THE EXIT : เปิดปากคำ "พยาน" คลินิกทุจริตงบฯ บัตรทอง (ตอน 2)

THE EXIT : เปิดปากคำ "พยาน" คลินิกทุจริตงบฯ บัตรทอง (ตอน 2)

THE EXIT : เปิดปากคำ "พยาน" คลินิกทุจริตงบฯ บัตรทอง (ตอน 2)

รูปข่าว : THE EXIT : เปิดปากคำ "พยาน" คลินิกทุจริตงบฯ บัตรทอง (ตอน 2)

พยานปากสำคัญให้ข้อมูลยืนยันเกี่ยวกับการทุจริตงบฯ บัตรทองของคลินิกชุมชนอบอุ่น หลังจากที่ไทยพีบีเอสเปิดหลักฐานทั้งการปลอมแปลงข้อมูลและใช้ใบแล็บปลอม

วันนี้ (14 ส.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การตีแผ่ทุจริตคลินิกชุมชนอบอุ่นคงไม่เริ่มขึ้น หากขาดหลักฐานสำคัญคือ "ปากคำ" ของผู้เสียหายที่ถูกสวมสิทธิใช้ชื่อแอบอ้างเบิกงบฯ สปสช. ทั้งที่เจ้าตัวไม่ได้ตรวจโรค และปากคำเหล่านี้ ทำให้ สปสช.เชื่อในท้ายสุดว่าการทุจริจนั้นเป็นจริง

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เป็น 1 ในผู้เสียหายที่ถูกคลินิกกรอกข้อมูลเท็จ ทั้งที่เธอเข้าไปรักษาโรคหอบ แต่กลับถูกกรอกข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตาลในเลือด ซึ่งมีค่าสูงเกินจริง แต่ตัวเลขนี้เป็น "ตัวเลข" ที่คลินิกใช้เบิกค่าตรวจโรคในกลุ่มเมตาบอลิก เช่น ความดัน-เบาหวานได้

เรื่องนี้เกิดขึ้นในปี 2562 ปีเดียวกับที่ สปสช.พบการทุจริตในคลินิกชุมชนอบอุ่น ซึ่งเวลานั้น "สารี" เป็นหนึ่งในอนุกรรมการตรวจสอบของ สปสช. และเป็นส่วนหนึ่งที่ตีแผ่เรื่องนี้ในฐาระที่เธอโดนมากับตัว

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

 

ไม่เพียงเท่านั้นยังมีกรณีที่เจ้าหน้าที่ของคลินิกเอง ถูกนำชื่อไปสวมสิทธิ พนักงานคลินิกแห่งหนึ่งในเขตราชเทวี กรุงเทพฯ นำข้อมูลการตรวจโรคของตัวเองกรอกในระบบเบิกจ่ายฯ แต่กลับพบว่ามีคนใช้ชื่อของเธอเบิกงบฯ ค่าตรวจโรคไปแล้ว โดยระบุชื่อเจ้าหน้าที่และคลินิกแห่งหนึ่งในเขตสายไหม กรุงเทพฯ นี่เป็นเพียงปากคำส่วนหนึ่งของ "ผู้เสียหาย" ซึ่งเป็นคนวงในที่กลายเป็นผู้ถูกกระทำ

การเบิกเกินจริงไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เกิดขึ้นกับการเบิกงบฯ สปสช. แต่ที่ผ่านมายังพบการสวมสิทธิฯ เบิกจ่ายงบฯ ประกันสังคมด้วย โดยเมื่อ 10 ปีที่แล้ว (ปี 2553) ผู้เสียหายคนหนึ่งร้องเรียนกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เมื่อเธอต้องการเข้าตรวจ "แป๊บซีเมีย" หรือมะเร็งปากมดลูก แต่กลับพบว่ามีคนใช้สิทธิเธอไปแล้ว 2 ครั้ง แม้สุดท้ายเรื่องนี้จะจบลงตรงที่เธอได้สิทธิตรวจตามประกันสังคม แต่ก็ไม่มีผลการตรวจสอบถึงการทุจริตในครั้งนั้น

 

ความเสียหายที่เกิดขึ้น ด้านหนึ่งเป็นการทุจริตที่คลินิก-แล็บเอกชน สมรู้ร่วมคิด-ร่วมทุจริต แต่อีกด้านหนึ่งก็สะท้อนข้อบกพร่อง สปสช.ที่คนในแวดวงคลินิกเห็นความผิดปกติของตัวเลขที่ใช้เบิกงบฯ สปสช. แต่ที่ผ่านมาก็ไม่มีการดำเนินการ

ตอนนี้การตรวจสอบยังไม่ถึงครึ่งทาง เฉพาะการตรวจสอบใน กทม.ก็มีกองเอกสารมหาศาล ไม่นับการตรวจสอบคลินิกชุมชนอบอุ่นในหัวเมืองใหญ่และปริมณฑล ที่ต้องใช้เวลาอีกมาก ที่สำคัญคือการตรวจสอบย้อนหลังตั้งต้นที่ปี 2553 ที่อาจพบความเสียหายมากกว่านี้ แม้ในเบื้องต้นจะมีความเสียหายไปแล้วทะลุ 100 ล้านบาท


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

THE EXIT : สวมรอยเบิกเงิน "บัตรทอง" (ตอน 1)

 

กลับขึ้นด้านบน