ต้องอ่าน! เปิดตัวใครเป็นใคร ในจุดเปลี่ยน คดี “บอส อยู่วิทยา”

ต้องอ่าน! เปิดตัวใครเป็นใคร ในจุดเปลี่ยน คดี “บอส อยู่วิทยา”

ต้องอ่าน! เปิดตัวใครเป็นใคร ในจุดเปลี่ยน คดี “บอส อยู่วิทยา”

รูปข่าว : ต้องอ่าน! เปิดตัวใครเป็นใคร ในจุดเปลี่ยน คดี “บอส อยู่วิทยา”

เปิดตัวใครเป็นใคร ที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยน ในคดี "บอส อยู่วิทยา" ขับรถชนดาบวิเชียร เสียชีวิต กระทั่งนำมาสู่การสั่งไม่ฟ้อง และยกเลิกหมายจับทั้งหมด

จุดเปลี่ยนคดี

.

ย้อนกลับไปที่ข้อร้องเรียนขอความเป็นธรรมคดี ของทนายความ “บอส” วรยุทธ อยู่วิทยา ยื่นขอความเป็นธรรมต่อคณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ และยื่นข้อร้องเรียนไปที่อัยการสูงสุด อีกหลายครั้ง

ทั้งๆ ที่ อัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ มีคำสั่งขออนุมัติหมายจับ เตรียมสำนวนการสอบสวนไว้พร้อม เตรียมนำตัว “บอส” รอขึ้นศาล สอดคล้องกับอัยการสูงสุดในขณะนั้น (ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒน์ ยุทธภัณฑ์บริภาร อัยการสูงสุด ) พิจารณาเห็นว่า
.
อัยการสูงสุด : “กรณีเหตุร้องขอความเป็นธรรมของผู้ต้องหา มีเฉพาะพยานหลักฐานในส่วนการ จัดทำรายงานและความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมาให้การไว้เป็นพยานต่อพนักงานสอบสวน เป็นข้อเท็จจริงใหม่ ที่ไม่เคยพิจารณามาก่อน ในส่วนพยานหลักฐานอื่นได้เคยร้องขอความเป็นธรรม และได้พิจารณายุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรม”.....
.
อัยการสูงสุด(ในขณะนั้น) ให้ความเห็นว่า : “ความเห็นของพยานผู้เชี่ยวชาญ ในข้อเท็จจริงใหม่ ไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานเดิม (ความสำคัญ อยู่ที่ประเด็นนี้ ว่า อัยการสูงสุดขณะนั้น ไม่รับฟังพยานหลักฐานใหม่ไปแล้ว )

.

“จึงให้ยุติเรื่องร้องขอความเป็นธรรมและให้อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ แจ้งพนักงานอัยการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวนายวรยุทธ มาฟ้องตามคำสั่ง” มีคำสั่งและความเห็น เมื่อวันที่ 27 ก.ย.2560

.
แต่... ผลสอบสวน คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีรายงานผลการสอบสวนเรื่องนี้อย่างไร

.
ท่านต้องเปิดเผย ไม่ใช่ปกปิด ... ไม่มีรายงานผลการตรวจสอบของคณะกรรมาธิการชุดนี้ หลังจากเรียกทั้ง อัยการ ทนายความ และตำรวจพนักงานสอบสวน ไปชี้แจง ก่อนส่งรายงานผลการสอบสวน และมีมติกลับไปที่ สำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อให้กลับความเห็นอัยการสูงสุด (ร.ต.ต.พงษ์นิวัฒ) จนนำไปสู่การสอบสวนพยานใหม่ให้ 6 คน (. ตำรวจ 3 คน + ผู้เชี่ยวชาญ + ประจักษ์พยานใหม่ 2 คน ) กลายเป็นจุดเปลี่ยนคดี...
.
ใครเป็นใคร คณะกรรมาธิการ กฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สนช.มีใครบ้าง
https://www.senate.go.th/…/%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8…/TH-TH/…

6 พยานพลิกคดี

.

คนที่ 1. พ.ต.ต. ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ กองพิสูจน์หลักฐาน ให้การว่า
.
“เหตุที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 มีคำสั่งฟ้อง นายวรยุทธ ในความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

เนื่องจาก พ.ต.ต.ธนสิทธิ แตงจั่น ผู้ตรวจสอบความเร็วของรถยนต์ ว่า ขณะเกิดเหตุ รถยนต์เฟอร์รารี่ แล่นด้วยความเร็วเฉลี่ย 177 กม./ชั่วโมง ( สอดคล้องกับความเห็นจาก ผู้เชี่ยวชาญ ภาควิชาฟิสิกส์. คำนวณเวลาจากจุดวิ่งผ่านเสาไฟ กล้องวงจรปิด

จนกระทั่งภาพรถผ่านไปพ้นจากมุมกล้อง คำนวณความเร็วได้ที่ 177 กิโลเมตร/ชม. อาจมีความคลาดเคลื่อน เพิ่มขึ้น-ลดลง ประมาณ 17 กม.ต่อชั่วโมง ) กล้องวงจรปิด ห่างจากจุดเกิดเหตุ ประมาณ 100 เมตร
.
แต่ 4 ปีต่อมา วันที่ 2 มีนาคม 2559 หลังจากทนายความ ยื่นเรื่องไปที่ กมธ.สนช. อ้างว่า ได้คำนวณหาความเร็วโดยวิธีใหม่ (ไม่มีรายละเอียดวิธีการคำนวณ ) แต่กลับให้การใหม่ ว่า ได้ความเร็วของรถยนต์เฟอร์รารี่ ขับขี่ ประมาณ 79.23 กม.ต่อชั่วโมง
.

คนที่ 2-3

.

พ.ต.ท.สมยศ แอบเนียน สารวัตรงานช่างเครื่องและตรวจพิสูจน์ กองบังคับการตำรวจจราจร

พ.ต.ท.สุรพล เดชรัตนวิชัย ผู้เชี่ยวชาญตรวจพิสูจน์เครื่องกล และอุปกรณ์ส่วนควบของยานยนต์ที่เกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุ รายงานผลการตรวจเปรียบเทียบความเสียหายรถจากคดีเฉี่ยวชนอื่น ยืนยันไม่ใช่ความเร็ว 170 กม./ชม.

.

คนที่ 4

.
รศ.ดร.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและกระบวนการ และเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยทางถนน มจพ. คำนวณความเร็ว ของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ว่า ความเร็วของรถยนต์เฟอร์รารี่ ได้ความเร็วประมาณ 76.175 กม./ ชั่วโมง ใกล้เคียงกับความเห็นของพ.ต.ท.สมยศ ที่ตรวจร่องรอยความเสียหายของรถทั้งสองคัน จึงสันนิษฐานว่ารถทั้งสองคัน ใช้ความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
.

คนที่ 5 - 6

.
พล.อ.ท.จักกฤช ถนอมกุลบุตร และ นายจารุชาติ มาดทอง พยานบุคคล ให้การปี วันที่ 4 ธ.ค.2562 (ให้การย้อนหลังถึง 7 ปี ) อ้างว่า “ขับรถตามหลังจาก รถจักรยานยนต์ของ ด.ต.วิเชียร ซึ่งขี่รถด้วยความเร็ว 60 กม/ชม. พยานให้การว่า “ บอส” ขับรถยนต์ด้วยความเร็ว 50-60 กม./ชม” เท่านั้น
.
พยานให้การว่า “บอส ขับรถในเลน ชิดเกาะกลางถนน ด้วยความเร็วเพียง 80 กม./ชม. ส่วน”ดาบวิเชียร” ขี่รถ จยย.ในช่องทางด้านซ้าย จากนั้นเปลี่ยนช่องทางไปที่ช่องทางขวาชิดเกาะกลางถนน ทำให้พยาน 1 คน ที่ขับรถกระบะ ในเลนกลาง อยู่ด้านหลัง ต้องหักหลบพวงมาลัยไปทางซ้าย รถจักรยานยนต์ดาบวิเชียร เมื่อวิ่งไปทางเลนด้านขวาสุดชิดเกาะกลางถนน และในระยะกระชั้นชิดทำให้รถเฟอร์รารี่ของ “บอส” พุ่งเข้าชนท้าย

รื้อคดีใหม่... ต้องมีคำตอบ

คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการยุติธรรมและกิจการตำรวจ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ต้องเปิดเผยมติความเห็นคดีนี้ ว่า มีมติความเห็นอย่างไร ?
.
พยานบุคคล ใหม่ 2 คน อยู่ตรงไหนในวันเกิดเหตุ มีภาพวงจรปิด และมีหลักฐานใด ยืนยันว่า อยู่ในช่วงเวลาเหล่านั้นจริง ๆ ขับรถยนต์รุ่นไหน ยี่ห้ออะไร สีอะไร หมายเลขทะเบียนอะไร ตรงกับที่ให้การไว้ในสำนวนหรือไม่ และควรจะปรากฎอยู่ในภาพกล้องวงจรปิด ที่บันทึกภาพได้
.
ข้อมูลสัญญาณจากโทรศัพท์มือถือของพยาน ตรงกับพื้นที่เกิดเหตุ และในช่วงเวลาใกล้เคียงกับสถานที่เกิดเหตุหรือไม่
.
พยานทั้ง 2 คน เดินทางไปไหน ในช่วงเวลาเกิดเหตุ ประมาณ ตี 5 วันที่ 3 ก.ย.2555
.
เมื่อค้นหาคำตอบ ทั้งหมดเราก็อาจจะเห็นได้ว่า “ความไม่ปกติ” อยู่ตรงไหน แล้วใครต้องรับผิดชอบ

กลับขึ้นด้านบน