ไขคำตอบ! "หินประหลาด" แค่สะเก็ดดาวไม่ใช่ "อุกกาบาต"

ไขคำตอบ! "หินประหลาด" แค่สะเก็ดดาวไม่ใช่ "อุกกาบาต"

ไขคำตอบ! "หินประหลาด" แค่สะเก็ดดาวไม่ใช่ "อุกกาบาต"

รูปข่าว : ไขคำตอบ! "หินประหลาด" แค่สะเก็ดดาวไม่ใช่ "อุกกาบาต"

กรมทรัพยากรธรณี ชี้แจงหินสีดำที่ชาวบ้านโสกแจ้ง จ.นครราชสีมา แห่เก็บเพราะเชื่อว่าเป็นอุกาบาต ที่แท้เป็นแค่ "อุลกมณี" หรือเทคไทต์ หรือสะเก็ดดาว เป็นหินเนื้อแก้วสีเข้ม ผิวขรุขระ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยแร่ซิลิกา เนื้อแก้วโปร่งแสง เมื่อถูกแสงไฟจะทะลุผ่านไม่เรืองแสง

กรณีชาวบ้านโสกแจ้ง หมู่ที่ 8 ต.เสามา อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา พบหินประหลาดเป็นสีดำคล้ายเศษแก้ว ใช้ไฟส่องบริเวณหินเรืองแสง ทุบหินออกเป็นเนื้อละเอียดสีดำ สร้างความประหลาดใจ และเชื่อว่าเป็นหินอุกาบาตหรือดาวตก ต่างพากันเก็บไว้นำโชค

วันนี้ (3 ส.ค.2563) กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ออกเอกสารชี้แจงระบุว่า จากภาพที่ปรากฏตามข่าว มีลักษณะเป็นหินสีดำ มีลักษณะเป็นก้อนรูปกลม รูปหยดน้ำ สิ่งเหล่านี้เรียกว่าอุลกมณี หรือ เทคไทต์ (Tektite) ไม่ใช่เป็นอุกกาบาตหรือชิ้นส่วนของอุกกาบาตแต่อย่างใด

อุลกมณี หรือเทคไทต์ เป็นหินเนื้อแก้ว สีเข้ม ผิวขรุขระ มีขนาดและรูปร่างต่างๆ กัน เกิดจากชั้นหิน ดิน ทรายบนเปลือกโลก ถูกอุกกาบาตที่ตกลงมากระทบพื้นโลกด้วยแรงดันสูงส่งผลให้หินดิน ทรายบริเวณนั้น เกิดความร้อนจัดจนหลอมอย่างรวดเร็ว และพุ่งกระเซ็นขึ้นไปบนอากาศตามแรงกระแทก เกิดการเย็นตัวและแข็งตัวอย่างรวดเร็วกลางอากาศ จนทำให้มีลักษณะเป็นเนื้อแก้ว ส่วนใหญ่ประกอบด้วยแร่ซิลิกา มีลักษณะเป็นเนื้อแก้วโปร่งแสง เมื่อเวลาถูกแสงไฟแสงบางส่วนจะทะลุผ่าน ไม่ได้เรืองแสงแต่อย่างใด

 

กลับขึ้นด้านบน