กสม.เฝ้าระวังปัญหาชุมนุม - ขอทุกฝ่ายเคารพสิทธิ

กสม.เฝ้าระวังปัญหาชุมนุม - ขอทุกฝ่ายเคารพสิทธิ

กสม.เฝ้าระวังปัญหาชุมนุม - ขอทุกฝ่ายเคารพสิทธิ

รูปข่าว : กสม.เฝ้าระวังปัญหาชุมนุม - ขอทุกฝ่ายเคารพสิทธิ

ประธาน กสม.ชี้แจง กสม.เฝ้าระวังปัญหาการชุมนุมทางการเมืองตลอดมาตั้งแต่ต้น ขอให้ทุกฝ่ายเคารพสิทธิและชื่อเสียงของผู้อื่น

วันนี้ (11 ส.ค.63) ตามที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคการเมืองหนึ่งโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2563 ว่า “กสม. ต้องออกมาทำงานเชิงรุก เพื่อปกป้องเสรีภาพของเยาวชนอย่างแข็งขัน ไม่ใช่แค่รอรับเรื่องร้องเรียนอยู่ในที่ตั้ง แล้วก็เงียบหายไป ไม่มีอะไรคืบหน้า #กสม. มีไว้ทำไม” นั้น

นายวัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การชุมนุมเพื่อแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนหลายกลุ่มในหลายพื้นที่ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์การชุมนุม และได้ส่งเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสม.เข้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด โดยมีข้อเสนอแนะต่อผู้ชุมนุมให้ชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ พึงระมัดระวังการกระทบกระทั่งกัน ปฏิบัติตามกฎหมาย และเคารพสิทธิและชื่อเสียงของผู้อื่นขอให้เจ้าหน้าที่ของรัฐพึงใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งในการรักษาความสงบเรียบร้อยตามกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และขอให้สังคมมีความอดทนและเคารพต่อความคิดเห็นต่างภายใต้สังคมพหุวัฒนธรรม

ทั้งนี้ หากมีการกระทำใดเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน บุคคลสามารถดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาซึ่งเป็นกลไกปกติในการยุติปัญหาได้ แต่หากกลไกดังกล่าวละเลยต่อหน้าที่ของตนและเข้าข่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน กสม.จึงจะสามารถเข้ามาตรวจสอบเพื่อให้ข้อเสนอแนะต่อการแก้ไขปัญหาได้ อันเป็นกลไกในการเฝ้าระวัง (Monitoring Mechanism) ดังที่ปรากฏจากข่าวประชาสัมพันธ์ของสำนักงาน กสม. เรื่อง “ปธ. กสม. ย้ำ เยาวชนสามารถใช้สิทธิชุมนุมได้โดยสงบ – เดินหน้าเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 และปัจจุบัน การชุมนุมของนักศึกษาและประชาชนยังอยู่ภายในขอบเขตของกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ประธาน กสม. กล่าวเพิ่มเติมว่า “การเขียนข้อความสั้น ๆ และเลื่อนลอยในสื่อสังคมเฟซบุ๊ก กล่าวหาองค์กรอื่นโดยขาดข้อมูลที่ชัดเจน และไม่รู้ภาระหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายขององค์กร รวมทั้งไม่รู้ว่าองค์กรได้ดำเนินการอะไรไปบ้าง ย่อมก่อให้เกิดความเสียหายต่อองค์กรนั้นได้”

แม้นักศึกษาและประชาชนจะมีสิทธิชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาการว่างงานและขาดรายได้อันเนื่องมาจากการซ้ำเติมของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 การบริหารราชการแผ่นดิน และกติกาในการปกครองประเทศ รวมทั้งความเหลื่อมล้ำที่ได้รับจากกระบวนการยุติธรรม แต่ก็พึงปฏิบัติตามกรอบของรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ชุมนุมโดยสงบและไม่ละเมิดสิทธิและชื่อเสียงของผู้อื่น

 

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน