"อรรถพล" ข้ามห้วยสู่มือปราบมลพิษคนใหม่

"อรรถพล" ข้ามห้วยสู่มือปราบมลพิษคนใหม่

"อรรถพล" ข้ามห้วยสู่มือปราบมลพิษคนใหม่

รูปข่าว : "อรรถพล" ข้ามห้วยสู่มือปราบมลพิษคนใหม่

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ย้ายข้ามห้วยนั่งกรมควบคุมมลพิษ ชี้ต้องการอาสามาช่วยเสริมทัพความเข้มแข็งงานด้านสิ่งแวดล้อมและการปราบปรามควบคุมมลพิษ ย้ำยังมีเลือดของกรมป่าไม้ แต่หน้าที่ต้องมองภาพรวม

วันนี้ (1 ก.ย.2563) หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้งโยกย้ายนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ข้ามห้วยมาเป็นอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ซึ่งจะเกษียณอายุราชการในเดือนก.ย.นี้ 

การโย้กย้ายครั้งนี้ ไม่ได้มาจากข้อบกพร่องในการทำงาน แต่ได้อาสาเข้ามาเพื่อช่วยเสริมงานด้านการควบคุมมลพิษให้แข็งแกร่งขึ้น

อรรถพล บอกกับไทยพีบีเอสออนไลน์ พร้อมย้ำว่านโยบายของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. อยากให้มีการเซ็ตงานด้านสิ่งแวดล้อมให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น เชื่อมโยงงานให้เป็นระบบมากขึ้น ด้วยการปรับบทบาทบุคลากรและดึงสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคเข้ามาขึ้นตรงกับกรมควบคุมมลพิษ เพื่อสร้างเครือข่ายปฏิบัติงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษ

เป้าหมายคือจะเข้ามาเซ็ตหน่วยพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (อีพียู) คล้ายงานด้านการปราบปรามและการบังคับใช้กฎหมายแบบกรมป่าไม้ โอนสำนักสิ่งแวดล้อมภาคมาขึ้นกับคพ.

 

อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า งานด้านสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญของทส.ที่จะต้องความเข้มแข็งมากขึ้นในอนาคต หลังหลายประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเป็นอันดับต้นๆ โดยเฉพาะปัญหาขยะพลาสติก และอิเล็กทรอนิกส์ หากสามารถควบคุมและลดปริมาณในประเทศลงได้จะส่งผลดีกับประเทศไทย จึงจำเป็นต้องเอาจริงเอาจังกับผู้ผลิตและผู้ก่อมลภาวะทั้งหมด ทั้งทางน้ำและอากาศ สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาระดับท้องถิ่นและบริษัทขนาดใหญ่ต้องมีความรับผิดชอบและใส่ใจเรื่องนี้ให้มากกว่านี้ด้วย

ผมยอมรับว่ากระโดดข้ามห้วยมา แต่อาสามาทำงานที่นี่ เลือดป่าไม้ยังมีอยู่ แต่หน้าที่ต้องมองภาพรวมอยากให้ช่วยกัน หลังจากนี้อีก 1 เดือนต้องทำการบ้านเรื่องมลพิษ และพร้อมรับคำชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญของคพ. เพื่อสานต่อภารกิจสิ่งแวดล้อมและมลพิษ 

 เมื่อถามว่ากังวลจะถูกต่อต้านหรือไม่ นายอรรถพล บอกว่า ขอโอกาสในการทำงานร่วมกัน เพราะเป้าหมายคือการสร้างให้ทส.มีบทบาทในการควบคุมเชิงกฎหมาย และต้องจัดโครงสร้างที่แข็งแกร่ง เป็นสิ่งที่ท้าทายและโจทย์ที่นายวราวุธ มองภารกิจไว้ 

ส่วนงานของกรมป่าไม้ ได้วางภารกิจไว้เป็นระบบแล้ว มั่นใจว่า การสานต่องานของนายอดิศร นุชดำรงค์ อธิบดีกรมป่าไม้ คนใหม่จะไม่มีปัญหา โดยเฉพาะทีมพยัคฆ์ไพร มีความเข้มแข็งมาก และยังมีศูนย์พิทักษ์ป่าไม้เหมือนเดิมงานยังเดินหน้า โครงสร้าง และมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน 

เส้นทางจากอธิบดีป่าไม้ 2 ปีสู่กรมควบคุมมลพิษ 

สำหรับนายอรรถพล ได้รับแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมป่าไม้ เมื่อ 26 พ.ย.2561-ปัจจุบัน ท่ามกลางการจับตาว่าเป็นเลือดใหม่ในการบริหาร โดยผลงานช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเน้นการปราบปรามการบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยว เช่น ภูทับเบิก จ.เพชรบูรณ์ การบุกรุกสร้างรีสอร์ตบนดอยม่อนแจ่ม จ.เชียงใหม่ การทวงคืนที่ดินในเขตพื้นที่อ.ภูเรือ จ.เลย กว่า 6,500 ไร่ ของนายเปรมชัย กรรณสูต

รวมทั้งคดีที่ดินฟาร์มไก่ของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ในจ.ราชบุรี ที่เคยตกเป็นข่าวโด่งดังเมื่อถูกนายทวี ไกรคุปต์ บุกกลางวงแถลงข่าวพร้อมแย่งไมค์ไปจากมือเพราะต้องการให้ชี้แจงเรื่องการยึดที่ดินในเขตป่า จนทำให้ติดคำค้นหาใน Google โดยคนโซเชียลแห่ให้กำลังใจ

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน