คาดพายุ “ซินลากู” เติมน้ำลงเขื่อนใหญ่กว่า 1,300 ล้าน ลบ.ม.

คาดพายุ “ซินลากู” เติมน้ำลงเขื่อนใหญ่กว่า 1,300 ล้าน ลบ.ม.

คาดพายุ “ซินลากู” เติมน้ำลงเขื่อนใหญ่กว่า 1,300 ล้าน ลบ.ม.

รูปข่าว : คาดพายุ “ซินลากู” เติมน้ำลงเขื่อนใหญ่กว่า 1,300 ล้าน ลบ.ม.

กอนช.คาดปริมาณฝนจากพายุ “ซินลากู” ช่วยเติมน้ำลงเขื่อนใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศกว่า 1,300 ล้าน ลบ.ม. ขณะเดียวกันยังต้องเฝ้าระวังน้ำหลากและน้ำล้นตลิ่งในหลายพื้นที่

วันนี้ (3 ส.ค.2563) นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะเลขานุการกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) เปิดเผยว่า พายุ "ซินลากู" ทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเติมในเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 35 แห่ง ซึ่งเป็นผลดีในแง่ของการเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุน ช่วยบรรเทาปัญหาขาดแคลนน้ำ

จากการติดตามตรวจวัดและคาดการณ์น้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ พบว่า ตั้งแต่วันที่ 31 ก.ค. - 6 ก.ค.2563 มีน้ำไหลเข้ารวมทั้งสิ้น 1,315 ล้าน ลบ.ม. แบ่งเป็น มีน้ำไหลเข้าอ่างฯ แล้ว ตั้งแต่ 31 ก.ค. - 3 ส.ค.2563 รวม 390 ล้าน ลบ.ม. ได้แก่ ภาคเหนือ 153 ล้าน ลบ.ม., ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 96 ล้าน ลบ.ม., ภาคตะวันออก 8 ล้าน ลบ.ม., ภาคกลาง 1 ล้าน ลบ.ม., ภาคตะวันตก 49 ล้าน ลบ.ม. และภาคใต้ 83 ล้าน ลบ.ม.

รวมถึงคาดการณ์อีก 3 วันข้างหน้า ช่วงวันที่ 4-6 ส.ค.นี้ น้ำจะไหลเข้าอ่างฯ เพิ่มอีก 925 ล้าน ลบ.ม. ได้แก่ ภาคเหนือ 629 ล้าน ลบ.ม., ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 103 ล้าน ลบ.ม., ภาคตะวันออก 32 ล้าน ลบ.ม., ภาคกลาง 4 ล้าน ลบ.ม., ภาคตะวันตก 99 ล้าน ลบ.ม., และภาคใต้ 58 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งคาดการณ์ว่า เขื่อนที่มีปริมาณน้ำไหลเข้ามากที่สุดจนถึงวันที่ 6 ส.ค. จำนวน 7 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนสิริกิติ์ 512 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนภูมิพล 122 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนรัชชประภา 101 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนวชิราลงกรณ 96 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 62 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนอุบลรัตน์ 59 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิรินธร 53 ล้าน ลบ.ม.

เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-น้ำล้นตลิ่ง

ขณะเดียวกัน กอนช.ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำหลากบริเวณพื้นที่ลาดชันเชิงเขา ในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนบน บริเวณลำน้ำลาวและลำน้ำกอน จ.เชียงราย และลำน้ำกวง จ.เชียงใหม่

รวมทั้งพื้นที่เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งในภาคเหนือ บริเวณแม่น้ำยม อ.หนองม่วงไข่ จ.แพร่, แม่น้ำน่าน อ.เวียงสา อ.ท่าวังผา และอ.เมือง จ.น่าน, แม่น้ำปาด อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณลำน้ำยัง อ.ห้วยผึ้ง จ.กาฬสินธุ์ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือและแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่อย่างทันท่วงที

อย่างไรก็ตาม วันนี้ (3 ส.ค.) พายุซินลากูได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ โดยคาดการณ์ว่าอิทธิพลของพายุจะยังส่งผลให้มีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พายุ "ซินลากู" อ่อนกำลังลง เตือนฝนยังตกหนัก 44 จังหวัด

10 จังหวัด 1,399 ครัวเรือนเจอฤทธิ์พายุซินลากูถล่ม

แล้งสุดรอบ 10 ปี "เขื่อนสิริกิติ์" เหลือน้ำใช้การเพียง 6%

 

กลับขึ้นด้านบน