ปิดผับดัง-ร้านกาแฟ 3 วันหลังพบชายไทยติด COVID-19

ปิดผับดัง-ร้านกาแฟ 3 วันหลังพบชายไทยติด COVID-19

ปิดผับดัง-ร้านกาแฟ 3 วันหลังพบชายไทยติด COVID-19

รูปข่าว : ปิดผับดัง-ร้านกาแฟ 3 วันหลังพบชายไทยติด COVID-19

ปิดผับดังย่านพระราม 5 พระราม 3 และร้านเฟิร์ส คาเฟ่ ที่อยู่ในถนนข้าวสาร หลังพบชายไทยติด COVID-19 ครั้งแรกในรอบ 100 วัน โดยกรมควบคุมโรค ยังต้องสอบสวนโรคและตีวงกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ด้านกระทรวงสาธารณสุข เผยผลสำรวจคนไทยการ์ดตกในช่วง 4 เดือน

วานนี้ (3 ก.ย.2563) หลังจากที่พบผู้ติดเชื้อ COVID-19 เพิ่มมาอีกครั้ง และมีการสอบสวนโรคถึงการทำงานในช่วง 14 วันที่ผ่านมา พบว่าบุคคลคนนี้ทำงานอยู่ในร้านอาหารย่านถนนพระราม 3 และย่านพระราม 5 รวมทั้งที่ถนนข้าวสาร ซึ่งทั้งหมดเจ้าหน้าที่สั่งปิดให้ทำความสะอาดแล้วอย่างน้อย 3 วัน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ และเก็บตัวอย่างพนักงาน ร้าน 3 วัน 2 คืน ซึ่งวันนี้ปิดให้บริการ หลังสถานที่แห่งนี้ เป็นหนึ่งในไทม์ไลน์ที่ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ผู้ติดเชื้อคนล่าสุด ทำงานอยู่ที่ร้านแห่งนี้ โดยร้านสามวันสองคืน มี 2 สาขา คือ พระราม 3 และสาขาพระราม 5

ซึ่งสาขาที่พระราม 3 ระหว่างวันที่ 12 ส.ค.-  26 ส.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันที่ผู้ติดเชื้อ ขับรถยนต์ส่วนตัวไปศาลอาญา รัชดา และ ไปที่ทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง โดยข้อมูลที่ถูกเปิดเผยออกมา คือ ผู้ป่วยคนนี้ทำงานที่สาขา พระราม 3 ในวันจันทร์ พฤหัสบดี และเสาร์ ส่วนสาขา พระราม 5 ทำงานในวันศุกร์ และ อาทิตย์

 

แม่ค้าร้านอาหารตามสั่งที่อยู่ใกล้เคียง ยอมรับว่า กรณีที่เกิดขึ้นสร้างความกังวล แม้ว่าร้านอาหารจะเปิดขายในเวลากลางวัน โดยลูกค้าส่วนใหญ่ ก็เป็นคนละกลุ่มกับที่มาเที่ยวสถานบันเทิง แต่จากนี้ คงต้องเพิ่มความเข้มงวดในการป้องกันเชื้อโรคให้มากขึ้นกว่าเดิม


ก็ต้องหาเจลล้างมือมาเพิ่มให้ลูกค้า เพื่อป้องกัน COVID-19 เท่าที่สังเกตคนที่มาร้านพบว่าส่วนใหญ่การ์ดตกเยอะมาก และบางคนเห็น 4-5 คนก็ไม่นั่งกลับบ้าน 

ขณะที่ร้านเฟิร์ส คาเฟ่ ที่อยู่ในถนนข้าวสาร ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้ติดเชื้อมาทำงานเป็นดีเจ ขณะนี้ร้านก็ปิดให้บริการเช่นกัน แต่บรรยากาศบนถนนข้าวสารเมื่อคืนที่ผ่านมา ก็ยังมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เข้ามานั่งที่ร้านอื่นๆ ที่ยังเปิดให้บริการตามปกติ บางคนก็ไม่สวมใส่หน้ากากอนามัย ส่วนที่ร้านก็ไม่ได้จัดโต๊ะให้ห่างกันมากนัก

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ติดเชื้อคนนี้ไปตรวจพบเจอที่เรือนจำ หลังจากถูกจับในข้อหายาเสพติด และได้ไปเบิกความที่ศาลอาญา ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมควบคุมโรค ได้แบ่งกลุ่มผู้ที่มีความเสี่ยงทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างกักตัวเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิด

ผลสำรวจคนไทยการ์ดตกเสี่ยง COVID-19

พญ.พรรณประภา ยงค์ตระกูล โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ผลสำรวจของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ เกี่ยวกับพฤติกรรมการป้องกันตัวเองของประชาชน ระหว่างวันที่ 15 พ.ค.- 27 ส.ค.นี้ พบภาพรวมพฤติกรรมป้องกันตัวเอง ลดลงต่อเนื่องอย่างเห็นได้ชัด เหลือเพียงร้อยละ 73.6 ซึ่งต่ำที่สุดตั้งแต่ดำเนิน มาตรการมาในทุกพฤติกรรม

ไม่ว่าจะเป็นการสวมหน้ากากอนามัย หน้ากากผ้า การล้างมือ และเว้นระยะห่าง เช่นเดียวกับ การรวมกลุ่มทางสังคม และการเดินทางออกนอกจังหวัด ก็พบแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตลอดการสำรวจ

ส่วนพฤติกรรมตามตำบลวิถีใหม่ ที่ประชาชนยังทำได้ไม่เพียงพอมากที่สุด คือ การออกกำลังกายเป็นประจำ พบทำได้ทุกครั้งเพียงร้อยละ 52.9 ต่ำกว่าพฤติกรรมอื่นอย่างมาก ขณะที่มาตรการของรัฐในช่วงเดือนสิงหาคม ที่ประชาชนมั่นใจมากสุด คือ การรักษาพยาบาล และการให้ข้อมูลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว

นอกจากนี้ ยังสอบถามถึงมาตรการรับคนไทยกลับประเทศให้มากขึ้น ส่วนใหญ่เห็นด้วยให้ขยายจำนวนสถานกักกันของรัฐ หรือ State quarantine ร้อยละ 92.2 มากกว่าการเพิ่มทางเลือกการกักกันตัวเองที่บ้าน หรือ Home quarantine ร้อยละ 85

ในช่วงวันหยุดยาวนี้ ขอให้ประชาชนร่วมมือ ทำตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันตัวเอง จากการติดเชื้อ COVID-19 รวมทั้งงดเข้าไปอยู่ในพื้นที่แออัดเป็นเวลานาน ๆ

ขณะที่ ศาสตราจารย์ นพ. ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ภาพกราฟพฤติกรรมการป้องกันตนเอง ช่วง 15 พ.ค.-27 ส.ค.นี้ ซึ่งในภาพแสดงให้เห็นการป้องกันตนเองของคนไทยลดลง โดยระบุว่า คนไทยการ์ดตกมากขึ้นเรื่อยๆ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

คนแรก! สธ.ยืนยันผู้ต้องขังใหม่ติด COVID-19 ในไทยรอบ 100 วัน

ไทม์ไลน์ ผู้ต้องขังใหม่ ผลตรวจ COVID-19 รอบแรกเป็นบวก

"หมอยง" คาดสิ้นปีทั่วโลกติด COVID-19 แตะ 50 ล้านคน

 

 

 

 

 

 

แท็ก

แท็ก

แท็ก
กลับขึ้นด้านบน