ชาวฟิลิปปินส์ร้องสภาทนายความช่วยคดี หลอกลงทุนออมทอง

ชาวฟิลิปปินส์ร้องสภาทนายความช่วยคดี หลอกลงทุนออมทอง

ชาวฟิลิปปินส์ร้องสภาทนายความช่วยคดี หลอกลงทุนออมทอง

รูปข่าว : ชาวฟิลิปปินส์ร้องสภาทนายความช่วยคดี หลอกลงทุนออมทอง

ผู้เสียหายชาวฟิลิปปินส์ เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนกับสภาทนายความ เพื่อขอให้ช่วยเหลือติดตามคดีหลอกลงทุนออมทอง หลังจากไม่สามารถไกล่เกลี่ยกับคู่กรณีได้ รวมความเสียหายกว่า 8 แสนบาท

วันนี้ (20 ส.ค.2563) นายอัลลันและผู้เสียหายอีก 2 คน ชาวฟิลิปปินส์ นำหลักฐานเข้าพบนายทัศไนย ไชยแขวง อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อขอความช่วยเหลือติดตามคดี หลอกลงทุนออมทอง หลังจากเข้าแจ้งความ และไม่สามารถไกล่เกลี่ยตกลงยอมความกับคู่กรณีได้ กรณีขอเงินลงทุนคืนทั้งหมด แต่คู่กรณีขอจ่ายคืนเดือนละ 5,000 บาท และขณะนี้ไม่สามารถติดต่อคู่กรณีได้ นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายคนไทยอีกจำนวนมาก 


เบื้องต้นนายทัศไนย ได้มอบหมายให้ ดร.กิตติมา สิริศุภชัย กรรมการช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย /ปฏิคม และทนายอาสาภาคภาษาอังกฤษ มารับเรื่องและตั้งทีมสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาพยานหลักฐานในเรื่องที่กล่าวหา ก่อนจะนำเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณา ตามระเบียบที่คณะกรรมการช่วยเหลือประชาชนกำหนด ซึ่งจะเร่งรัดดำเนินการให้


ก่อนหน้านี้ รายการสถานีประชาชน ไทยพีบีเอส ได้นำเสนอข่าว กรณีนี้คือมีคนไทย และคนฟิลิปปินส์ ถูกหลอกลงทุนออมทอง ช่วง COVID-19 ความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท ผู้เสียหายชาวฟิลิปปินส์ที่เดือดร้อน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ และสภ.เกาะช้าง จ.ตราด โดยกล่าวว่าถูกพนักงานที่ทำงานในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ในเกาะช้าง ชักชวนให้ลงทุนออมทอง ในตอนแรกได้ผลกำไร ภายหลังจึงนำเงินเก็บทั้งหมดมาลงทุน ต่อมาช่วงเดือนพ.ค.เริ่มไม่จ่ายผลตอบแทน อ้างว่าโดนเท้าแชร์โกงมาเช่นกัน แต่ไม่มีหลักฐานมาแสดง

 


ต่อมาเจ้าหน้าตำรวจ สภ.เกาะช้าง นัดคู่กรณีมาเจราจากัน ทางคู่กรณีบอกว่าขอผ่อนชำระค่าเสียหายโดยจะคืนเงินให้ เดือนละ 5,000 บาท จากยอดความเสียหายของกลุ่มชาวฟิลิปปินส์ ประมาณกว่า 800,000 บาท แต่ทางผู้เสียหายไม่ยอม เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินของเพื่อนๆชาวฟิลิปปินส์ 5 คนที่มาร่วมลงทุน ได้รับความเดือดร้อนไม่มีเงินใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และกลับต่างประเทศไม่ได้

หลังเจรจากันไม่ได้ เจ้าหน้าตำรวจแนะนำว่าให้ไปปรึกษาทนายความเพื่อฟ้องร้อง แต่ทางผู้เสียหายไม่มีเงินที่จะไปว่าจ้างทนาย จึงมาร้องเรียนที่สถานีประชาชน ไทยพีบีเอส จึงแนะนำให้เข้าพบสภาทนายความ  เพื่อช่วยเหลือ

 


นอกจากนี้ทางพนักงานสอบสวน สภ.เกาะช้าง จ.ตราด กล่าวว่าจะเรียกผู้เสียหายชาวฟิลิปปินส์เข้ามา สอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อดำเนินการออกหมายเรียกไปยังผู้ถูกกล่าวหาต่อไป ขณะที่ผู้เสียหายคนไทย จะเริ่มเข้ามาแจ้งความภายในสัปดาห์หน้า เพราะก่อนหน้านี้ที่ยังไม่แจ้งความเพราะยังอยู่ระหว่างดูท่าทีของหญิงสาวที่มาชักชวนออมทอง ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานกันโดยเพื่อนๆในรีสอร์ตนำเงินมาลงทุนกันตั้งแต่เดือนธ.ค.62-พ.ค.63 ไม่ได้ผลตอบแทนเช่นกัน ล่าสุดพนักงานคนดังกล่าวลาออกจากงานไปแล้ว จึงกังวลว่าจะหนีคดีด้วยหรือไม่

สำหรับประชาชนที่ต้องการความช่วยเหลือ และปรึกษากฎหมาย ติดต่อได้ที่ สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ 249 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220 โทร.02-522-7124 ถึง 27 หรือโทร.02-522-7143 ถึง 47 ปรึกษากฎหมายสายด่วน 1167

 

กลับขึ้นด้านบน