ปมใหม่! บีบ "ปรีดี" ลาออกขัดแย้งในกระทรวงคลัง

ปมใหม่! บีบ "ปรีดี" ลาออกขัดแย้งในกระทรวงคลัง

ปมใหม่! บีบ "ปรีดี" ลาออกขัดแย้งในกระทรวงคลัง

รูปข่าว : ปมใหม่! บีบ "ปรีดี" ลาออกขัดแย้งในกระทรวงคลัง

เปิดปมใหม่ เบื้องหลังปรีดี ดาวฉาย รมว.คลังเพียง 27 วันอ้างปัญหาสุขภาพ ปฏิเสธความขัดแย้งกับนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง จากปมการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวง แต่ยังพบกรณีถูกกดดันให้ลงนามต่อสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว

27 วันที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ ปรีดี ดาวฉาย เข้ามาทำงานแล้วตัดสินใจลาออก ไม่แปลกที่คนนอกจะมองว่า มันน่าจะมาจากความขัดแย้งภายใน เพราะนายปรีดี ไม่ได้เป็นนักการเมือง และตัดสินใจลาออกกระทันหันแบบนี้

แต่คนในรัฐบาลพยายามจะประสานเสียงตรงกันว่าเป็นปัญหาสุขภาพ ไม่เกี่ยวกับความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ และการลาออกไม่กระทบกับรัฐบาล

คนใกล้ชิดนายปรีดี ระบุว่า นายปรีดี มีโรคประจำตัวคือ "มินิสโตรก" หรือเส้นเลือดฝอยในสมองตีบ หลังเขารับตำแหน่ง อาการก็กำเริบมากขึ้นเป็น 2-3 เท่า จึงปรึกษาและยื่นหนังสือลาออกกับ พล.อ.ประ ยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีโดยตรง พร้อมปฏิเสธข่าวความขัดแย้งกับ รมช.คลัง กรณีการแต่งตั้งข้าราชการระดับอธิบดี

ขณะที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ ก็ได้ปฏิเสธความขัดแย้ง จนเป็นสาเหตุที่ทำให้นายปรีดีลาออก และเมื่อคืนนี้นายปรีดี ยังได้โทรศัพท์มาขอโทษที่มีข่าวออกมาในลักษณะนั้น

นายปรีดี โทรมาตอนประมาณ 20.00 น.ไม่รู้ว่าข่าวออกมาทำนองนั้นอย่างไร และแแสดงความเสียใจกับผม และข่าวไม่ได้เป็นแบบนั้น และให้ความร่วมมือกันทุกประเด็น

อ่านข่าวเพิ่ม จับตา "ปรีดี ดาวฉาย" ร่อนหนังสือลาออกอ้างปมสุขภาพ

 

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธไม่เข้าไปล้วงลูกแต่งตั้งข้าราชการ และในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ก็ปฏิเสธเสนอผู้เหมาะสมเข้าไปรับหน้าที่แทนนายปรีดี โดยชี้ว่า ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี

ส่วนนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการลาออกของนายปรีดี ไม่กระทบต่อเสถียรภาพ หรือความเชื่อมั่นต่อการบริหารประเทศ และในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีม เศรษฐกิจ ก็พร้อมขับเคลื่อนงานตามแผนที่วางไว้ จึงยังไม่พิจารณาคนใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

เปิดเบื้องหลัง "ปรีดี"ลาออกคลัง

ปมขัดแย้งที่ดูจะเชื่อกันว่า เป็นจุดแตกหัก คือการโยกย้ายข้าราชการภายในกระทรวงการคลังที่มีนายปรีดี มีความเห็นไม่ตรงกับนายสันติ รัฐมนตรีช่วย แต่เท่าที่ไทยพีบีเอส ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกอาจจะไม่ได้มีแค่นั้น

มีรายงานว่า นายปรีดี ถูกบีบ ถูกกดดันให้ลงนามต่อสัญญาสัมปทานให้รถไฟฟ้าบีทีเอสสายสีเขียว โดยไม่ต้องประมูล แต่นายปรีดีในฐานะที่เชี่ยวชาญกฎหมาย ไม่ยอมลงนาม

เอกสารรับรองความเห็นให้กรุงเทพมหานคร ต่อสัญญาสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ของกระ ทรวงมหาดไทย เป็นเอกสารฉบับสุดท้ายที่รอให้นายปรีดี ลงนามก่อนกระทรวงมหาดไทย เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา เมื่อวานนี้

 

แต่วาระการพิจารณาเรื่องนี้ ถูกถอนออกไป พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกว่า นายกรัฐมนตรี ต้องการให้เวลาครม.ศึกษารายละเอียดโครงการ เพราะมีรัฐมนตรีใหม่หลายคน

รายงานจากกระทรวงการคลัง ระบุว่านายปรีดี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ไม่เห็นด้วยและปฏิเสธการลงนามดังกล่าว

ขณะที่นายสันติ กดดันให้รับรองโครงการ หลังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจให้ความเห็น กรณี การต่อสัญญาสัมปทาน โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ของกลุ่ม บีทีเอส โดยไม่ต้องเปิดประมูลใหม่ ซึ่งอ้างเหตุผลว่า ระเบียบวิธีปฏิบัติตามคำสั่ง คสช.มาตรา 44 มีรูปแบบเดียวกับพีพีพี อยู่แล้ว แต่กระชับ จึงไม่จำเป็นต้องประมูลใหม่ และไม่ต้องกลับมาเข้ากระบวนการตามพระราชบัญญัติร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน (พีพีพี) 

เพื่อไทย แฉสัมปทานมิชอบ

ก่อนหน้านี้ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เคยให้สัมภาษณ์ว่า สคร.ไม่เห็นด้วยกับการต่ออายุสัญญาสัมปทาน เพราะมาตรา 44 ถูกยกเลิกไปแล้ว อีกทั้งการดำเนินการดังกล่าว ขัดหลักแข่งขันโดยเสรี เอื้อประโยชน์เอกชน และใช้อำนาจเกินขอบเขต เพื่อแก้ไขสัญญาโดยมิชอบ

แต่การกลับความเห็นของ สคร.ถูกโยงกับปมความขัดแย้งแต่งตั้งโยกย้ายตำแหน่งอธิบดีกรมสรรพสามิต ระหว่าง นายปรีดี และนายสันติ เพราะต่างฝ่ายต่างต้องการ ส่งคนที่ตัวเองไว้ใจ

เพราะกรมสรรพสามิต ถือเป็นกรมภาษีที่มีรายได้ปีละไม่น้อยกว่า 6 แสนล้านบาทจากสินค้ารายการใหญ่ ทั้งรถยนต์ บุหรี่ สุรา สถานบันเทิง สนามมวย ซึ่งมีผู้ประกอบการรายใหญ่ ไม่กี่รายเป็นเจ้าตลาด

นอกจากนี้ การดำรงตำแหน่งอธิบดีในกรมจัดเก็บภาษี ยังเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางการขึ้นสู่ปลัดกระทรวงการคลังอีกด้วย 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

พปชร.วืด! รมว.คลัง คนใหม่ ยังไงก็เป็น “คนนอก”

"ประยุทธ์" เผย "ปรีดี" ลาออกมีปัญหาสุขภาพ ไร้ปัญหาทำงาน

 

กลับขึ้นด้านบน