คนไทย-ฟิลิปปินส์ ถูกหลอกออมทอง เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

คนไทย-ฟิลิปปินส์ ถูกหลอกออมทอง เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

คนไทย-ฟิลิปปินส์ ถูกหลอกออมทอง เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

รูปข่าว : คนไทย-ฟิลิปปินส์ ถูกหลอกออมทอง เสียหายกว่า 2 ล้านบาท

ผู้เสียหายทั้งคนไทยและคนฟิลิปปินส์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ หลังถูกเพื่อนคนไทย มาชักชวนให้ลงทุนออมทอง ในช่วง COVID-19 เบื้องต้นพบความเสียกว่า 2 ล้านบาท

วันนี้ (17ส.ค.2563) ทีมข่าวรายการสถานีประชาชน เดินทางไปที่ สภ.สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ พบกับนายอลัน ชาวฟิลิปปินส์ อายุ 36 ปี อาชีพ เทรนเนอร์ฟิตเนสแห่งหนึ่ง พร้อมพี่ชายและผู้เสียหายชาวฟิลิปปินส์รวม 5 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ และให้ตำรวจเร่งติดตามคดี หลังจากโอนเงินไปลงทุนซื้อทองคำ กับนายหน้าคนไทยแต่กลับไม่ได้ผลตอบแทนตามที่อ้างไว้


นายอลันเปิดเผยว่า พ.ค.ที่ผ่านมา ยังเป็นช่วงแพร่ระบาดของ COVID-19 ฟิตเนสที่ทำงานอยู่ต้องปิดลง จึงว่างงาน ส่วนพี่ชายทำงานอยู่ที่เกาะช้างก็ว่างงานเช่นกัน จากนั้นมีเพื่อนชื่อ นายอเดลเบอโต ชาวฟิลิปปินส์ ทำงานที่เกาะช้างเช่นกัน มาชวนพี่ชายและตน ร่วมลงทุนออมทองหรือซื้อทองเพื่อเก็งกำไร

นายอลัน จึงลงทุนไปประมาณ 4 ครั้ง ตอนแรกได้ผลกำไรจริง แต่พอครั้งสุดท้ายจึงนำเงินเก็บทั้งหมดมาลงทุนไป 360,000 บาท แต่กลับไม่ได้ผลตอบแทน คดีผ่านมากว่า 2 เดือนแล้ว แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ขณะนี้ลำบากมากไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเลย


ทางด้านนายอเดวเบอโต ที่เป็นคนชักชวน กล่าวว่า ตนมีหลักฐานการโอนเงินของเพื่อนๆ รวมกว่า 5 แสนบาท ไปยังนายหน้าคือ น.ส.เอ (นามสมมุติ) ซึ่งทำงานรีสอร์ทแห่งหนึ่งในเกาะช้าง เป็นคนมาชักชวน ซึ่งนายอเดวเบอโต เห็นว่า มีคนไทยที่ทำงานด้วยกันได้ผลตอบแทนจริง จึงเริ่มลงทุนมาตั้งแต่ ก.พ.2563 

แต่ล่าสุด น.ส.เอ (นามสมมุติ) ไม่ยอมจ่ายเงิน หลังจากติดตามมาหลายเดือน โดย น.ส.เอ (นามสมมุติ) อ้างว่าได้โอนเงินไปยังบ้านแชร์ออมทอง หรือ บัญชีของ น.ส.กุสุมา ชาว จ.ชลบุรี เจ้าของเพจเฟซบุ๊ค กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ บ้านเสริมทรัพย์พารวย

เพจดังกล่าวอ้างว่า เป็นตัวแทนจำหน่ายทองแท้ 96.5 % มีโปรออมทอง ได้ผลตอบแทน เช่น ลงทุน 15,000 บาท ได้ทุนและกำไรคืน 20,000 บาท ภายใน15 วัน แต่ที่ผ่านมาได้เป็นเงินสด ไม่ได้ทองอย่างที่กล่าวอ้าง

 

น.ส.เอ (นามสมมุติ) กล่าวว่า จะชดใช้ให้ผู้เสียหายเป็นรายเดือน เดือนละ5,000บาท แต่ผู้เสียหายไม่ยอมเพราะมองว่าไม่เป็นธรรม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแนะนำให้ผู้เสียหายปรึกษาทนายความเพื่อฟ้องร้องต่อไป แต่ผู้เสียหายไม่มีเงินที่จะไปว่าจ้างทนายความ


ขณะที่ พ.ต.ท.มงคล พฤกษาชาติ รองผกก.สภ.สำโรงเหนือ กล่าวว่า คดีนี้ส่วนใหญ่เกิดเหตุที่เกาะช้าง จ.ตราด แต่มีผู้เสียหายบางคนที่โอนเงินจากพื้นที่สำโรงเหนือ จ.สมุทรปราการ เช่นนายอลัน ซึ่งพนักงานสอบปากคำไว้เบื้องต้นและตั้งข้อหาฉ้อโกงไว้ก่อน ซึ่งวันนี้ได้นัดผู้เสียหายมาให้ปากคำเพิ่มเติม โดยได้รับความร่วมมือจากตำรวจท่องเที่ยวมาแปลภาษา

นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหาย ที่เป็นชาวต่างชาติเดินทางมาจากเกาะช้าง 4 คน จึงจะสอบปากคำผู้เสียหายทุกคนไว้เป็นพยานต่อไป ซึ่งกรอบเวลาจะขอรวบรวมพยานหลักฐานให้รอบด้าน ก่อนออกหมายเรียกไปยังผู้ก่อเหตุ ขณะเดียวกันจะหารือไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สภ.เกาะช้างด้วย

นอกจากนี้ทีมข่าวประสานข้อมูลเพิ่มเติมไปยังผู้เสียหายคนไทย ที่ทำงานในเกาะช้าง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานกับ น.ส.เอ (นามสมมุติ) นายหน้าที่มาชักชวน เบื้องต้นบอกว่า ได้ร่วมลงทุนกับน.ส.เอ (นามสมมุติ) มาตั้งแต่ ธ.ค.2562 แต่จะได้ทองช่วง ม.ค.2563

จากนั้นเห็นว่าได้จริง จึงมีเพื่อนร่วมงานมาร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก ผลกำไร เช่น ลงทุน 12,000 บาท รอ 35 วัน ได้ผลกำไร 22,000 บาท แต่จะมีหลายโปรให้ร่วมลงทุน

 

ผู้เสียหายทุกคน ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามและตรวจสอบนายหน้าคนดังกล่าว และผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ที่หลอกลวงให้ลงทุนออมทองและซื้อทองในราคาถูก นำเงินมาคืน

ตอนนี้ทุกคนเดือดร้อนกันมาก ไม่มีรายได้ไม่มีเงินใช้ เพราะได้นำเงินเก็บทั้งหมดมาลงทุนจนหมดตัว เนื่องจากคิดว่าการลงทุนดังกล่าวจะเป็นการสร้างรายได้ในช่วง COVID-19 และไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

กลับขึ้นด้านบน