ดีดีการบินไทยลุ้น 17 ส.ค.นี้ ศาลพิจารณาให้เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ

ดีดีการบินไทยลุ้น 17 ส.ค.นี้ ศาลพิจารณาให้เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ

ดีดีการบินไทยลุ้น 17 ส.ค.นี้ ศาลพิจารณาให้เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ

รูปข่าว : ดีดีการบินไทยลุ้น 17 ส.ค.นี้ ศาลพิจารณาให้เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ

ดีดีการบินไทย มั่นใจวันที่ 17 ส.ค.นี้ ศาลล้มละลายกลางจะให้การบินไทยฟื้นฟูกิจการ แม้ขณะนี้มีเจ้าหนี้หุ้นกู้ประมาณร้อยละ 20-30 ทั้งในและต่างประเทศ ไม่เห็นด้วยกับการให้การบินไทยเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟูฯ

วันนี้ (31 ก.ค.2563) นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด มหาชน กล่าวว่า ขณะนี้การบินไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนฟื้นฟูของศาลล้มละลายกลาง ซึ่งขณะนี้ส่งข้อมูลที่จำเป็นแก่เจ้าหนี้ตามช่องทางต่าง ๆ เพื่อให้เจ้าหนี้ได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยอย่างถูกต้อง ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้เครื่องบิน ธนาคารที่มีเงินกู้ ผู้ถือหุ้นกู้ เจ้าหนี้น้ำมัน เบื้องต้นการเจรจากับเจ้าหนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี และได้รับการตอบรับเชิงบวกมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเจ้าหนี้หุ้นกู้ ร้อยละ 20-30 ทั้งในและต่างประเทศ ที่ไม่เห็นด้วยกับการให้การบินไทยเป็นผู้จัดทำแผนฟื้นฟู ส่วนที่ประเด็นที่กังวลว่าทางฝั่งเจ้าหนี้จะคัดค้านการฟื้นฟูกิจการของการบินไทยนั้น นายชาญศิลป์ ระบุว่า ในส่วนของการเจรจากับเจ้าหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ส่วนใหญ่เห็นด้วยที่จะให้การบินไทยดำเนินการตามฟื้นฟูกิจการ มีเพียงเจ้าหนี้บางส่วนที่อยู่ในหุ้นกู้ไม่ถึงร้อยละ 30 หรือรวมมูลหนี้ไม่เกินร้อยละ 10 ที่อาจจะยังไม่เห็นด้วยเท่านั้น

 

เบื้องต้นเชื่อมั่นว่า การบินไทยในฐานะลูกนี้จะสามารถดำเนินการได้ตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เนื่องจากหากฝั่งลูกหนี้ หรือการบินไทยจะดำเนินการได้จะต้องมีเสียงสนับสนุน 1 ใน 3 ของมูลหนี้ทั้งหมด หากเจ้าหนี้จะเข้ามาดำเนินการจะต้องได้รับเสียงสนับสนุน 2 ใน 3

สำหรับกระบวนการฟื้นฟูกิจการ ศาลล้มละลายกลางได้นัดฟังคำพิจารณาในวันที่ 17 ส.ค.นี้ เบื้องต้นเสนอผู้จัดทำแผนฟื้นฟูจำนวน 6 คน พร้อมมั่นใจว่าศาลจะพิจารณาให้การบินไทยจัดทำแผนฟื้นฟู ส่วนกระบวนการหลังจากนี้ เชื่อว่าวันที่ 17 ส.ค.นี้ จะยังไม่ทราบผลการวินิจฉัยของศาล คาดว่าใช้เวลาพิจารณาไต่สวนประมาณ 2 สัปดาห์ และเมื่อศาลมีคำสั่งให้การบินไทยบริหารแผนแล้วก็จะมีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและเจ้าหนี้ทราบ จากนั้นการบินไทยจะเปิดให้เจ้าหนี้ขึ้นทะเบียนเพื่อขอรับชำระคืนหนี้อีกครั้งและมั่นใจว่าภายใน 3-5 ปี การบินไทยจะกลับมาได้

 

นายชาญศิลป์ ยังกล่าวต่อว่า สิ่งแรกที่จะปรับปรุงการบินไทย คือ ความสามารถในการแข่งขัน การปรับตัว ทัศนคติวิธีคิด และกระบวนการทำงาน ต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลเมื่อเทียบกับสายการบินอื่น ส่วนกรณีที่สายการบินนกแอร์ยื่นต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อเข้าสู่แผนฟื้นฟูนั้น การบินไทยมี 2 สถานะ คือ ฐานะเจ้าหนี้ และผู้ถือหุ้น โดยในฐานะเจ้าหนี้ได้รับผลกระทบน้อย แต่ในฐานะผู้ถือหุ้นอาจจะต้องมีการปรับบัญชีใหม่ เบื้องต้นคาดว่าจะได้รับผลกระทบไม่ถึงหลักพันล้านบาท

ส่วนประเด็นเรื่องความจำเป็นที่จะต้องกลับไปทำการบินเพื่อให้บริษัทกลับมามีรายได้นั้น นายชาญศิลป์ กล่าวว่า การจัดตารางการบินและเส้นทางต่าง ๆ คาดว่าจะดำเนินการได้ และมีความสมบูรณ์หลังวันที่ 17 ส.ค.นี้ เช่นเดียวกัน เพื่อรอให้กระบวนการของศาลและกฎหมายเกิดความชัดเจน หากจัดตารางการบินในขณะนี้ แต่สุดท้ายถ้าการบินไทยไม่ได้บริหารแผนก็ไม่เกิดประโยชน์

 

กลับขึ้นด้านบน