เร่งสำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน

เร่งสำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน

เร่งสำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน

รูปข่าว : เร่งสำรวจความเสียหาย ช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคอีสาน

สถานการณ์น้ำท่วมหลายจังหวัดภาคอีสาน หลายหน่วยงานลงพื้นที่เร่งสำรวจความเสียหาย วางแผนฟื้นฟู และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

กรมทางหลวงชนบทเตรียมนำสะพานเบย์ลีมาติดตั้งบริเวณสะพานข้ามลำน้ำโสมทางเข้าหมู่บ้านนาเมืองไทย ต.น้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี หลังสะพานขาดเป็นทางยาวประมาณ 20 ม.จากน้ำป่าไหลหลากกัดเซาะทำให้ไม่สามารถสัญจรเข้า-ออกหมู่บ้านได้ แต่ชาวบ้านได้นำไม้ไผ่มาทำทางเดินเป็นสะพานชั่วคราว

 

ขณะที่สภาพภายในหมู่บ้านสูบ ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย ยังคงมีหน่วยงานต่าง ๆ ทยอยเข้ามาสอบถามและสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยา โดยเบื้องต้นพบว่า มีบ้านเรือนเสียหายหนักประมาณ 60 หลังคาเรือน ส่วนทรัพย์สินที่เสียหายหนักรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถไถการเกษตร ส่วนรถที่สูญหายและคาดว่าจมอยู่ใต้น้ำเจ้าหน้าที่ได้ดำน้ำสำรวจแต่ยังไม่สามารถนำขึ้นมาได้

 

นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย เปิดเผยว่า ทีมสำรวจความเสียหายและฟื้นฟูจะเร่งสำรวจบ้านทุกหลังที่ได้รับความเสียหายเพื่อเก็บข้อมูลสมาชิกในครัวเรือน และความเสียหายของบ้านเรือน จากนั้นจะคำนวณความเสียหาย รวมถึงสำรวจยุ้งฉางว่าแต่ละครอบครัวได้รับความเสียหายมากน้อยเพียงใดเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

ขณะที่ระดับแม่น้ำโขงที่ไหลผ่าน จ.หนองคาย ที่ส่วนอุทกวิทยาหนองคาย กรมทรัพยากรน้ำอยู่ที่ 4.2 ม. เพิ่มขึ้นจากเมื่อวานนี้ (4 ส.ค.63) 76 ซม. และคาดว่าในวันนี้ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ววันเดียวอาจเกิน 1 ม.เนื่องจากมีฝนตกหนักทางตอนเหนือของไทย และประเทศลาวจากอิทธิพลของพายุโซนร้อนซินลากูทำให้มีน้ำไหลลงจากลำห้วยสาขาของแม่น้ำโขงทั้งในไทยและประเทศลาวในปริมาณมาก

ส่วนแม่น้ำชีช่วงที่ไหลผ่านเขื่อนยโสธรพื้นที่ ต.เขื่องคำ อ.เมือง จ.ยโสธร มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเขื่อนได้เปิดบานระบายน้ำทั้ง 8 บาน และ ยกบานระบายน้ำสูงขึ้นจากเดิม 10 ซม.เพิ่มเป็น 18 ซม.เพื่อให้น้ำไหลผ่านวันละประมาณ 11 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

 

กลับขึ้นด้านบน