เปิดบทสนทนาลับเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส

เปิดบทสนทนาลับเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส

เปิดบทสนทนาลับเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส

รูปข่าว : เปิดบทสนทนาลับเปลี่ยนความเร็วรถคดีบอส

สำนักข่าวอิศรา เผยบทสนาเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถของนายวรยุทธ อยู่วิทยา หลักฐานที่ส่งถึงกรรมการชุดของ ศ.วิชา มหาคุณ ด้าน องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ จี้ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยผลสอบ และเร่งนำตัวคนผิดมาลงโทษ

วันนี้ (8 ก.ย.2563) สำนักข่าวอิศรา เปิดเผยข้อมูลกรณีการตรวจสอบข้อเท็จจริงการเปลี่ยนแปลงความเร็วรถของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา โดยมีประเด็นที่เปิดเผยออกมาอย่างน้อย 3 เรื่อง คือ 1.การเลือกกำหนดให้ลงวันที่สอบปากคำ 2.การกำหนดตัวเลขความเร็วไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 3.ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงข้อมูลข้อเท็จจริงในคดี

สำหรับประเด็นเรื่องการกำหนดวันสอบปากคำในบทสนาชัดเจนว่ามีการเลือกวันสอบปากคำเป็น 2 วัน ทั้งที่ความจริงเป็นการพบกันเพียงครั้งเดียว และยังได้เสนอให้ลงบันทึกคำให้การเป็นวันที่ 26 ก.พ.2559 แทนที่จะเป็นวันที่ 29 ก.พ. 2559 และในการสนทนาดังกล่าว ยังระบุถึงบทสนทนาที่อ้างว่าเป็นพนักงานอัยการคอยให้คำแนะนำเรื่องรูปคดี และขอให้มีการเปลี่ยนความเร็วให้ไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงอยู่ด้วย

 

สำหรับประเด็นความเร็วรถพบว่ามีบทสนทนาที่ระบุถึงการหารือเรื่องวิธีการคำนวณเพื่อให้สอดคล้องกับวิธีคิดของนักวิชาการท่านหนึ่ง ระหว่างการสนทนาผู้ที่ถูกระบุว่าเป็นอัยการ ยังได้ระบุว่าอัยการตัั้งใจจะช่วยอย่างเต็มที่ จึงขอความกรุณาเรื่องการปรับเปลี่ยนความเร็วรถ

สำหรับหลักฐานชิ้นนี้ถูกระบุว่าเป็นการถอดบทสนทนาจากเทปบันทึกเสียงที่ได้มอบให้กับคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ที่มี ศ.วิชา มหาคุณ เป็นประธานซึ่งเป็น พยานหลักฐานที่

ศ.วิชา ระบุว่า ได้ผ่านการพิสูจน์ตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ และทำให้คณะกรรมการเชื่อโดยปราศจากข้อสงสัย


จี้นายกฯ เปิดผลสอบคดีบอส

ด้านองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ประเทศไทย (เอซีที) ออกจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ขอให้เปิดเผยรายงานผลการสอบสวนคดี นายวรยุทธ และเร่งเอาตัวคนผิดมาลงโทษ

โดยเนื้อหาในจดหมาย ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ส่งมอบรายงานผลการตรวจสอบฉบับสมบูรณ์ให้แก่นายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กรณีนี้ประชาชนให้ความสนใจติดตามเป็นอย่างมาก

เนื่องจากมีเหตุสื่อแสดงถึงการทุจริตคดโกงในหลายขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ในระบบยุติธรรม จนสร้างความเสียหายให้กับประเทศอย่างร้ายแรง

องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน เห็นว่าหากประวิงเวลาจะยิ่งทำให้ภาพลักษณ์ของระบบยุติธรรมและรัฐบาลยิ่งเสื่อมถอย ดังนั้น รัฐบาลควรเปิดเผยรายงานดังกล่าว ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใส ไม่ตัดทอน ไม่ปิดบังข้อมูลใดๆ และเร่งเอาคนผิดมาลงโทษโดยเร็ว เพื่อเรียกความมั่นใจของทุกฝ่ายให้กลับคืนมา

 

 

กลับขึ้นด้านบน