คกก.วินัยฯ ปรับ "ท่าเรือ แพ้ โปลิศ เทโร" 0 - 2 เหตุไฟสนามดับ

คกก.วินัยฯ ปรับ "ท่าเรือ แพ้ โปลิศ เทโร" 0 - 2 เหตุไฟสนามดับ

คกก.วินัยฯ ปรับ "ท่าเรือ แพ้ โปลิศ เทโร" 0 - 2 เหตุไฟสนามดับ

คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ สั่งลงโทษให้ การท่าเรือ เอฟซี แพ้ โปลิศ เทโร เอฟซี 0 - 2 ประตู ปรับเงิน 50,000 บาท กรณีที่ไฟฟ้าส่องสว่างของสนามแข่งขันดับลง และไม่สามารถดำเนินแข่งขันต่อไปได้

รูปข่าว : คกก.วินัยฯ ปรับ "ท่าเรือ แพ้ โปลิศ เทโร" 0 - 2 เหตุไฟสนามดับ

วันนี้ (16 ก.ย.63) ในการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 15/2563 โดยมี พล.ต.ท. อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมฯ โดยมีหัวข้อหลักเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก เกมที่ 5 คู่ระหว่าง การท่าเรือ เอฟซี พบ โปลิศ เทโร เอฟซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย.63 ที่ผ่านมา โดยเหตุการณ์สำคัญคือในระหว่างการแข่งขัน ในนาทีที่ 88 ไฟส่องสว่างภายในสนาม แพท สเตเดียม เกิดการดับลง และการแข่งขันไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ และในวันนี้ ทางคณะกรรมการได้เชิญตัวแทนจากสโมสรการท่าเรือ และตัวแทนจากการไฟฟ้า เข้ามาชี้แจงเกี่ยวกับสาเหตุทั้งหมด ก่อนที่จะเข้าสู่ขึ้นตอนพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท

หลังการประชุม พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน โฆษกสมาคมฯ และประธาน คณะกรรมการพิจารณาวินัยมารยาท กล่าวว่า กรณีคู่ระหว่าง การท่าเรือ กับ โปลิศ เทโร เอฟซี ในนาทีที่ 88 เหลืออีก 2 นาที ในเวลาแข่งขัน เสมอกันอยู่ 1-1 และเกิดไฟฟ้าดับทั้งสนาม และดับนานเกิน 60 นาที

ผู้ควบคุมการแข่งขัน นายประกาศิต อยู่พิมพ์วงศ์ ได้ชี้แจงเพิ่มเติมในรายละเอียด รวมถึงเรื่องที่ทางการไฟฟ้านครหลวง เดินทางไปหน้างานในคืนนั้น คณะฯ จึงได้ทำหนังสือเชิญการท่าเรือชี้แจง รวมถึงการไฟฟ้านครหลวง ซึ่งได้ตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร หลังเกิดเหตุทันที การไฟฟ้ายืนยันและแจ้งสาเหตุ ที่สนามแพท สเตเดียม ลงไปในเฟซบุ๊กของการไฟฟ้า ตามที่ปรากฏซึ่งข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติ ผู้แทนการท่าเรือชี้แจงว่าเกิดจากอุปกรณ์การไฟฟ้า Circuit Breaker ภายในสนามบกพร่องในการใช้งานตามหนังสือของการไฟฟ้านครหลวง ยืนยันว่าเกิดจาก Main Circuit Breaker ชำรุดจนไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าเข้าสู่สนามได้

ทางการท่าเรือยอมรับข้อเท็จจริง ว่าบทสรุปเกิดจากความบกพร่องของอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า ในสนามแพท สเตเดียม ซึ่งลักษณะเดียวกันนี้ก็เคยเกิดขึ้นและลงโทษมาหลายครั้งในสนามอื่น คงจะต้องใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน เหมือนกับกรณีของ สโมสร หนองบัว พิชญ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทีมเหย้า สโมสรสมาชิกที่เป็นทีมเจ้าบ้านจะต้องมีการติดตั้ง ดูแล บำรุง ระบบไฟฟ้าหลักและสำรอง ให้อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ หากเกิดการชำรุดในระบบก็มีเวลา 60 นาทีในการแก้ไขให้กลับมาใช้ ซึ่งเป็นข้อบังคับของสมาคมฯ อย่างเช่นที่ต้องมีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองถ้าไม่มีจะเป็นความผิดเพื่อป้องกันกรณีที่การไฟฟ้าหลักไม่สามารถจ่ายไฟได้

ทางการท่าเรือเอง ก็มีเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองแต่ปั่นแล้วไม่สามารถจ่ายไฟเข้าไปได้เนื่องจากตัวจ่ายพังและชำรุดซึ่งเป็นข้อบกพร่องในแพท สเตเดียม ที่มีหน้าที่คอยควบคุม กำกับดูแล อุปกรณ์สำรอง แก้ไขให้เสร็จสิ้นภายใน 60 นาที

ในกรณีตามข้อบังคับว่าด้วย วินัย มารยาท ของสมาคม ข้อ 5.1.10 กรณีที่ไฟฟ้าส่องสว่างของสนามแข่งขันดับลง และไม่สามารถดำเนินการต่อไป เป็นระยะเวลารวมกันทั้งหมด 60 นาที องค์กรสมาชิกที่เป็นทีมเหย้าจะต้องถูกปรับแพ้และถูกปรับเงิน 50,000 บาท ทั้งต้องรับผิดชอบ ความเสียหายที่เกิดจริงต่อทางสมาคมฯ ประกอบกับในระเบียบบทที่ 3 วรรคท้าย กรณีที่จะต้องปรับแพ้ จะต้องปรับแพ้ด้วยประตูห่างกัน 0-2 เท่ากับว่า การท่าเรือ เอฟซี แพ้ โปลิศ เทโร ไป 0-2 ประตู

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวปิดท้ายว่า “จากกรณีที่ศูนย์บริหารสถานการณ์ COVID-19 (ศบค.) ได้เตือนมาในเรื่องของการจัดการแข่งขันแบบมีผู้ชมเข้าในสนามแต่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบของการเว้นระยะห่างทางสังคมและการสวมหน้ากากนั้น จากนี้ไปจะมีการจับตาดูมากขึ้น ถ้าหากพบว่าสนามใดที่ไม่ทำตามระเบียบต่างๆ จะมีการลงโทษตามระเบียบต่อไป เพราะว่าถ้าหากไม่มีการเข้มงวดให้มากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบถึงสนามบางสนามจะถูกงด หรือห้ามใช้งานได้ ต้องอย่าลืมว่าทุกวันนี้ฟุตบอลไทยลีกมีการถ่ายทอดสดไปหลายประเทศ ดังนั้นภาพที่ปรากฏจะเป็นหลักฐานว่าทำตามกฎระเบียบหรือไม่

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน