เร่งผลักดัน "เสือโคร่ง" หลุดป่าห้วยขาแข้ง

เร่งผลักดัน "เสือโคร่ง" หลุดป่าห้วยขาแข้ง

เร่งผลักดัน "เสือโคร่ง" หลุดป่าห้วยขาแข้ง

รูปข่าว : เร่งผลักดัน "เสือโคร่ง" หลุดป่าห้วยขาแข้ง

นักวิจัยเสือโคร่ง จากห้วยขาแข้ง เร่งผลักดันเสือโคร่งกลับเข้าป่า หลังออกมาล่าสุนัขของชาวบ้าน ชี้พฤติกรรมของเสือวัยรุ่นจะเริ่มแยกจากแม่หาพื้นที่ครอบครอง แนะชาวบ้านเลี่ยงใกล้เขตแนวป่า หลีกเลี่ยงการเดินทางกลางคืน

วันนี้ (14 ก.ย.2563) นายธนิตย์ หนูยิ้ม ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 จ.นครสวรรค์ กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีมีเสือโคร่งออกจากป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เข้ามาล่าสุนัขของชาวบ้านตั้งแต่วันที่ 8 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเจ้าหน้าที่สถานีวิจัยสัตว์ป่าเขานางรำ สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ยังคงส่งเจ้าหน้าที่ ให้การเฝ้าระวังคุ้มครองความปลอดภัยให้ชาวบ้านและเร่งผลักดันเสือโคร่งกลับเข้าป่าอย่างต่อเนื่อง

ดร.อัจฉรา ซิ้มเจริญ หัวหน้ากลุ่มงานวิชาการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 12 (นครสวรรค์) ได้ลงพื้นที่เพื่อหาข้อมูลเชิงวิชาการ ยืนยันว่ารอยตีนที่พบเป็นรอยตีนของเสือโคร่งจริง มีขนาดของรอยอุ้งตีนหน้า กว้าง 7.5 เซนติเมตร ขนาดอุ้งตีนหลังกว้าง 7 เซนติเมตร รอยอุ้งตีนขนาดนี้ บ่งบอกได้ว่าเป็นเสือโคร่งวัยรุ่น อายุประมาณ 2 ปี

ปกติเสือโคร่งวัยรุ่น จะมีพฤติกรรมโดยทั่วไปแยกออกจากแม่ ต้องออกร่อนเร่ เพื่อหาพื้นที่ครอบครองหากินเป็นของตนเอง เสือวัยรุ่นอยู่ในวัยคึกคะนอง เมื่อเจอเหยื่อทั้งที่บางครั้งยังไม่หิว จะเกเรลองกำลังเข้าจับหรือแกล้งเหยื่อ 

อย่างไรก็ตาม ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนรอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง ลดการทำกิจกรรมในพื้นที่ป่าที่ติดกับแนวเขตป่าห้วยขาแข้ง เพราะอาจจะเป็นการขัดขวางการเดินทางกลับพื้นที่ของเสือโคร่ง หลีกเลี่ยงการเดินทางในเวลากลางคืนโดยเจ้าหน้าที่ยังได้ติดตั้งกล้องแอบดักถ่ายภาพไว้ พร้อมทั้งยังคงจัดชุดเฝ้าระวังร่วมกับชาวบ้านอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะมั่นใจว่าเสือโคร่งกลับเข้าป่า

 

กลับขึ้นด้านบน