เรียกร้องเร่งรื้อคอกหอยอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ฯ

เรียกร้องเร่งรื้อคอกหอยอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ฯ

เรียกร้องเร่งรื้อคอกหอยอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ฯ

รูปข่าว : เรียกร้องเร่งรื้อคอกหอยอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ฯ

เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน จ.สุราษฎร์ธานี เรียกร้องให้ภาครัฐเร่งรื้อถอนคอกหอย ซึ่งบุกรุกก่อสร้างในพื้นที่สาธารณประโยชน์ทางทะเลอ่าวบ้านดอนโดยเร็ว หลังมีการใช้กระบวนการทางกฎหมายชะลอการรื้อถอนออกไปอีก

วันนี้ (2 ก.ย.2563) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้านจาก 5 อำเภอ รอบอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ธานี ประชุมเชิงปฏิบัติการ เพื่อระดมความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่สาธารณะอ่าวบ้านดอน ก่อนสรุปแนวทางแก้ปัญหายื่นเสนอต่อคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร

 

 

โดยชาวประมงพื้นบ้านเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐเร่งยึดคืนพื้นที่สาธารณะทางทะเล ซึ่งถูกบุกรุกครอบครองโดยกลุ่มทุนกลับมาเป็นพื้นที่สาธารณะที่ทุกฝ่ายใช้ประโยชน์ร่วมกันโดยเร็ว หลังจากทราบว่าผู้ประกอบการได้ใช้กระบวนการทางกฎหมาย ทำให้เกิดการชะลอการรื้อถอนขนำและคอกหอยผิดกฎหมายออกไปอีก โดยไม่มีกำหนดระยะเวลา

เจ้าของขนำแสดงตัวเพิ่ม เพื่อสู้คดีในชั้นศาล

ขณะเดียวกัน ในวันนี้ ผู้ประกอบการเจ้าของคอกหอยได้เดินทางมาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทะเล หรือ ศรชล.เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมต่อสู้คดีในชั้นศาล ทำให้เจ้าหน้าที่ ศรชล.ต้องปรับแผนการรื้อถอน โดยเตรียมรื้อถอนเฉพาะขนำเฝ้าคอกหอยที่ไม่มีผู้แสดงความเป็นเจ้าของเท่านั้น

 

นายบัญชา สุขแก้ว

นายบัญชา สุขแก้ว

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จะเร่งบังคับใช้กฎหมาย เพื่อยึดคืนพื้นที่สาธารณะทางทะเลกลับมาโดยเร็ว ก่อนเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างกลไกจัดการพื้นที่อ่าวบ้านดอนอย่างยั่งยืน

ร้องทบทวนยอมรื้อเองหรือใช้สิทธิในชั้นศาล

สำหรับเจ้าของขนำที่ไม่ยอมรื้อถอนขนำด้วยตัวเอง แต่ได้มาแสดงตัวเพื่อต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ระบุว่าหากมีความผิดตามตามพระราชบัญญัติการเดินเรือน่านน้ำไทย มาตรา 118 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และมีโทษปรับรายวันระหว่างถูกดำเนินคดี ตารางเมตรละตั้งแต่ 1,000-20,000 ต่อวัน

 

 

อย่างกรณีขนำหลังแดงมีพื้นที่ถูกดำเนินคดี 266 ตารางเมตร หรือคิดเป็นอัตราค่าปรับขั้นต่ำวันละกว่า 260,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงขอให้เจ้าของขนำ ซึ่งบุกรุกปลูกสร้างในที่สาธารณะทบทวนให้รอบคอบว่าจะยอมรื้อถอนด้วยตัวเอง หรือจะใช้สิทธิในชั้นศาล

 



ทั้งนี้ ขณะนี้ผู้ประกอบการคอกหอยบางส่วนอยู่ระหว่างการแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่ ศรชล. เพื่อต่อสู้ตามกระบวนการทางกฎหมาย ส่วนขนำที่ไม่มีการแสดงตัวเป็นเจ้าของ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการแผนเพื่อที่จะเร่งรื้อถอนต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศรชล.รื้อถอนคอกหอยอ่าวบ้านดอน จ.สุราษฎร์ฯ

 

 

กลับขึ้นด้านบน