ผบช.น.สั่งเร่งหาหลักฐานคดียิงกันเสียชีวิตในบ่อนพระราม 3

ผบช.น.สั่งเร่งหาหลักฐานคดียิงกันเสียชีวิตในบ่อนพระราม 3

ผบช.น.สั่งเร่งหาหลักฐานคดียิงกันเสียชีวิตในบ่อนพระราม 3

รูปข่าว : ผบช.น.สั่งเร่งหาหลักฐานคดียิงกันเสียชีวิตในบ่อนพระราม 3

ผบช.น.ยืนยันคดีบ่อนพระราม 3 ไม่หนักใจ แม้จะเกิดขึ้นในช่วงแต่งตั้งโยกย้าย ส่วนคดีอยู่ระหว่างสืบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมด หากพบพยานหลักฐานชี้ชัดเป็นบ่อนจะดำเนินคดีทุกคนที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ (5 ส.ค.63) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการสืบสวนสอบสวน กรณีเหตุยิงกันเสียชีวิตในบ่อนพระราม 3 ล่าสุด พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยว่า อยู่ระหว่างสืบสวนเชิงลึกเพื่อติดตามหาพยานหลักฐานทั้งในที่เกิดเหตุและรอบพื้นที่ หากการตรวจสอบพบพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักให้เชื่อว่าสถานที่เกิดเหตุเป็นบ่อนพนัน ยืนยัน จะดำเนินการอย่างเต็มที่

 

ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิดยืนยันว่า ในคืนวันเกิดเหตุเมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงสถานที่เกิดเหตุไม่พบกล้องวงจรปิด แต่ส่วนตัวเชื่อว่า มีบุคคลถอดออกไป ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าไปถึง ในทางการสืบสวนสอบสวนจะต้องเรียกเจ้าของตึกเข้ามาให้ปากคำไปจนถึงการสืบสวนหาตัวบุคคลที่ปรากฏในภาพถ่ายขณะช่วยกันขนย้ายเก้าอี้ สิ่งของ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในอาคารเกิดเหตุ รวมถึงการติดตามหาเบาะแสกลุ่มผู้เล่นพนันด้วยซึ่งจะเรียกมาสอบสวนทั้งหมด ยืนยันหากพบมีความผิดก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฏหมาย

 

ส่วนกระแสข่าวที่ตั้งข้อสังเกตว่า ตำรวจนอกเครื่องแบบเป็นผู้ลงมือยิงนายถาวร สีสด อายุ 51 ปี ภายหลังเข้าไปตรวจสอบเหตุ พ.ต.ต.วัทธเศรษฐ์ สำเนียงประเสริฐ สว. (สอบสวน) สน.แสมดำ ถูกยิงเสียชีวิต รวมถึงการประวิงเวลาของบุคคลภายในอาคารเพื่อขนย้ายสิ่งของ อุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ่อน ไปจนถึงความพยายามทำลายหลักฐาน ยืนยันว่านายถาวรเสียชีวิตก่อนที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าถึงที่เกิดเหตุและตำรวจชุดแรกที่เข้าถึงพื้นที่คือสายตรวจท้องที่นครบาลทุ่งมหาเมฆซึ่งเข้าถึงที่เกิดเหตุภายใน 30 นาที หลังรับแจ้งเหตุว่ามีการยิงกันเสียชีวิต

 

ขณะเดียวกัน ผบช.น.เปิดเผยถึงการติดตามตัวผู้ลงมือยิงนายถาวรด้วยว่า อยู่ระหว่างสืบสวนยืนยันตัวบุคคลเพื่อติดตามตัว นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลเรื่องบ่อนการพนันต่าง ๆว่า ยินดีรับฟังทุกฝ่ายทุกคน หากมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนตรวจสอบสามารถส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ได้ พร้อมยืนยันเหตุการณ์นี้ไม่ได้ทำให้เสียขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่แม้จะเกิดขึ้นในช่วงการฤดูกาลแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจประจำปี 2563

 

 

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน