ร่องมรสุมถล่มเหนือ-อีสาน จมหลายจังหวัด "เวียงสา" ยังวิกฤต

ร่องมรสุมถล่มเหนือ-อีสาน จมหลายจังหวัด "เวียงสา" ยังวิกฤต

ร่องมรสุมถล่มเหนือ-อีสาน จมหลายจังหวัด "เวียงสา" ยังวิกฤต

รูปข่าว : ร่องมรสุมถล่มเหนือ-อีสาน จมหลายจังหวัด "เวียงสา" ยังวิกฤต

ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและอีสานตอนบน ฝนตกหนักหลายพื้นที่ตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้เกิดน้ำบ่าไหลหลากท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำหลายแห่ง ทั้งแพร่ น่าน อุตรดิตถ์ แม่ฮ่องสอน สกลนคร ร้อยเอ็ด หลายหน่วยงานเร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยซึ่งได้รับความเดือดร้อนจำนวนมาก

หน่วยกู้ภัยเข้าช่วยชาวบ้าน อ.เวียงสา

วันนี้ (22 ส.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก ชุดตอบโต้ภัยพิบัติ มูลนิธิประสาทบุญสถาน จ.พิษณุโลก ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดกำลังและเรือท้องแบน เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา และเริ่มเข้าช่วยเหลือนำอาหารและเครื่องดื่ม เคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย ที่ ต.กลางเวียง อ.เวียงสา จังหวัดน่าน เบื้องต้นพบว่า ในพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมสูง

โดยเฉพาะใน ต.ปงสนุก และต.กลางเวียง อ.เวียงสา จ.น่าน หลังจากฝนที่ตกหนักทำให้น้ำป่าไหลเข้าท่วมเป็นบริเวณกว้าง ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะบางจุดระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ไม่สามารถเข้าออกหมู่บ้านได้

ส่วนในเขตเทศบาลเมืองน่าน ระดับน้ำเริ่มลดลง แต่ยังมีบางชุมชนถูกน้ำท่วม นายสุรพล เธียรสูตร นายกเทศมนตรีเมืองน่าน ให้เจ้าหน้าที่นำกระสอบทรายไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้านใช้ปิดกั้นทางน้ำ

“แม่น้ำปาย” ท่วมพื้นที่เกษตรกรรม

ส่วนที่จ.แม่ฮ่องสอน ฝนที่ตกหนักก็ทำให้แม่น้ำปาย ล้นตลิ่งท่วมพื้นที่เกษตรของชาวบ้านในหลายพื้นที่ และดินถล่มปิดทับเส้นทางหลายแห่ง เจ้าหน้าที่เร่งเปิดเส้นทาง พร้อมเตือนประชาชนให้ระมัดระวังอันตราย

ล่าสุดนายสุวพงศ์ กิติภัทย์พิบูลย์ ผู้ว่าฯ แม่ฮ่องสอน ได้ทำหนังสือแจ้งด่วนที่สุดให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและแจ้งเตือนประชาชน เนื่องจากยังมีฝนตกต่อเนื่อง

“ท่าปลา” น้ำท่วมกว่า 500 หลังคาเรือน

นอกจากนี้ ฝนที่ต้องหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ทำให้เกิดน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ ต.ร่วมจิต อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือชาวบ้าน ขณะนี้น้ำท่วมขยายวงกว้างในหลายตำบล มีผู้ประสบภัยกว่า 500 หลังคาเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสำรวจ และให้การช่วยเหลือแล้ว

ล่าสุดน้ำท่วมถนนสายอุตรดิตถ์-เขื่อนสิริกิติ์ บริเวณบ้านนาน้อย หมู่ 6 ต.หาดงิ้ว อ.เมืองอุตรดิตถ์ รถไม่สามารถสัญจรผ่านได้

น้ำจากแม่น้ำยมล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมชุมชนร้องขี้ปลา ต.ป่าแมต อ.เมือง จ.แพร่ และ พื้นที่ชุมชน ที่อ.เชียงม่วน จ.พะเยา ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ ซึ่งมีพื้นที่ต่อเนื่องกัน เพราะยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง

ข้อมูลจากศูนย์อุกทกวิทยาภาคเหนือ ระบุว่า ระดับน้ำที่สถานีอุทกวิทยาบ้านน้ำโค้ง ต.ป่าแมต อ.เมืองแพร่ ระดับน้ำสูง 8.87 เมตร ขณะที่ระดับตลิ่ง อยู่ที่ 8.20 เมตร

กรมชลฯ เร่งช่วยเหลือและเฝ้าระวังน้ำท่วม

นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ตอนบนของประเทศ เกิดจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน และประเทศไทย พบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม 5 จังหวัด คือ

จ.ลำปาง ฝนที่ตกหนักในเขต อ.เมืองปาน วัดปริมาณฝนได้ 47.2 มิลลิเมตร ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้าน รวมถึงพื้นที่การเกษตร และสิ่งสาธารณประโยชน์ ได้รับผลกระทบเสียหายบางส่วน 2 ตำบล ได้แก่ ต.เมืองปาน และ ต.บ้านขอ ปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

พื้นที่การเกษตรริมน้ำแพร่ เสียหายบางส่วน

ขณะที่ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ กรมชลประทาน รายงานว่า จ.แพร่ เกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำบ่าไหลหลากในลำห้วยแม่แคม เข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านบ้านถิ่น ต.บ้านถิ่น อ.เมืองแพร่ มีพื้นที่การเกษตรที่อยู่ริมตลิ่งได้รับความเสียหายบางส่วน

นอกจากนี้ ยังได้เกิดน้ำบ่าไหลหลากในลำห้วยแม่สาย-แม่ก๋อน เข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนชาวบ้านบ้านป่าแดง หมู่ 3 และหมู่ 5 ต.ป่าแดง อ.เมืองแพร่ โครงการชลประทานแพร่ ได้เตรียมพร้อมเครื่องจักรเครื่องมือและเจ้าหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุดังกล่าว

คาดระดับน้ำยม ปกติในเช้าวันที่ 23 ส.ค.

ด้านสถานการณ์น้ำในแม่น้ำยมบริเวณจังหวัดแพร่ เช้าวันนี้ (22 ส.ค.) ที่สถานีวัดน้ำท่า Y.1C บ้านน้ำโค้ง อ.เมืองแพร่ เมื่อเวลา 06.00 น. วัดระดับน้ำได้ 8.53 เมตร สูงกว่าตลิ่งประมาณ 33 เซนติเมตร (ระดับตลิ่งสูง 8.20 เมตร) แนวโน้มน้ำยังคงเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ หากไม่มีปริมาณฝนตกลงมาเพิ่ม คาดว่าระดับน้ำที่สถานี Y.1C จะกลับสู่ระดับตลิ่ง ประมาณช่วงเช้าของวันที่ 23 ส.ค.

น่านดินสไลด์ ถนนบ่อเกลือ-เฉลิมพระเกียรติ

จ.น่าน เกิดฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยปริมาณฝนวัดได้ ที่อ.แม่จริม 99.5 มม. อ.บ่อเกลือ 90 มม. อ.ภูเพียง 97.6 มม. และอ.เวียงสา 96.6 มม. ทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำธรรมชาติเพิ่มสูงขึ้น เข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในพื้นที่ต่างๆ เช่น อ.เฉลิมเกียรติ ที่ต.ขุนน่าน เกิดดินสไลด์ปิดทับผิวทางจราจร เส้นทางหมายเลข 1018 – 0103 สายบ่อเกลือ – เฉลิมเกียรติ บริเวณกม.112+350 – 112+975 ทำให้ไม่สามารถผ่านได้

อ.เวียงสา ที่ต.น้ำมวบ เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งจากลำน้ำมวบเข้าท่วมบ้านเรือน บ้านน้ำมวบ หมู่ 1 บ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหาย 22 ครัวเรือน และพื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว

อ.เมืองน่าน ที่ต.สวก หมู่ 5,7,11 และ 13 บ้านเรือนชาวบ้านได้รับความเสียหาย 60 ครัวเรือน อ.ภูเพียง ที่ต.เมืองจัง บ้านเมืองหลวง หมู่ 4 บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 3 ครัวเรือน

แม่น้ำน่านยังเพิ่มระดับสูงขึ้น

ส่วนที่แม่น้ำน่าน เมื่อเวลา 04.00 น.ที่ผ่านมา วัดระดับน้ำตามสถานีต่างๆ ได้ ดังนี้ สถานีวัดน้ำท่า N.1 อ.เมืองน่าน วัดระดับน้ำได้ 7.23 เมตร สูงกว่าตลิ่ง 23 เซนติเมตร(ระดับตลิ่งสูง 7.00 เมตร) แนวโน้มทรงตัว ส่วนที่สถานีวัดน้ำท่า N.13A อ.เวียงสา วัดระดับน้ำได้ 9.76 เมตร มีน้ำล้นตลิ่ง 2.67 เมตร (ระดับตลิ่งสูง 7.09 เมตร(ตลิ่งต่ำ)) แนวโน้มระดับน้ำยังคงเพิ่มขึ้น

ลุ่มน้ำยัง จมเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เกือบหมื่นไร่

สำหรับในพื้นที่ภาคตะวันตะวันออกเฉียงเหนือ ในพื้นที่จ.ร้อยเอ็ด ฝนที่ตกหนักในพื้นที่ลุ่มน้ำยังตอนบนของ จ.กาฬสินธุ์ และลุ่มน้ำยังตอนล่างของจ.ร้อยเอ็ด ส่งผลให้ระดับน้ำในลุ่มน้ำยังตอนล่างเพิ่มสูงขึ้น

ทำให้มีน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขต อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด รวม 7 ตำบล พื้นที่ 9,910 ไร่ ประกอบด้วย ต.บึงเกลือ ต.ภูเงิน ต.วังหลวง ต.ขวาว ต.เหล่าน้อย ต.เมืองไพร และ ต.ศรีวิลัย

กรมชลฯ ผันน้ำยังเข้าแก้มลิง ช่วยชาวบ้าน

โครงการชลประทานร้อยเอ็ด ได้บริหารจัดการลุ่มน้ำยัง โดยใช้ประตูระบายน้ำที่กระจายอยู่ในลำน้ำยัง ช่วยตัดยอดปริมาณน้ำได้สูงสุดรวม 40 ลบ.ม./วินาที อีกทั้ง ยังสามารถนำเข้าไปเก็บสำรองไว้ในแก้มลิง 3 แห่ง ได้แก่ แก้มลิงบึงบ่อแก แก้มลิงบึงเกลือ และแก้มลิงกุดปลาคูณ โดยเรียงหินป้องกันการกัดเซาะจากการตัดยอดน้ำด้านท้ายน้ำอีกด้วย

 

นอกจากนี้ยังบูรณาการจัดจราจรน้ำชี-น้ำยัง ร่วมกับสำนักงานชลประทานที่ 6 และ 7 ด้วยการเปิดบานระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำ บริเวณเหนือเขื่อนยโสธรและเขื่อนธาตุน้อย ไว้รองรับปริมาณน้ำ ที่จะไหลหลากลงมาสมทบจากน้ำยังตอนบน หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มปริมาณน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่แม่น้ำชี และบางส่วนจะถูกผันเข้าไปเก็บกักไว้ตามแก้มลิง และแหล่งน้ำธรรมชาติ สำรองไว้ใช้ในยามขาดแคลนต่อไป

เตรียมเครื่องจักร-จนท.รอรับมือ

ทั้งนี้ ยังได้เตรียมพร้อมเครื่องจักร เครื่องมือประจำไว้ในพื้นที่ เช่น เครื่องสูบน้ำ 27 เครื่อง, เครื่องผลักดันน้ำ 13 เครื่อง, กระสอบบรรจุทราย 12,000 กระสอบ, กล่อง Mattress ขนาด2x4x0.3 ม.,หินใหญ่,เสาเข็มพืด(Sheet pile) พร้อมเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอดแนวผนังกั้นน้ำยัง

ปัจจุบันได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำด้านท้ายฝายยางบ้านท่าลาด 10 เครื่อง พร้อมกับแจ้งเตือนภัยไปยังพื้นที่ที่น้ำล้นตลิ่งฝั่งซ้ายของลำน้ำยัง และเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง

พายุฮีโกสกระหน่ำสกลฯ 2 วันก่อน สว่างแดนดินท่วม

ด้าน จ.สกลนคร เกิดฝนตกหนักเมื่อวันที่ 19-20 ส.ค.จากอิทธิพลของพายุฮีโกส บริเวณ อ.ส่องดาว อ.สว่างแดนดิน และ อ.วาริชภูมิ ทำให้ลำน้ำยามและห้วยปลาหาง มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านสร้างแป้น ต.แวง อ.สว่างแดนดิน และ บ้านโพนแพง ต.ม่วงไข่ อ.พังโคน ประมาณ 800 ไร่ ระดับน้ำสูง 1 เมตร

ปัจจุบันสถานการณ์น้ำท่วมมีแนวโน้มทรงตัว คาดว่าหากไม่มีฝนตกหนักลงมาเพิ่มเติม สถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 2-3 วันนี้

โครงการชลประทานสกลนคร ได้ใช้เครื่องจักรขุดคันดินคลองส่งน้ำ LMC ช่วง กม.2+500 เพื่อช่วยระบายน้ำออกจากพื้นที่และเตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำขนาด 8 นิ้ว พร้อมกับเปิดประตูระบายน้ำโครงการห้วยปลาหางตอนล่าง 3 บาน เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่องแล้ว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เชียงใหม่เร่งระบายน้ำลงแม่ปิง ทหาร-พระน่านช่วยชาวบ้าน

น้ำบ่าท่วมเวียงสากลางดึก พัดกระบะจม ปภ.ช่วย เรือจมซ้ำ

กลับขึ้นด้านบน