65 องค์กร ร้อง "วราวุธ" ค้านทบทวนนำเข้าขยะพลาสติก

65 องค์กร ร้อง "วราวุธ" ค้านทบทวนนำเข้าขยะพลาสติก

65 องค์กร ร้อง "วราวุธ" ค้านทบทวนนำเข้าขยะพลาสติก

รูปข่าว : 65 องค์กร ร้อง "วราวุธ" ค้านทบทวนนำเข้าขยะพลาสติก

เครือข่ายภาคประชาสังคม 65 องค์กร เข้ายื่นหนังสือต่อ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ยืนยันมติเดิมของคณะอนุกรรมการฯ เมื่อปี 2561 ที่กำหนดให้ประเทศไทยยกเลิกการนำเข้าขยะ หรือเศษพลาสติก และซากอิเล็กทรอนิกส์ 100% ภายในปี 2563

วันนี้ (10 ก.ย.2563) เครือข่ายภาคประชาสังคม 65 องค์กร เข้ายื่นหนังสือต่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ขอให้ยืนยันมติเดิมของคณะอนุกรรมการฯ เมื่อปี 2561 ที่กำหนดให้ประเทศไทยยกเลิกการนำเข้าขยะ หรือเศษพลาสติก และซากอิเล็กทรอนิกส์ 100% ภายในปี 2563 แต่มติเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ที่ผ่านมา กลับให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมไปสำรวจผู้ประกอบการที่ยังมีความจำเป็นต้องนำเข้า เพื่อประกอบการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

สำหรับข้อเรียกร้องของเครือข่ายภาคประชาสังคมมี 9 ข้อหลัก คือ ให้รัฐบาลทำตามเป้าหมายที่เคยประกาศไว้ตามโรดแมป การจัดการขยะพลาสติกนำขยะพลาสติกกลับมาใช้ประโยชน์ 100% ภายในปี 2570 การสำรวจความต้องการนำเข้า ควรจะอิงปริมาณที่เคยนำเข้าในอดีต และควรให้กรมศุลกากร กำกับควบคุมอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะพลาสติกบางประเภทในกลุ่ม PET เพราะในประเทศมีจำนวนมากจนล้นตลาด


พร้อมทั้งเรียกร้องให้อนุญาตเฉพาะการนำเข้าเม็ดพลาสติกใหม่ หรือเม็ดพลาสติกรีไซเคิลเท่านั้น ซึ่งสามารถใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตได้ทันที และจะต้องใช้พลาสติกคัดแยกภายในประเทศเป็นวัตถุดิบร่วมในกระบวนการรีไซเคิล

นอกจากนี้ข้อมูลจากสมาคมซาเล้ง และร้านรับซื้อของเก่ายังพบว่า ขยะพลาสติกรีไซเคิลภายในประเทศ 1.6 ล้านตันต่อปี เพียงพอต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรม รวมถึงให้รัฐบาลควรมีมาตรการตรวจสอบ กำกับ ติดตาม และดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น มีหน่วยงานที่รับผิดชอบทำการตรวจสอบ เพิกถอนใบอนุญาตกับชิพปิ้ง และผู้นำเข้าทันที กรณีวัตถุดิบนำเข้าสำแดงเท็จ

ทางเครือข่ายฯ ระบุว่า การเรียกร้องให้ยืนยันตามมติเดิม ไม่ได้เป็นการเอาเปรียบบริษัทนำเข้า หรือธุรกิจรีไซเคิลขยะ เพราะมติเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2561 ได้ผ่อนผันให้มีการนำเข้าเป็นระยะเวลา 3 ปี จนครบกำหนดโควตา ในวันที่ 30 ก.ย.2563 แต่ยังพบมีการลักลอบนำเข้าเกินโควตา แสดงให้เห็นถึงจุดอ่อนของมาตรการกำกับการนำเข้าเศษพลาสติกด้วยการกำหนดโควตาของภาครัฐ และไม่เป็นธรรมกับบริษัทหรือซาเล้งภายในประเทศ


ขณะที่ตัวแทนกลุ่มซาเล้งฯ ยืนยันว่า ปัจจุบันสต็อกขยะพลาสติกรีไซเคิล มีเพียงพอ แต่ที่ต้องรอเพราะยังมีขยะพลาสติกจากต่างประเทศคงค้างอยู่จำนวนมาก ซึ่งย้อนแย้งกับสิ่งที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม บอกว่าไทยมีขยะพลาสติกที่ไม่ได้คุณภาพ

ก่อนหน้านี้ในการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและอิเล็คทรอนิกส์ ครั้งที่ 2/2563 กระทรวงอุตสาหกรรมชี้แจง ว่า เศษพลาสติกที่สามารถป้อนภาคอุตสาหกรรมที่มีภายในประเทศมีเพียง 3 ชนิด ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้ถึง 20 ชนิด รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงมอบหมายให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม กรมควบคุมมลพิษ และสถาบันพลาสติก ศึกษาข้อมูลว่า มีโรงงานทั้งหมดกี่แห่งที่จำเป็นต้องนำเข้า และประเภทพลาสติกที่จำเป็นต้องนำเข้ามีกี่ชนิด และชนิดไหนบ้างที่มีอยู่แล้วภายในประเทศ เสนอนำเสนอต่อที่ประชุมในครั้งถัดไปในวันที่ 11 ก.ย.นี้


ทั้งนี้ ต้องจับตาว่าในการประชุมครั้งถัดไป ท่าทีของรัฐมนตรีจะยังคงยืนตามมติเดิมหรือไม่ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่า ทั้งโรดแมปการจัดการขยะพลาสติก และการสั่งตรวจสอบทุจริตการนำเข้าขยะพลาสติก แผนผลักดันขยะออกนอกประเทศ ได้รับการสนับจากภาคประชาสังคมไม่น้อย

 

กลับขึ้นด้านบน