รอง ผบช.น.รับเตรียมรถตัดสัญญาณ ใช้ดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม

รอง ผบช.น.รับเตรียมรถตัดสัญญาณ ใช้ดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม

รอง ผบช.น.รับเตรียมรถตัดสัญญาณ ใช้ดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม

รูปข่าว : รอง ผบช.น.รับเตรียมรถตัดสัญญาณ ใช้ดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุม

รอง ผบช.น.รับหนังสือตัดสัญญาณการสื่อสารรอบลานคนเมือง ระหว่างที่มีกิจกรรมการชุมนุมวานนี้ เป็นเอกสารฉบับจริง แต่ไม่ได้เป็นเอกสารลับ พร้อมยืนยันรถไม่ได้มีจุดประสงค์ในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุม

จากกรณีมีการแชร์ภาพเอกสารคำสั่ง ให้มีการจัดรถอุปกรณ์ต่อต้าน ,ตัดสัญญาณการสื่อสาร เข้าปฏิบัติหน้าที่โดยรอบพื้นที่การชุมนุม ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา 

วันนี้ (24 ส.ค.2563)  พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงว่า หนังสือดังกล่าว เป็นเอกสารทางราชการฉบับจริง พร้อมชี้แจงว่า ไม่ได้เป็นเอกสารลับ แต่เป็นหนังสือคำสั่งการปฏิบัติหน้าที่เพื่อดูแลความปลอดภัย และได้สั่งการทุกครั้งที่มีการชุมนุมในทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา เพราะตำรวจต้องเตรียมความพร้อมในการดูแลความปลอดภัยให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม หากเกิดเหตุการณ์ไม่สงบเกิดขึ้นในพื้นที่

รถอุปกรณ์ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุม แต่เอาไว้เพียงกรณีพบวัตถุต้องสงสัยก็จะสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างทันเวลา 

นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยังได้ระบุถึง การชุมนุมเมื่อวานนี้ที่ลานคนเมืองด้วยว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่ามีแกนนำคนใดที่ศาลให้ประกันตัวไปโดยตั้งเงื่อนไขห้ามเข้าร่วมชุมนุม และกระทำความผิดซ้ำเดิม เข้าร่วมการชุมนุมบ้าง ซึ่งหากพบว่ามีแกนนำคนใดทำผิดเงื่อนไขของศาลก็จะยื่นเรื่องขอให้ศาลเพิกถอนการประกันตัวตามขั้นตอนทางกฎหมาย เช่นเดียวกับนายอานนท์ นำภา และ นายภาณุพงศ์ จาดนอก ที่ถูกตำรวจยื่นเพิกถอนการประกันตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งศาลได้มีการนัดไตร่สวนในวันที่ 3 ก.ย.นี้


ขณะที่ความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำ การชุมนุมเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการออกหมายจับไป 15 คน จับกุมแล้ว 11 คน ยังเหลืออีก 4 คน ซึ่งมีการประสานมาแล้วแต่ยังไม่เข้ามามอบตัว ตามนัดหมาย ส่วนผู้ที่ถูกออกหมายเรียกอีก 15 คน ยังไม่มีการรับการประสานและมาพบพนักงานสอบสวนเช่นกัน ซึ่งในส่วนของหมายเรียก เป็นข้อหาที่อยู่ในศาลแขวงมีอัตราโทษไม่เกิน 3 ปี เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ.ความสะอาด หรือ พ.ร.บ.การควบคุมโรค

ส่วนการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผ่านมา ที่อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย จากการตรวจสอบและการรวบรวมหลักฐานจนถึงขณะนี้ ยังไม่พบว่ามีการกระทำความผิดที่เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 116 ที่ต้องถึงขั้นออกหมายจับ เป็นเพียงความผิดเล็กน้อยที่อาจจะต้องมีการเชิญตัวมาเพื่อพูดคุยหรือทำความเข้าใจ

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นศ.ขอเลิกคุกคามสิทธิเสรีภาพ ยิ่งจับแกนนำ-ชุมนุมยิ่งเพิ่ม

 

 

กลับขึ้นด้านบน