DSI ชี้แจงจับ "เมธี อดีตดารา" คดีลักอาวุธทหาร

DSI ชี้แจงจับ "เมธี อดีตดารา" คดีลักอาวุธทหาร

DSI ชี้แจงจับ "เมธี อดีตดารา" คดีลักอาวุธทหาร

รูปข่าว : DSI ชี้แจงจับ "เมธี อดีตดารา" คดีลักอาวุธทหาร

กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ชี้แจงกรณีบุกจับ นายเมธี อมรวุฒิกุล อดีตดารา ตามหมายจับคดีที่เกี่ยวกับการลักเอาอาวุธและยุทโธปกรณ์ของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 19 เป็นคดีพิเศษที่ 68/2553 ระบุหมายจับยังไม่หมดอายุความ ยืนยันทำตามขั้นตอนกฎหมาย

วันนี้ (14 ส.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ "DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ" ชี้แจงกรณีมีการเผยแพร่คลิปทางเฟซบุ๊ก ที่บรรยายว่า "หวิดวางมวย วินาที DSI บุกจับ แต่ไม่มีหมายจับ" และทาง YouTube ซึ่งมีข้อความบรรยายคลิปวิดีโอว่า "หวิดวางมวย ตร.บุกจับเมธี อดีตดารา"  

โดยระบุว่า กรณีดังกล่าว พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติงานดังกล่าวแล้ว จึงขอชี้แจงต่อสาธารณชน ดังนี้ ดีเอสไอ ได้รับการกระทำความผิดทางอาญากรณีก่อการร้าย การขู่บังคับให้รัฐบาลกระทำการใดๆ การทำร้ายประชาชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐ และกระทำต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ อันเกี่ยวกับการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในช่วงปลายปี พ.ศ.2552 เป็นต้นไปในราชอาณาจักร รวมถึงความผิดที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกัน เป็นคดีพิเศษ

ต่อมาได้มีการแยกเลขคดีออกมาดำเนินการ โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวกับการลักเอาอาวุธและยุทโธปกรณ์ของกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 19 เป็นคดีพิเศษที่ 68/2553 จากนั้นเมื่อวันที่ 7 ก.ค. 2553  ดีเอสไอ ได้ส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 68/2553 พร้อมตัวผู้ต้องหา ไปยังสำนักงานคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยมีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาสองราย 

ต่อมาพนักงานอัยการมีความเห็นสั่งฟ้องนายเมธี อมรวุฒิกุล หรือนายณชิต อำนาจเดชานนท์ ผู้ต้องหาที่ 1 แต่เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติ การณ์หลีกเลี่ยงไม่มาพบพนักงานอัยการตามนัด พนักงานอัยการ จึงมีหนังสือให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการเพื่อให้ได้ตัวมาฟ้องภายในอายุความ 10 ปี ต่อมาพนักงานอัยการมีหนังสือขอแก้ไขเป็นภายในอายุความ 20 ปี นับแต่วันที่ 10 เม.ย.2553 (ครบขาดอายุความ 10 เม.ย.2573) พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้ยื่นคำร้องเพื่อขอออกหมายจับต่อศาลอาญา

 

และเมื่อวันที่ 7 เม.ย.2563 ศาลอาญาได้ออกหมายจับผู้ต้องหาตามคำร้อง ในความผิดฐานร่วมกันรับของโจร ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนซึ่งนายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมายและมีอาวุธปืนที่เป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้พาอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และโดยไม่มีเหตุสมควร ตามพ.ร.บ.อาวุธปืนเครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 8, มาตรา 8 ทวิ, มาตรา 55, มาตรา 78, มาตรา 72, มาตรา 72 ทวิ ประกอบประมวลกฎหมายอาญาแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 91 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 47/2563

โดยยื่นคำร้องต่อศาลขอแก้ไขอายุความเป็น 20 ปี ตามคำสั่งของพนักงานอัยการแล้ว และสำเนาให้ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ดีเอสไอ มีอำนาจหน้าที่ในการติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับในคดีพิเศษ

ต่อมา เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2563 เจ้าหน้าที่ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ และได้นำสำเนาหมายจับของศาลที่รับโทรสารจากพนักงานสอบสวน จับกุมนายเมธี อมรวุฒิกุล หรือนายณชิต อำนาจเดชานนท์ ผู้ต้องหาที่ 1 ตามหมายจับศาลอาญาดังกล่าวและส่งตัวผู้ต้องหาไปให้พนักงานอัยการ พร้อมนำตัวไปฟ้องที่ศาลอาญาเมื่อวันที่ 2 มิ.ย.2563 

ดีเอสไอ ขอชี้แจงต่อสาธารณชนว่าการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เป็นการดำเนินการจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย มีหมายจับของศาล รวมทั้งยังไม่ขาดอายุความตามที่กล่าวอ้าง

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้อธิบายข้อเท็จจริงให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ต้องหาติดต่อทนาย ความด้วยตามขั้นตอนกฎหมายแล้ว กรณีดังกล่าวอาจเกิดจากการไม่เข้าใจขั้นตอนในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ประสานงาน เพื่ออธิบายให้ผู้ต้องหาทราบเพิ่มเติมต่อไป และผู้ต้องหายังมีสิทธิ์ที่จะต่อสู้คดี เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

 

 

กลับขึ้นด้านบน