ศบค.ยันไม่เคยปิดรายชื่อโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก ASQ

ศบค.ยันไม่เคยปิดรายชื่อโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก ASQ

ศบค.ยันไม่เคยปิดรายชื่อโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก ASQ

รูปข่าว : ศบค.ยันไม่เคยปิดรายชื่อโรงแรม ที่เป็นสถานที่กักตัวทางเลือก ASQ

ศบค. เผย วันนี้ (7 ส.ค.) ไทยพบผู้ป่วย COVID-19 เพิ่ม 15 คน ทั้งหมดอยู่ใน State Quarantine รวมป่วยสะสม 3,345 คน รักษาอยู่ 139 คน ย้ำไม่เคยปิดบังรายชื่อสถานที่กักตัวทางเลือก ขณะที่ผลตรวจ COVID-19 ทหารสหรัฐฯ 110 นาย ไม่พบเชื้อ

วันนี้ (7 ส.ค.2563) นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบค.) แถลงสถานการณ์ COVID-19 มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 15 คน อยู่ใน State Quarantine ทั้งหมด รวมสะสม 3,345 คน หายป่วยแล้ว 3,148 คน รักษาอยู่ 139 คน เสียชีวิตคงที่ 58 คน

สำหรับผู้ป่วยใหม่ เดินทางมาจากอียิปต์ 4 คน เป็นผู้ป่วยชายทั้งหมด อายุ 22 ปี 23 ปี 26 ปี และ 28 ปี เดินทางเข้าพักใน State Quarantine จ.ชลบุรี พบเชื้อเมื่อวันที่ 5 ส.ค. ไม่มีอาการป่วยทั้งหมด

ส่วนอีก 10 คน เดินทางมาจากซาอุดีอาระเบีย เป็นนักศึกษาชายไทย 9 คน อายุ 24-28 ปี และผู้ป่วยชายอายุ 43 ปี อาชีพพนักงานโรงงาน เข้าพักใน State Quarantine จ.ชลบุรี ตรวจพบเชื้อวันที่ 5 ส.ค. ไม่มีอาการป่วยทั้งหมด

คนสุดท้ายเป็นผู้ป่วยชาย เดินทางมาจากประเทศญี่ปุ่น 1 คน อายุ 29 ปี อาชีพรับจ้าง เดินทางเข้าพักใน State Quarantine จ.สมุทรปราการ ตรวจพบเชื้อ 5 ส.ค. ไม่มีอาการป่วยเช่นกัน

ยูเอ็นชมไทย รับมือ COVID-19  

โฆษก ศบค. กล่าวว่า  สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อรวม 19,256,652 คน หายแล้ว 12,357,308 คน เสียชีวิตสะสม 717,680 คน โดยใน 2-3 วันนี้เห็นได้ว่ามีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นถึง 1,000,000 คน สหรัฐฯ ยังมีผู้ป่วยสะสมมากสุด 5,032,179 คน รองลงมาคือ บราซิล อินเดีย และรัสเซีย ไทยยังอยู่ที่อันดับ 112 ของโลก

ขณะที่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ชื่นชมไทยรับมือ COVID-19 ชี้เป็นตัวอย่างของความแข็งแกร่งและความสามัคคี หลังนางคีตา สภารวัล ผู้แทนองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย ได้เขียนบทความลงเว็บไซต์ยูเอ็น เพื่อแสดงความชื่นชมความสำเร็จของไทย ซึ่งมาจาก 3 ปัจจัย คือ การดำเนินมาตรการของรัฐบาล ความรับผิดชอบต่อสังคมของจิตอาสา และความสามัคคีของประชาชน 

ในวันนี้ มีคนไทยตกค้างจะเดินทางมาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 190 คน สิงคโปร์ 68 คน ส่วนในวัน พรุ่งนี้ (8 ส.ค.) จะเดินทางมาจากเนเธอร์แลนด์ 150 คน กาตาร์ 2 คน อินเดีย 150 คน และสหรัฐฯ 200 คน

เลบานอน สถานทูตฯ ไทยมีความกังวลจากเหตุระเบิด สำหรับใครที่ต้องการความช่วยเหลือขอให้ติดต่อสถานทูตเพื่อจะเข้าให้ความช่วยเหลือต่อไป

 

สำหรับสถิติคัดกรองและกักกันตัวในสถานกักกันของรัฐสะสม 72,723 คน กลับบ้านแล้ว 62,934 คน พบเชื้อ 408 คน และรักษาหายแล้ว 269 คน

ขณะที่ยอดผู้ใช้งานแพลตฟอร์มไทยชนะรวมสะสม 40,801,249 คน ยอดดาวน์โหลด 880,131 คน เช็กอินผ่านแพลตฟอร์ม 95% และผ่านแอปพลิเคชัน 5%

 

ปัดปิดชื่อโรงแรมที่เป็น ASQ

โฆษก ศบค. กล่าวถึงกรณี Alternative State Quarantine (ASQ) หรือ สถานที่กักตัวทางเลือก ที่มีการเปิดให้บริการอย่างอื่นทั้งสปา และร้านอาหารนั้น ทาง ศบค. ได้เปิดเผยชื่อโรงแรมผ่าน http://hsscovid.com ซึ่งไม่ได้ปิดบังแต่อย่างใด ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ แต่การติดป้ายหน้าโรงแรมต้องขึ้นอยู่กับแต่ละโรงแรม

ยืนยันว่า โรงแรมแต่ละแห่งที่เข้าร่วมมีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพ ฝ่ายความมั่นคงดำเนินดูแลอย่างใกล้ชิด แต่การติดป้ายอาจจะสร้างความตระหนกให้ประชาชน แต่ขอประชาชนว่าถ้ากังวล COVID-19 มากเกินไปอาจทำให้เศรษฐกิจหยุดไปด้วย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน จ.ระยอง เป็นปัจจัยที่จะต้องนำมาคิดและปรับปรุง ขอย้ำว่าผู้ที่มาเป็นคนปกติที่ไม่มีเชื้อ และเจ้าหน้าที่มีการตรวจเชื้อ COVID-19 จำนวน 2-3 ครั้ง เพื่อให้ความมั่นใจ เช่น กรณีสถาบันบำราศนราดูรที่ดูแลผู้ป่วย COVID-19 จำนวนมาก แต่กระทรวงสาธารณสุขที่อยู่ติดกันก็ไม่ได้มีการติดเชื้อแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้มั่นใจกับระบบต่าง ๆ และขอขอบคุณโรงแรมทุกแห่งที่เข้าร่วม

 

ส่วนประเด็นการเข้ามาฝึกของทหารสหรัฐฯ เรื่องนี้กองทัพบกได้ทำงานร่วมกับ สธ. ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) รายงานผลการตรวจ COVID-19 ทั้ง 110 นาย ไม่พบเชื้อ COVID-19 โดยทั้งหมดพักใน 3 โรงแรม คือ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์, ดิไอเดิล และ โรงแรมคอนราด ส่วนรายละเอียดขอให้ ทบ.และ สธ.รายงานต่อไป

 

โฆษก ศบค. กล่าวว่า บ่ายวันนี้จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาผ่อนคลายมาตรการ 5 ประเด็น คือ เปิดโรงเรียน onsite ไม่ต้องสลับเรียนเพื่อให้เด็กเรียนได้โดยไม่ติดเชื้อ ซึ่งทาง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอขึ้นมาเพื่อให้พิจารณาแล้ว โดย ศบค.จะพิจารณาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขและผู้ทรงคุณวุฒิ

ขณะที่การเปิดให้บริการรถโดยสารสาธารณะ ยกเลิกที่นั่งเว้นที่นั่งแต่ต้องหารือมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชน อีกประเด็นคือ การแข่งขันกีฬาที่มีผู้ชม และการขายอาหารบนเครื่องบิน สุดท้าย การขยายเวลาสถานบริการถึง 02.00 น.

หลังการประชุมในครั้งต่อไป 1-2 สัปดาห์หน้า ผมจะมาแถลงในเหตุการณ์ในโอกาสสำคัญ ขณะที่การแถลงข่าวจะกลับไปที่ สธ.ในทุกวันจันทร์ พุธศุกร์ เวลา 13.00 น. โดย พญ.พรรณประภา จะมาแถลงในวันพุธ ส่วนตัวผมเองก็จะเข้าประชุมทุกวันเพื่อมาให้ข่าวแก่ประชาชน

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน