ต้องอ่าน ! หลักฐาน (เก่า) ข้อเท็จจริง (ใหม่) ในคดี “บอส อยู่วิทยา”

ต้องอ่าน ! หลักฐาน (เก่า) ข้อเท็จจริง (ใหม่) ในคดี “บอส อยู่วิทยา”

ต้องอ่าน ! หลักฐาน (เก่า) ข้อเท็จจริง (ใหม่) ในคดี “บอส อยู่วิทยา”

รูปข่าว : ต้องอ่าน ! หลักฐาน (เก่า) ข้อเท็จจริง (ใหม่) ในคดี “บอส อยู่วิทยา”

1.ข้อหาขับรถประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

คณะทำงานอัยการ เสนอให้อัยการสูงสุด ตั้งคณะทำงานคดี “นายวรยุทธ อยู่วิทยา” ขึ้นมาใหม่ แล้วแจ้งให้พนักงานสอบสวน ไปตรวจสอบความเร็วให้เป็นที่ยุติ ว่า ความเร็วของรถยนต์เฟอร์รารี่ มีความเร็วเท่าไหร่

แต่คณะทำงานไม่มีคำถาม หรือตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมการคำนวณความเร็วของนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญจากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกลและกระบวนการ จึงคำนวณได้ต่างจากผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ ทั้งนักฟิสิกส์ นักคณิตศาสตร์ และ นักวิศวกรรมยานยนต์

หลักฐานสำคัญที่เป็นของเก่า แต่ต้องถูกนำมาพิจารณาใหม่ ให้ถูกต้องคือ “ความเร็วของรถยนต์เฟอร์รารี่” ในภาพจากกล้องวงจรปิด

 

แต่วันนั้นหากอัยการเฉลียวใจสักนิด หรือ ไม่มีอะไรทำให้ผู้เชี่ยวชาญเข้าใจคลาดเคลื่อน ความเร็วคงจะไม่ต่างกันมากกว่า 100 กม./ชั่วโมง

ย้อนกลับที่ภาพจากกล้องวงจรปิด เมื่อวันที่ 3 ก.ย.2555 เวลา 05.33 – 05.35 น. รวมเวลา 2 นาที

ในเวลา 2 นาที มีรถยนต์วิ่งผ่านกล้องวงจรปิด 22 คัน และรถยนต์เฟอร์รารี่ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 7 คัน

รถเฟอร์รารี่ วิ่งผ่านเป็นคันที่ 17 ในเวลาที่ 05.34.17 หลังจากนั้นมีรถยนต์อีก 7 คันวิ่งผ่านกล้องวงจรปิด

หากต้องคำนวณความเร็วรถยนต์ (หลักฐานใหม่) รถยนต์ทุกคันจะต้องถูกนำมาคำนวณความเร็ว ว่าใช้ความเร็วเท่าไหร่ และเมื่อดูจากภาพซ้ำไปซ้ำมาหลาย ๆ รอบ เป็นที่แน่ชัดว่า รถเฟอร์รารี่ ใช้ความเร็วมากที่สุดในบรรดารถยนต์ทั้งหมด 23 คัน .. แน่นอนว่า เกินกว่า 120-160 กม./ชั่วโมง

แต่สงสัย ทำไมอัยการสั่งคดีจึงไม่เฉลียวใจสักนิด ทั้งๆ ที่ ภาพวงจรปิดก็อยู่ในมือ !!!!

2.ข้อหายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2

ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 58 ประกอบมาตรา 91 มีอายุความตามกฎหมาย 10 ปี

รายงานผลการตรวจร่างกาย เมื่อวันที่ 1 ต.ค.2555 หลังจากเกิดอุบัติเหตุ รถเฟอร์รารี่ พุ่งชน รถจักรยานยนต์ ของ ด.ต.วิเชียร จากภาควิชาพยาธิวิทยา คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี และผลการตรวจเลือดของโรงพยาบาลรามาฯ ก็สอดคล้องกับการรับรองผลการตรวจของโรงพยาบาลตำรวจ ต่อสารเสพติดโคเคน ปกติจะไม่พบ Cocaine (โคเคน) ปนอยู่ในยา หรือ อาหาร

1. Benzoyleegorine (เบ็นซอยลีโกรีน) เป็นสาร เกิดจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย (Metabolite) หลังจากการเสพ Cocaine (โคเคน)

2. Cocacthylene (โคเคแอคทีลีน) เป็นสารเกิดขึ้นในเลือด จากกระบวนการเปลี่ยนแปลงในร่างกาย (Metabolite) หลังจากการเสพ Cocaine (โคเคน) ร่วมกับแอลกอฮอล์

ผลการตรวจเลือด เป็นผลหลังจากเก็บตัวอย่างเลือด ในวันที่ 3 ก.ย.2555 หลังจาก “บอส” นายวรยุทธ อยู่วิทยา ยอมรับว่า เป็นผู้ขับรถยนต์เฟอร์รารี่ และอ้างคำให้การว่า ได้ดื่มสุราหลังจากกลับไปที่บ้าน เพราะเกิดความเครียด หลังจากเกิดอุบัติเหตุ เมื่อเวลาประมาณ 5.30 นาที

ข้อหายาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 (โคเคน) จึงจะเป็นข้อหาใหม่ ที่พนักงานสอบสวนจะตั้งข้อหาเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการสูงสุดและคณะทำงาน ทั้ง ๆ ที่ เป็นหลักฐานเก่า

แต่ทำไม ไม่เคยปรากฎอยู่ในสำนวนการสอบสวน ...!!!!

กลับขึ้นด้านบน