ม.หอการค้าไทย ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับขึ้น 3 เดือนซ้อน

ม.หอการค้าไทย ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับขึ้น 3 เดือนซ้อน

ม.หอการค้าไทย ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับขึ้น 3 เดือนซ้อน

รูปข่าว : ม.หอการค้าไทย ชี้ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับขึ้น 3 เดือนซ้อน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือน ก.ค.2563 ปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 49.2 เป็น 50.1 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

วันนี้ (7 ส.ค.2563) นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือน ก.ค.2563 พบว่าปรับตัวดีขึ้นจากระดับ 49.2 เป็น 50.1 ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3

 

 

 

ส่วนสาเหตุที่ดัชนีที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นผลจากการที่รัฐบาลมีการปลดล็อก 5 ระยะ ทำให้ธุรกิจสามารถกลับมาดำเนินการได้ รวมทั้งมาตรการด้านการเงินและการคลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ

ดัชนีเชื่อมั่นอยู่ระดับต่ำสุดรอบเกือบ 22 ปี

อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้ว พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังอยู่ในระดับต่ำ โดยดัชนีทุกตัว เช่น โอกาสในการหางานทำ ความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 50 จากผลสำรวจ โดยรวมดัชนีความเชื่อมั่นยังอยู่ในระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่มีการสำรวจในรอบ 21 ปี 10 เดือน

 

 

 

โดยขอให้ทีมเศรษฐกิจใหม่ รัฐบาล เร่งแก้ปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ เพราะแม้เศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นกลับมาดำเนินธุรกิจได้ แต่ยังกลับมาไม่ปกติ ซึ่งยังมีความเสี่ยงสูงต่อการเลิกจ้าง เนื่องจากลูกค้าลดลง รวมทั้งยอดคำสั่งซื้อที่ชะลอตัว และบางแห่งยังมีการลดเงินเดือน

หวังรัฐบาลอัดฉีดเม็ดเงิน หวังลดคนตกงาน

โดยในไตรมาสที่ 3 ต้องการให้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ 2-3 แสนล้านบาท รวมทั้งงบค้างท่อต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน และในไตรมาสที่ 4 อีก 2-3 แสนล้านบาท จากการใช้งบฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท รวมทั้งช่วยเหลือซอฟต์โลนแก่ผู้ประกอบที่ยังเข้าไม่ถึงอีกจำนวนมาก เพื่อลดผลกระทบจากการตกงานที่คาดว่าจะสูงถึง 1-2 ล้านคน

 

 

 

ขณะเดียวกัน ก็ต้องการให้กระทรวงแรงงาน มีการผ่อนปรนให้จ้างงานเป็นรายชั่วโมงได้ เพื่อลดการปลดคนงาน และเสนอให้มีการนำโครงการชิมช้อปใช้กลับมาใช้ เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว

กลับขึ้นด้านบน