"ธนสิทธิ์" อ้างตร.ระดับสูงกดดันกลับลำความเร็วรถ "คดีบอส"

"ธนสิทธิ์" อ้างตร.ระดับสูงกดดันกลับลำความเร็วรถ "คดีบอส"

"ธนสิทธิ์" อ้างตร.ระดับสูงกดดันกลับลำความเร็วรถ "คดีบอส"

รูปข่าว : "ธนสิทธิ์" อ้างตร.ระดับสูงกดดันกลับลำความเร็วรถ "คดีบอส"

พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีบอส อยู่วิทยา ชี้แจงกมธ.กฎหมาย อ้างถูกแรงกดดันจากผู้บัญชาการระดับสูงจนต้องกลับความเห็นความเร็วรถจาก 177 เหลือ 79.22 กม.ต่อชั่วโมง แต่เมื่อพบความผิดพลาดของการคำนวณ 40% จึงพยายามขอแก้ไข แต่ไม่ทันในสำนวน

วันนี้ (13 ส.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมที่มีนายสิระ เจนจาคะ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร มีอีกบุคคลสำคัญที่มาให้ข้อมูลกับ กมธ.กฎหมาย ซึ่งไม่เคยพูดข้อมูลนี้ในที่สาธารณะมาก่อน

พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ แตงจั่น ตำรวจพิสูจน์หลักฐานคดีบอส คนที่กลับความเห็น เรื่องความเร็วจาก 177 เหลือ 79.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง วันนี้เขาอ้างว่า มีผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่นำ อาจารย์สายประสิทธิ์ เกิดนิยม มาพบ เกิดแรงกดดันจนต้องกลับความเห็น

 

เมื่อวันที่ 26 ก.พ.59 มีผู้บังคับบัญชา ขอสงวนงาม ได้มากับ รศ.สายประสิทธิ์   และผู้กำกับมาพบผมในห้องทำงานของผู้บังคับบัญชาระดับสูงของหน่วย และนำสมมติฐานดังกล่าวของคดีว่าเป็นวิธีใหม่ที่คำนวณได้ และเป็นเอกสาร 10 หน้า และระบุความเร็วที่ 79.22 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 

ขณะนั้นผมมีเวลาที่จำกัด และกดดันมาก เพราะอยู่ในพื้นที่ปิด และกดดันว่าข้อมูลดังกล่าวถูกหรือไม่ แต่ข้อมูลถูกบีบคั้น ด้วยเวลาที่ต้องให้ปากคำในวันนั้น 

ทั้งนี้จะเรียกว่าเป็นการเปิดตัวละครลับอีกคน ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในคดีบอสก็ว่าได้ สำหรับผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่พา รศ.สายประสิทธิ์ เกิดนิยม เข้ามาพบ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ ในห้องทำงานของ ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง ในเดือนก.พ.2559

ยอมรับข้อมูลคำนวณผิดพลาด 46%

ก่อนที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จะพูดคำนี้ ก็ตะกุกตะกักอยู่นาน เพราะ กมธ.พยายามถามจี้ว่ามีใครกดดันหรือไม่ นายสิระ ถึงขั้นบอกให้ แฉออกมาหรือจะประชุมลับก็ได้

พ.ต.อ.ธนสิทธิ อ้างว่าตรวจสอบแล้ว อาจารย์สายประสิทธิ์ผิดพลาด จึงพยายามกลับความเห็นไปที่ 177 เหมือนเดิมแต่ไม่สำเร็จ 

หลังจากให้ปากคำไปแล้ว ได้นำเอกสารของอาจารย์สายประสิทธิ์ มาทำให้ทีมพิสูจน์หลักฐานดูวิเคราะห์ว่าถูกต้องหรือไม่ และพบว่าสิ่งที่อาจารย์ทำมีความผิดพลาด 46% ได้เสนอให้ผู้บังคับทราบว่าวิธีการดังกล่าวไม่ถูกต้อง จึงมีการประสานขอเพิ่มการให้ปากคำเพิ่มเติม มีการเปิดเสียงโทรศัพท์ให้ฟังว่าเอกสารส่งให้อัยการไปแล้ว

พ.ต.อ.ธนสิทธิ บอกว่า ตอนที่ กมธ.สนช.เชิญมาให้ข้อมูล ปรากฎว่า ไปที่สภาฯ แล้วแต่ไม่ได้พูด และหลังจากนั้นไปให้ข้อมูลกับจเรตำรวจ และไปให้ข้อมูลกับ ป.ป.ช.เพื่อยืนยันความเห็นเดิมว่า ความเร็ว 177 แต่มันก็ไม่ได้ไปปรากฏในสำนวน

ไม่ขอพูดถึงผู้บังคับบัญชา 

ด้านนายรังสิมันต์ โรม  ส.ส.ก้าวไกล ในฐานะกมธ.การกฎหมายฯ หนึ่งในกรรมาธิการถามจี้เรื่องนี้อีกครั้งโดยบอกว่า ฟังตรงนี้แล้วรู้สึกสงสารมาก ว่าท่านได้พยายามแล้ว พร้อมสอบถามว่ามีเอกสารหลักฐานที่จะยืนยันได้ถึงความบริสุทธิ์ว่ามีหลักฐาน แต่สุดทางที่จะนำความเห็นเข้าสู่สำนวนได้เลย

พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ จึงตอบว่า บอกว่ามีข้อความที่ได้ฟังการสนทนา และถอดข้อความดังกล่าวที่บอกไปแล้วว่าแล้วว่ามีความบกพร่อง และมีความประสงค์ตั้งแต่เมื่อไหร่ และอยากแก้ไขตั้งแต่วันนั้น เพราะไม่อยากให้รุ่นน้องมาว่ามั่ว อยากให้ถูกต้องตั้งแต่วันนั้น และยืนยันว่าได้พยายามแล้วจริงๆ 

เมื่อจบการให้ข้อมูลกับ กรรมาธิการ สื่อก็พยายามเข้าไปถามให้เปิดเผยตัวผู้บังคับบัญชาคนนั้นคือใคร

ผมขอนุญาต และท่านสั่งการมาไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ ผมพูดไม่ได้ครับ

สรุปข้อเท็จจริงใหม่ที่ได้จาก พ.ต.อ.ธนสิทธิ์ คือมีตัวละครลับกดดันให้กลับความเห็นเป็น 79 เมื่อพยายามยืนยันกลับไปที่ 177 เหมือนเดิมก็ไม่ได้ถูกใส่ในสำนวน การปรากฏตัวของ อ.สายประสิทธิ์ ที่คำนวณได้ 76 เกิดขึ้นตั้งแต่ในชั้นตำรวจ ไม่ใช่ในชั้นกรรมาธิการ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"เนตร นาคสุข" ชี้แจงปมสั่งไม่ฟ้อง "บอส"ลั่นให้เช็กเส้นทางการเงิน

กมธ.ร่วมสภาฯ เรียกสอบ "สายประสิทธิ์" คำนวณความเร็วคดีบอส

 

กลับขึ้นด้านบน