"ราชาเฟอร์รี่" ยืนยันขยะ 90 ตันในเรือที่ล่มยังไม่แตกกระจาย

"ราชาเฟอร์รี่" ยืนยันขยะ 90 ตันในเรือที่ล่มยังไม่แตกกระจาย

"ราชาเฟอร์รี่" ยืนยันขยะ 90 ตันในเรือที่ล่มยังไม่แตกกระจาย

รูปข่าว : "ราชาเฟอร์รี่" ยืนยันขยะ 90 ตันในเรือที่ล่มยังไม่แตกกระจาย

กรรมการผู้จัดการ บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ยืนยันขยะในรถ 10 ล้อพ่วง จำนวน 90 ตัน ภายในเรือราชาเฟอร์รี่ 4 ที่เกิดอุบัติเหตุล่มกลางทะเล ยังไม่มีแตกกระจาย และมีแผนนำตาข่ายลงไปติดตั้งครอบรถพ่วง เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะหลุดระหว่างการกู้ซากเรือ

วันนี้ (27 ส.ค.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรือโดยสารของบริษัท ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ จำกัด (มหาชน) ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยเมื่อช่วงเช้าได้ออกจากท่าเทียบเรือราชาเฟอร์รี่ใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ไปยังท่าเรือดอนสัก ซึ่งมีผู้มาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกสินค้า หลังจาก เมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดอุบัติเหตุเรือราชาเฟอร์รี่ล่มกลางทะเล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 5 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 11 คน แต่ล่าสุดทาง บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ ได้ส่งแผนในการกู้ซากเรือราชา 4 ให้ทาง จ.สุราษฎร์ธานี รับทราบแล้ว

 

แผนกู้ซากเรือมีความรัดกุม

นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ทางจังหวัดได้พิจารณาแผนการกู้เรือแล้ว พบว่ามีความรัดกุม จึงไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประจำจังหวัด โดยเฉพาะการวางแนวทางการป้องกันน้ำมันที่อาจไหลออกมาระหว่างการเก็บกู้ รวมถึงการป้องกันขยะที่อยู่ในรถบรรทุก 10 ล้อพ่วงทั้ง 3 คัน ซึ่งมีปริมาณขยะ 90 ก้อน น้ำหนักประมาณ 90 ตันที่อยู่ภายในเรือ ที่เกิดอับปางในลักษณะตัวเรือตะแคงขวา

 

ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญมาเก็บกู้

นายอภิชาติ ชโยภาส กรรมการผู้จัดการ บมจ.ท่าเรือราชาเฟอร์รี่ กล่าวว่า ทางบริษัทได้ว่าจ้างบริษัท เอ็ม.เอส.เซอร์วิส จำกัด ที่มีความเชี่ยวชาญในการกู้เรือเป็นผู้ดำเนินการ โดยจะนำเรือที่มีติดตั้งเครนขนาดใหญ่จำนวน 2 ตัว ขนาด 600 ตัน และขนาด 200 ตันมาจาก จ.ชลบุรี เพื่อมาดำเนินการในการเก็บกู้

 

ติดตั้งตาข่ายไม่ให้ขยะหลุด

โดยก่อนดำเนินการทางบริษัทจะให้ทีมประดาน้ำ นำตาข่ายลงไปติดที่รถพ่วง เพื่อป้องกันไม่ให้ขยะหลุดแล้วนำสลิงเข้าไปผูกกับตัวเรือ ก่อนจะยกให้เรืออยู่ในแนวตั้ง จากนั้นก็จะมีการดำลงไปสำรวจ พร้อมนำตาข่ายคลุมรถพ่วงเพิ่มอีกชั้น โดยจะมีการแยกพ่วงออกจากกันทั้ง 6 พ่วง เพื่อทำการยกแต่ละพ่วงขึ้นมาบนผิวน้ำ เพื่อนำทั้งรถพ่วงและขยะ ใส่เรือบรรทุกขนาดใหญ่นำกลับเข้าฝั่ง ก่อนเริ่มทำการกู้ซากเรือเป็นขั้นตอนสุดท้าย

 

คาดว่าใช้เวลาหลายสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการนี้ อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ เนื่องจากการดำเนินงาน อาจทำได้แค่ช่วงเช้าถึงเที่ยง เพราะในช่วงบ่ายมักมีคลื่นลมแรง อีกทั้งกระแสน้ำใต้ท้องทะเลตรงจุดที่เรือล่ม ก็มีความรุนแรงของกระแสน้ำ จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินการ

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดแผนกู้เรือเฟอร์รี่ล่ม เกาะสมุย

เตรียมสำรวจ-กู้เรือเฟอร์รี่สมุย คาดเสร็จใน 4 สัปดาห์ 

ห่วงขยะ 90 ตัน จากเฟอร์รี่ล่มก่อมลพิษทะเลสมุย

 

 

กลับขึ้นด้านบน