดกลับมีคําสั่งไม่ฟ้อง และสํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่แย้งคําสั่งไม่ฟ้องดังกล่าว ทั้งที่ได้เคยมีการออกหมายจับไปแล้วก่อนหน้าและมีการแจ้งให้สาธารณชนทราบเมื่อไม่นานมานี้ว่า อยู่ระหว่างการดําเนินคดีโดยไม่ได้ชี้แจงเหตุผลให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงคําสั่งและดุลยพินิจซํ้าร้ายสังคมกลับทราบข่าวการสั่งไม่ฟ้องจากสื่อต่างประเทศ

นอกจากนี้ รายงานการตรวจพบสารเสพติดในตัวผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏเป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ทําให้สังคมเกิดความเคลือบแคลงสงสัยการใช้ดุลยพินิจสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาขับรถขณะเมาสุราที่ได้ยุติไปก่อนหน้าและการไม่ดําเนินคดีอาญาใดๆ ที่เกี่ยวข้องการตรวจพบสารเสพติดในร่างกาย

แม้ว่าตามกฎหมาย พนักงานอัยการจะมีดุลยพินิจในการสั่งคดีไม่ว่าจะเป็นการสั่งฟ้องหรือการสั่งไม่ฟ้องบนพื้นฐานของพยานหลักฐาน ว่าพอเพียงที่จะดําเนินคดีหรือไม่และรับฟังได้เพียงใด หรือบนพื้นฐานของประโยชน์สาธารณะ แต่การใช้ดุลยพินิจดังกล่าวจะต้องมีเหตุผลที่หนักแน่น

โดยเฉพาะคดีที่มีผลกระทบอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างเช่นคดีนี้ยิ่งต้องแสดงเหตุผลที่หนักแน่นมากเป็นพิเศษ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการดําเนินคดีอาญาที่โปร่งใส เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติซึ่งจะช่วยคลายความวิตกกังวลของสาธารณชน

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่เริ่มมีการดําเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหาเมื่อปี 2555 จวบจนปัจจุบัน ความเคลือบแคลงสงสัยของสังคมมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่คําชี้แจงหรือคําอธิบายต่อการดําเนินการและผลทางคดีกลับไม่ชัดเจน ไม่มีเหตุผลหนักแน่นเพียงพอ และบางครั้งมีความขัดแย้งกันเอง สร้างความไม่พอใจและเสื่อมศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมในหมู่ประชาชนอย่างกว้างขวาง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาของนานาชาติ

เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าสังคมไทยมีความเหลื่อมลํ้าทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาประชาชนจํานวนมากตั้งคําถามเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมที่เหลื่อมลํ้าและเลือกปฏิบัติเพราะเหตุของความแตกต่างทางเศรษฐกิจและสถานะทางสังคม จนเกิดวาทกรรม “คุกมีไว้ขังคนจน” ในขณะที่บุคลากรส่วนใหญ่ในกระบวนการยุติธรรมและผู้ประกอบวิชาชีพกฎหมายพยายามอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่ภายใต้กฎหมายด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและพยายามกอบกู้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

หลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงการดําเนินคดีอาญาต่อนายวรยุทธอยู่วิทยา ทําให้ความพยายามดังกล่าวไร้ความหมายในสายตาของประชาชาชน และการวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมที่มีต่อองค์กรและบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมบั่นทอนกําลังใจของผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรมเพื่อธํารงไว้ซึ่งหลักความเสมอภาคภายใต้กฎหมายและหลักนิติรัฐ เพื่อกอบกู้ศรัทธาของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย และเพื่อรักษากําลังใจของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปด้วย

ความสุจริตเที่ยงธรรมและด้วยความภาคภูมิใจ ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมคณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขอเรียกร้องให้สํานักงานอัยการสูงสุดและสํานักงานตํารวจแห่งชาติดําเนินการดังต่อไปนี้โดยเร็ว 1.ชี้แจงขั้นตอนการดําเนินการคดีอาญากับนายวรยุทธ อยู่วิทยา โดยละเอียดและอธิบายเหตุผลอย่างชัดเจนถึงผลของคดีที่ขาดอายุความและการใช้ดุลยพินิจไม่ฟ้องคดีอาญา และ 2. ตรวจสอบว่าการดําเนินการและการใช้ดุลยพินิจดังกล่าวถูกต้องตามกฎหมาย สุจริตและโปร่งใสหรือไม่ และหากพบว่ามีการดําเนินการหรือการใช้ดุลยพินิจในขั้นตอนใดไม่เป็นไปตามกฎหมาย ไม่สุจริต หรือไม่โปร่งใส ให้พิจารณาดําเนินการและใช้ดุลยพินิจใหม่ให้ถูกต้อง

คณาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

  1. รศ.ดร.มุนินทร์พงศาปาน
  2. รศ.ดร.สุปรียา แก้วละเอียด
  3. รศ.ดร.ต่อพงศ์ กิตติยานุพงศ์
  4. ผศ.ดร.รณกรณ์ บุญมี
  5. รศ.ดร.นิรมัย พิศแข มั่นจิตร
  6. รศ.ดร.สมเกียรติ วรปัญญาอนันต์
  7. รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
  8. ผศ.ดร.นพร โพธิ์พัฒนชัย
  9. ผศ.ทวีศักดิ์ เอื้ออมรวนิช
  10. ผศ.ดร.เอมผกา เตชะอภัยคุณ
  11. อาจารย์ปวีร์ เจนวีระนนท์
  12. อาจารย์เอื้อการย์ โสภาคดิษฐพงษ์
  13. อาจารย์เฉลิมวุฒิ ศรีพรหม
  14. อาจารย์ภัทรพงษ์ แสงไกร
  15. ผศ.กิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์
  16. ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
  17. ศ.ดร.อุดม รัฐอมฤต
  18. ศ.ดร.สุเมธ ศิริคุณโชติ
  19. อาจารย์ปทิตตา ไชยปาน
  20. อาจารย์อัครวัฒน์ เลาวัณย์ศิริ
  21. ผศ.ดร.มาตาลักษณ์ เสรเมธากุล
  22. ผศ.ดร.กรศุทธิ์ ขอพ่วงกลาง
  23. อาจารย์สุรศักดิ์ บุญญานุกูลกิจ
  24. อาจารย์พวงรัตน์ ปฐมสิริรักษ์
  25. อาจารย์ ดร.นัษฐิกา ศรีพงษ์กุล
  26. อาจารย์จุฑามาศ ถิระวัฒน์
  27. อาจารย์ปรียาภรณ์ อุบลสวัสดิ์
  28. อาจารย์กรกนก บัววิเชียร
  29. อาจารย์กีระเกียรติ พระทัย
  30. อาจารย์เมษปิติ พูลสวัสดิ์
  31. อาจารย์กิตติภพ วังคํา

 

ม.ทักษิณ จี้ อสส. - ตร.ชี้แจ้งรายละเอียดคดี

ขณะที่ คณาจารย์คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยทักษิณ ก็ได้ออกแถลงการณ์ กรณีการดำเนินคดีอาญาต่อนายวรยุทธ อยู่วิทยา และผลของคดีอาญา โดยระบุว่า จากการดำเนินคดีและผลของคดีอาญา ทำให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์เคลือบแคลงสงสัย สร้างความไม่พอใจต่อสาธารณชนอันมีผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศอย่างเป็นที่ประจักษ์และเป็นวงกว้างดังเป็นที่รับทราบอยู่ในขณะนี้ ซึ่งเกิดจากบุคลากรส่วนน้อยของกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น แต่จนถึงปัจจุบันหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวยังไม่ได้ชี้แจงถึงขั้นตอน รายละเอียดและเหตุผลของการดำเนินคดีและผลของคดีดังกล่าวต่อสาธารณชนแต่อย่างใด

เมื่อการอำนวยความยุติธรรมเป็นปัจัยสำคัญประการหนึ่งในการพัฒนาประเทศ ในการบริหารกระบวนการยุติธรมของประเทศจึต้องมุ่งสู่การเสริมสร้างสังคมนิติธรรมด้วยกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพและเอื้อให้ทุกภาคส่วนได้รับความป็นธรรมอย่งเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติ ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายป็นไปด้วยความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ดังนั้น ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของการผลิตบัณฑิตทางด้านนิติศาสตร์ คณาจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ จึงขอเรียกร้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ดำเนินการชี้แจงถึงขั้นตอน รายละเอียดและเหตุผลของการดำเนินคดีและผลของคดีทั้ง 5 ข้อหาให้สาธารณชนทราบโดยเร็ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นัดแรก อสส.ประชุมสอบสำนวนคดี "บอส อยู่วิทยา"

สน.ทองหล่อ ยืนยันถอนหมายจับ "บอส" ตั้งแต่มิ.ย.แล้ว

อัยการไม่แจงคดี "บอส" เท่ากับตอกย้ำคุกมีไว้ขังคนจน

ต้องอ่าน! “ทฤษฎีสมคบคิด” ทำเป็นขบวนการ...คดีบอส อยู่วิทยา

โฆษก สตม.ยืนยัน "บอส อยู่วิทยา" ยังไม่เดินทางเข้าไทย

 

 

กลับขึ้นด้านบน