"พล.อ.ธีรชัย-พล.อ.ปรีชา"แคนดิเดต ผบ.ทบ.คนต่อไป

"พล.อ.ธีรชัย-พล.อ.ปรีชา"แคนดิเดต ผบ.ทบ.คนต่อไป

"พล.อ.ธีรชัย-พล.อ.ปรีชา"แคนดิเดต ผบ.ทบ.คนต่อไป

รูปข่าว : "พล.อ.ธีรชัย-พล.อ.ปรีชา"แคนดิเดต ผบ.ทบ.คนต่อไป

การแต่งตั้งโยกย้ายผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ แทน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ที่จะเกษียณอายุราชการ คงไม่เพียงพิจารณาผู้เหมาะสมทั้งอาวุโสและความสามารถ แต่อาจมีปัจจัยจากสถานการณ์การเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และจนถึงขณะนี้ทุกกระแสจับตามองไปที่ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช และ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ที่เป็นคู่ชิงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 39

เริ่มมีความชัดเจนแล้วตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกคนที่ 39 ต่อจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ที่จะเกษียณอายุราชการในอีก 3 เดือนข้างหน้านี้ อาจจะเป็น พล.อ.ธีรชัย นาควานิช หรือ  พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ด้วยคุณสมบัติที่ไม่ด้อยไปกว่ากันและปัจจัยแวดล้อมอื่น ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

ทั้ง พล.อ.ธีรชัย และ พล.อ.ปรีชา ในฐานะผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก หรือ 2 ใน 5 เสือทบ. ล้วนมีบทบาทสำคัญในการบริหารงานกองทัพบกช่วงที่ผ่านมา โดย พล.อ.ธีรชัย หรือ บิ๊กหมู กำกับดูแลงานด้านกำลังพลและงานพิเศษ อื่น ๆ ขณะที่ พล.อ.ปรีชา หรือ บิ๊กติ๊ก กำกับดูแลงานด้านส่งกำลังบำรุงและกิจการพลเรือน หากย้อนเส้นทางการรับราชการของผู้เหมาะสมทั้ง 2 คนนี้จะเห็นว่าต่างก็มีคุณสมบัติที่ไม่ด้อยไปกว่ากัน ซึ่งแม้ทั้งคู่จะไม่ได้เติบโตในตำแหน่งคุมกำลังรบโดยตรงมาตลอดและส่วนใหญ่ทำหน้าที่ในฝ่ายเสนาธิการ แต่ก็ได้ขึ้นไปถึงระดับแม่ทัพภาคทั้งคู่ โดย พล.อ.ธีรชัย ผ่านการเป็นแม่ทัพภาคที่ 1 ส่วน พล.อ.ปรีชา เคยเป็นแม่ทัพภาคที่ 3

ปัจจัยชี้วัดว่าใครจะได้ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญนี้ อาจไม่ใช่เพียงแค่หลักการอาวุโส ความรู้ความสามารถ และการบังคับบัญชางานในกองทัพเท่านั้น แต่น่าจะต้องผ่านการยอมรับและความเห็นจากหลายฝ่าย ก่อนจะเข้าสู่การหารือในที่ประชุมคณะกรรมการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ปี 2551

เพราะแม้ว่าผู้เสนอชื่อผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ จะเป็นผู้บัญชาการทหารบกคนปัจจุบัน แต่ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่น ๆ  ที่ต้องจับตามองด้วย โดย พล.อ.ธีรชัย ได้ชื่อว่ามีความใกล้ชิดกับ พล.อ.ประวิตร พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ ส่วน พล.อ.ปรีชา เป็นน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ แต่ก็มีช่องทางเปิดรองรับไว้ด้วยหากคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้รับเลือก โดยอาจจะถูกขยับไปเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมแทน ด้วยปีนี้ ยังมีตำแหน่งหลักอีกหลายคนที่จะเกษียณอายุราชการ ทั้งปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รวมไปถึงผู้บัญชาการทหารเรือ

นับถอยหลังไปอีก 3 เดือน นี้ จึงไม่เพียงต้องจับตาท่าทีของ พล.อ.อุดมเดช ผู้บัญชาการทหารบก ในการลงพื้นที่พบปะกำลังพลในหน่วยต่าง ๆ ทั่วประเทศ ท่ามกลางสถานการณ์ที่รัฐบาลและ คสช.ยังคงต้องการแรงสนับสนุนจากทุกฝ่ายเพื่อขับเคลื่อนโรดแมป  แต่ยังต้องติดตามการจัดวางตำแหน่งสำคัญในกองทัพที่จะต้องทำงานเชื่อมต่อและประสานกับฝ่ายการเมือง จนกว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และการเลือกตั้งโดยสมบูรณ์


กลับขึ้นด้านบน