"ศาลปกครอง" สั่งกทม.ระงับเวนคืนถนนเลียบคลองประปา

"ศาลปกครอง" สั่งกทม.ระงับเวนคืนถนนเลียบคลองประปา

"ศาลปกครอง" สั่งกทม.ระงับเวนคืนถนนเลียบคลองประปา

รูปข่าว : "ศาลปกครอง" สั่งกทม.ระงับเวนคืนถนนเลียบคลองประปา

ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว กรณีพิพาทระหว่าง กทม.กับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ 6 คน โดยให้ระงับการเวนคืนที่ดินเพื่อก่อสร้างถนนเลียบคลองประปาฝั่งตะวันออก เชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะ กับถนนสรงประภา จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา

วันนี้ (16 ก.ย.2563) ศาลปกครองกลาง มีคำสั่งเกี่ยวกับวิธีการคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา ในคดีหมายเลขดำที่ 1915/2563 ระหว่างนายศักดิ์ณรงค์ ทยาเศรษฐ์ ผู้ฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 6 คน กับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 กับพวกรวม 2 คน

คดีนี้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า ขณะเวลาที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กรุงเทพมหานคร) โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออก ประกาศรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในโครงการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อก่อสร้างถนนเลียบ คลองประปาฝั่งตะวันออก เชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะ กับถนนสรงประภา ปรากฏว่าในช่วงเวลานั้นมีการใช้บังคับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และพ.ร.บ.ว่าด้วยการเวนคืน และการได้มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ.2562

ดังนั้นการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 มิได้เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อออกพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะเวนคืน เพื่อให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการเข้าไปสำรวจทรัพย์สินและตกลงซื้อขาย กับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ตามขั้นตอนและวิธีการที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติฯ แต่กลับตกลงซื้อขายกับเจ้าของอสังหาริมทรัพย์โดยใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ต.ค.2500 

ซึ่งเป็นเพียงแนวทางปฏิบัติแก่หน่วยงานราชการ จึงเป็นกรณีที่อาจมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎ หมายซึ่งหากปล่อยให้มีการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ตามโครงการฯ โดยใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีต่อไป ย่อมทำให้ผู้ฟ้องคดีทั้ง 6 ซึ่งเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์ได้รับความเดือดร้อนเสียหายในระหว่างพิจารณาคดีของศาล และยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลัง คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งหกจึงมีมูลและมีเหตุเพียงพอที่จะนำมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษามาใช้ อีกทั้งการที่ศาลมีคำสั่งให้

ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ระงับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์โดยการใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2500  ในโครงการฯ ไว้ก่อน ย่อมทำให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ได้มีโอกาสพิจารณาปรับปรุงแผนการดำเนินงานตามโครงการฯ รวมทั้งการเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อเป็นเงิน ค่าทดแทนที่จะต้องนำไปจ่ายให้แก่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่อให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด อันจะเป็นผลดีแก่การบริหารราชการของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 จึงเห็นได้ว่ามิได้ก่อให้เกิดปัญหาอุปสรรคแก่การจัดทำบริการสาธารณะของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 แต่อย่างใด

ศาลจึงมีคำสั่งกำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนการพิพากษาให้
ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ระงับการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ เพื่อก่อสร้างถนนเลียบคลองประปาฝั่งตะวันออกเชื่อมระหว่างถนนแจ้งวัฒนะ กับถนนสรงประภา โดยการใช้วิธีปรองดองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 ต.ค.2500 ไว้ก่อนจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน