เอกชนหนุนรัฐเดินหน้าโครงการรถเก่าเเลกซื้อรถใหม่

เอกชนหนุนรัฐเดินหน้าโครงการรถเก่าเเลกซื้อรถใหม่

เอกชนหนุนรัฐเดินหน้าโครงการรถเก่าเเลกซื้อรถใหม่

รูปข่าว : เอกชนหนุนรัฐเดินหน้าโครงการรถเก่าเเลกซื้อรถใหม่

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สนับสนุนเเนวคิดกระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้าโครงการนำรถเก่าที่ไม่ได้ใช้งาน มาแลกเป็นส่วนลดเพื่อซื้อรถใหม่ หวังช่วยยอดขายรถดีขึ้นหลังเผชิญผลกระทบ COVID-19 เเละลดปัญหามลพิษบนถนนได้

วันนี้ (6 ส.ค.2563) นายสุพันธ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า กรณีกระทรวงอุตสาหกรรม มีนโยบายสนับสนุนรีไซเคิลรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานนำมาเป็นส่วนลดในการซื้อรถยนต์ใหม่นั้น ภาคเอกชนเห็นด้วยอย่างมาก เนื่องจากการดำเนินโครงการรถเก่าแลกรถใหม่เป็นการช่วยลดมลพิษ เเละช่วยเพิ่มยอดจำหน่ายรถยนต์ที่ขณะนี้กำลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ประสบปัญหายอดขายลดลง


นายสุพันธ์ มองว่า การดำเนินโครงการนี้ จะช่วยกระตุ้นการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ อีวี ให้เพิ่มขึ้น ซึ่งเเนวทางนี้ ทางสภาอุตสาหกรรมเคยเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการเปิดให้ประชาชนนำรถเก่าอายุอาจมากกว่า 20 ปี มาแลกซื้อรถใหม่ พร้อมรับส่วนลด 100,000 บาท โดยกำหนดเงื่อนไขรถที่แลกต้องรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น รถไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริด ,อีวี ซึ่งจะไม่กระทบกับธุรกิจการซื้อขายรถยนต์มือสอง

ด้านนายภานุวัฒน์ ตริยางกูรศรี รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า ได้ตั้งเป้าผลักดันให้เกิดการซื้อรถยนต์ใหม่ ทดแทนซากรถยนต์และรถยนต์เก่า 1 ล้านคัน ภายในปี 64 เนื่องจากต้องการกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายรถยนต์ รวมถึงผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ประเทศไทย ขับเคลื่อนไปได้ และลดฝุ่น PM 2.5


ทั้งนี้ หากสามารถนำรถเก่ามากำจัดหรือคัดแยกอะไหล่ได้ 1 ล้านคันตามเป้า จะสามารถทำให้เศรษฐกิจในประเทศเกิดการหมุนเวียนในระบบจำนวนมาก ที่ผ่านมาญี่ปุ่นเคยประสบปัญหาเศรษฐกิจถดถอย ทางรัฐบาลญี่ปุ่นได้ออกนโยบายเช่นเดียวกันนี้ โดยทำควบคู่กับนโยบายรถอีโคคาร์ทำให้ยอดซื้อขายรถยนต์กลับมาฟื้นตัวได้เป็นเท่าตัว

จากข้อมูลกรมการขนส่งทางบกปี 62 พบว่า มีรถยนต์อายุมากกว่า 10 ปี จำนวน 13,800,000 คัน หากนำมากำจัดสามารถลด PM 2.5 ได้ถึงร้อยละ 50 ขณะที่รถยนต์อายุมากกว่า 16 ปี จำนวน 7,100,000 คัน หากนำมากำจัดสามารถลด PM 2.5 ได้ถึงร้อยละ 40 และรถยนต์อายุมากกว่า 20 ปี จำนวน 4,300,000 คัน หากนำมากำจัดสามารถลด PM 2.5 ได้ถึงร้อยละ 30

 

กลับขึ้นด้านบน