ฝนตกหนัก! "เหนือ - อีสาน - ใต้" อ่วม จากอิทธิพลพายุซินลากู

ฝนตกหนัก! "เหนือ - อีสาน - ใต้" อ่วม จากอิทธิพลพายุซินลากู

ฝนตกหนัก! "เหนือ - อีสาน - ใต้" อ่วม จากอิทธิพลพายุซินลากู

รูปข่าว : ฝนตกหนัก! "เหนือ - อีสาน - ใต้" อ่วม จากอิทธิพลพายุซินลากู

ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องตลอดคืนบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนซินลากู ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย ขณะที่มีรายงานคูคลองและถนนถูกกัดเซาะกระทบการสัญจรของประชาชน

วันนี้ (2 ส.ค.2563) ฝนที่ตกหนักติดต่อกันจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนซินลากู ส่งผลทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 300 หลัง ใน ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย บางพื้นที่ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 70 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินไว้บนที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย

ขณะที่กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวส่งผลทำให้น้ำท่วมถนนกระทบต่อการสัญจรไปมาของประชาชน ซึ่งผู้นำชุมชนกำลังอยู่ในระหว่างการสำรวจความเสียหายเพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย

ส่วน จ.กาฬสินธุ์ ฝนตกต่อเนื่องส่งผลให้น้ำป่าจากป่าดงระแนงไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าว ใน อ.ยางตลาด กระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวยังกัดเซาะถนนและไหลเข้าท่วมบ่อเลี้ยงกุ้งก้ามกรามของเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง ในตำบลบัวบาน ได้รับความเสียหายหลายสิบบ่อ ซึ่งเกษตรกรบอกว่าได้รับแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ทำให้เคลื่อนย้ายกุ้งบางส่วนออกจากบ่อได้ทัน

 



ขณะที่สถานการณ์ที่ จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่ต้องเร่งระบายน้ำในเขตเทศบาลเมืองหนองคายลงสู่แม่น้ำโขง เพื่อเป็นการพร่องน้ำในลำรางระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาล หลังเกิดพายุฝนตกหนักจากอิทธิพลของพายุซินลากู ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเปิดประตูระบายน้ำทั้ง 7 บาน เพื่อพร่องน้ำออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ ยังได้แจ้งเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำโขง เพิ่มขึ้น แต่ยังต่ำกว่าตลิ่ง 9 เมตร

ส่วนพายุฝนที่ตกใน จ.อุดรธานีอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำท่วมขังถนนหลายสายในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำออกจากเมือง 14 จุด เพื่อเร่งระบายน้ำท่วมขัง ทำให้ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่เจ้าหน้าที่ยังเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องจากอิทธิพลของพายุส่งผลดีต่อนาข้าวของเกษตรกรในจังหวัดยโสธร ที่มีน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าวที่กำลังจะแห้งตาย หลังประสบปัญหาภัยแล้งและฝนทิ้งช่วงมานานหลายเดือน ซึ่งจังหวัดยโสธรประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดทางน้ำไหลผ่าน ให้ติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันเหตุน้ำท่วมฉับพลัน

เจ้าหน้าที่เร่งช่วยหลังน้ำทะลักท่วมบ้าน จ.น่าน

ฝนที่ตกหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาส่งผลทำให้น้ำป่าล้นตะลิ่งไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดลำห้วย บ้านห้วยหลอด ต.ยาบหัวนา  อ.เวียงสา และบ้านนาผา หมู่ 7 ต.กองควาย อ.เมืองน่าน น้ำที่ล้นทะลักจากถนนเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้ประชาชนต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง ล่าสุดถนนบางจุดรถยังไม่สามารถสัญจรผ่านได้

ด้านเจ้าหน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัย จ.น่าน กำลังเข้าพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมทั้งได้ฝากเตือนประชาชนให้ระวังอันตราย เพราะขณะนี้ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง

 


เช่นเดียวกับที่ จ.อุตรดิตถ์ ได้รับรายงานว่าฝนที่ตกอย่างหนักทำให้เกิดน้ำป่าในพื้นที่ อ.ฟากท่า ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้าน

ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ รายงานว่า อิทธิพลของพายุโซนร้อนซินลากู จะทำให้ภาคหนือมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่ จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังผลกระทบจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ในระยะนี้

 

 

หลายจังหวัดภาคใต้เตือนภัยฝนตกหนัก คลื่นลมแรง

ภาวะฝนตกหนักและลมพัดแรงในพื้นที่ อ.เมืองระนอง ทำให้มีต้นไม้ล้มหลายจุด โดยเฉพาะบริเวณถนนชลระอุ ปากทางเข้าบ่อน้ำร้อนรักษะวาริน ทำให้รถสามารถสัญจรได้เพียงครึ่งช่องทางเท่านั้น เจ้าหน้าที่ต้องเร่งนำรถไถมาเปิดให้ประชาชนได้ใช้ช่องทางเป็นการชั่วคราวไปก่อน

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในพื้นที่ จ.ระนอง ยังมีต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนและลมพัดแรง ทำให้หลังคาบ้านเรือนของประชาชนปลิวเสียหายหลายสิบหลัง เช่นเดียวกับที่ จ.พังงา เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลลำแก่น อ.ท้ายเหมือง เร่งเข้าให้ความช่วยเหลือ รื้อถอนตัดต้นไม้ที่ล้มทับบ้านเรือนของชาวบ้าน ในพื้นที่หมู่ 5 บ้านทับละมุ ตำบลลำแก่น หลังเกิดพายุฝนตกหนัก พร้อมทั้งออกสำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ด้านเจ้าหน้าที่ องค์การบริหารส่วนตำบลเขาคราม อ.เมืองกระบี่ เข้าสำรวจความเสียหายในพื้นที่หมู่ 1 และหมู่ 6 หลังจากลมพัดต้นไม้ล้มทับบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 10 หลัง เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

ขณะเดียวกันกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในหลายจังหวัดภาคใต้ ทั้งที่ จ.ตรัง สงขลา กระบี่และพังงา ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเตรียมความพร้อมรับมือและลดผลกระทบจากสถานการณ์ อุทกภัย วาตภัย ดินถล่มและคลื่นลมแรง อันเนื่องมาจากฝนตกหนักในช่วงนี้

ทั้งนี้ ขอให้ผู้ประกอบการขนส่งทางเรือระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงและเตรียมอุปกรณ์ ชูชีพให้เพียงพอ รวมทั้งขอให้ตรวจสอบความพร้อมก่อนออกเดินเรืออย่างเคร่งครัดและหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้เตรียมความพร้อม เพื่อออกช่วยเหลือและอพยพประชาชนหากถึงความจำเป็นทันที

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ฝนถล่มเมืองเลย! น้ำป่าทะลักท่วมบ้าน 300 หลัง

 

 

กลับขึ้นด้านบน