พายุ "โนอึล" เข้ามุกดาหารแล้ว ทำภาคเหนือ-อีสานฝนตกหนัก

พายุ "โนอึล" เข้ามุกดาหารแล้ว ทำภาคเหนือ-อีสานฝนตกหนัก

พายุ "โนอึล" เข้ามุกดาหารแล้ว ทำภาคเหนือ-อีสานฝนตกหนัก

รูปข่าว : พายุ "โนอึล" เข้ามุกดาหารแล้ว ทำภาคเหนือ-อีสานฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา เกาะติดเส้นทางพายุโซนร้อน "โนอึล" เข้า จ.มุกดาหาร บ่าย 2 คาดจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน ห่วงพื้นที่รองรับน้ำสกลนคร ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ มหาสารคาม บุรีรัมย์ ลุ่มน้ำชีตอนล่าง เสี่ยงน้ำท่วม แต่ความเสียหายไม่เท่าพายุโพดุล

วันนี้ (18 ก.ย.2563) เวลา 14.00 น. นาวาอากาศเอก สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา แถลงข่าวการติดตามเส้นทางและผลกระทบพายุโซนร้อนโนอึล ว่า ปรากฎการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา มีความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณประเทศฟิลิปปินส์ และทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จากนั้นเข้าพื้นที่ประเทศเวียดนาม เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ และเคลื่อนตัวผ่านประเทศลาว ด้วยความเร็วรอบศูนย์กลาง 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นพายุโซนร้อน หรือต่ำกว่า 64 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

 

โนอึลเข้า "มุกดาหาร"

เมื่อเข้าประเทศไทยที่ จ.มุกดาหาร รอยต่อ จ.อำนาจเจริญ คาดว่าจะอ่อนกำลังเป็นดีเปรสชัน ซึ่งขณะนี้มีฝนตกหนักและลมแรง จากนั้นจะเคลื่อนเข้า จ.กาฬสินธุ์ จ.ขอนแก่น จ.หนองบัวลำภู จ.ชัยภูมิ

เส้นทางของพายุจะลดระดับเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ และเคลื่อนตัวสู่ จ.พิษณุโลก จ.สุโขทัย จ.ตาก สลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกระจายตัวในพื้นที่ภาคเหนือ ทำให้ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลาง โดยเฉพาะ จ.นครสวรรค์ มีฝนตกหนักมาก รวมทั้งมีผลกระทบที่ จ.กำแพงเพชร จ.อุตรดิตถ์ จ.พิจิตร จ.ตาก กรุงเทพฯ จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.พระนครศรีอยุธยา จ.อ่างทอง

ผลกระทบในกรุงเทพฯ วันที่ 19 ก.ย.นี้ ความเสียหายจะไม่หนักเท่ากับที่เกิดในภาคอีสานขณะนี้

 

ห่วงพื้นที่รองรับน้ำ "ร้อยเอ็ด-สกลนคร"

ส่วนพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือได้รับผลกระทบตั้งแต่เมื่อวานนี้ (17 ก.ย.) หลายพื้นที่มีปริมาณฝนเกิน 100 มิลลิเมตร และเกิดน้ำท่วมขัง น้ำรอการระบาย ขณะที่อ่างเก็บน้ำสามารถรองรับน้ำได้ในลุ่มน้ำใหญ่ แต่ลุ่มน้ำล่าง ๆ ได้รับผลกระทบบ้าง

ทั้งภาคอีสานส่วนใหญ่มีฝนตกหนักมาก ยกเว้นบึงกาฬ หนองคาย อุดรธานีมีฝนตกหนักไปถึงวันพรุ่งนี้ ส่วนภาคเหนือตอนล่าง พิษ พิษณุโลก กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ ตาก พิจิตร เลยไปถึงภาคกลาง นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี อยุธยา สิงห์บุรี อ่างทอง สมุทรสาคร สมุทรสงคราม รวมทั้ง กทม.

 

นอกจากนี้ อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ทำให้พื้นที่ภาคตะวันออก จ.จันทบุรี จ.ตราด มีฝนตกหนักถึงหนักมาก ถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้ รวมทั้งชายฝั่งทะเลอันดามัน เช่น จ.ภูเก็ต จ.พังงา จ.ระนอง มีคลื่นลมแรงทั้งสองฝั่ง คลื่นสูง 4 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า หลังเกิดปรากฎการณ์นี้ ยังต้องเฝ้าระวังพื้นที่รองรับน้ำ พื้นที่ราบลุ่มต่ำ หรือพื้นที่ทางน้ำไหลผ่าน ที่ได้รับผลกระทบมวลน้ำจากพื้นที่ตอนเหนือ เช่น จ.สกลนคร จ.ร้อยเอ็ด จ.กาฬสินธุ์ จ.มหาสารคาม จ.บุรีรัมย์ ลุ่มน้ำชีตอนล่าง

คาดความเสียหายน้อยกว่า "โพดุล"

สำหรับการเคลื่อนตัวของพายุขณะนี้อยู่ที่ 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเคลื่อนตัวตลอด แตกต่างจากพายุโพดุลที่หยุดนิ่ง ส่งผลให้แต่ละพื้นที่มีปริมาณน้ำเฉลี่ยกันไปและความเสียหายแตกต่างกัน ไม่ใช่ความเสียหายบริเวณกว้าง หรือมีขนาดใหญ่ ลักษณะเช่นนี้คล้ายกับความเสียหายของพายุเซินกา ปี 2560 ที่เป็นการกระจายตัว ยกเว้นเส้นทางน้ำไหลที่มีขยะมูลฝอยและเส้นทางตื้นเขิน

เลี่ยงอยู่ที่โล่งแจ้ง-ต้นไม้ใหญ่

ก่อนหน้านี้เมื่อเวลา 11.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่องพายุระดับ 3 (โซนร้อน) โนอึล มีผลกระทบจนถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้ โดยเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันนี้ พายุโซนร้อนโนอึลปกคลุมบริเวณเมืองสาละวัน ประเทศลาวตอนกลาง โดยมีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 200 กิโลเมตร ทางด้านตะวันออกของ จ.มุกดาหาร หรือที่ละติจูด 16.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 106.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้ได้เคลื่อนขึ้นฝังบริเวณเมืองดานัง ประเทศเวียดนามตอนกลางเมื่อเวลา 07.00 น.ของวันนี้ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณ จ.มุกดาหาร ในบ่ายวันนี้ (18 ก.ย. 2563) หลังจากนั้นคาดว่าจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุระดับ 2 (ดีเปรสชัน) ในระยะต่อไป

สำหรับผลกระทบพายุดังกล่าวทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมาก กับมีลมแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ ขอให้ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณดังกล่าว ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ และระวังอันตรายจากลมแรง โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

69 จังหวัดฝนตกหนักถึงหนักมาก

ทั้งนี้ คาดว่ามีพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบฝนตกหนักถึงหนักมาก ในช่วงวันที่ 18-19 ก.ย.2563 ได้แก่ ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย จ.พะเยา จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.น่าน จ.แพร่ จ.อุตรดิตถ์ จ.สุโขทัย จ.ตาก จ.กำแพงเพชร จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร และ จ.เพชรบูรณ์, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.เลย จ.หนองบัวลำภู จ.หนองคาย จ.บึงกาฬ จ.อุดรธานี จ.สกลนคร จ.นครพนม จ.ชัยภูมิ จ.ขอนแก่น จ.มหาสารคาม จ.กาฬสินธุ์ จ.มุกดาหาร จ.ร้อยเอ็ด จ.ยโสธร จ.อำนาจเจริญ จ.นครราชสีมา จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี, ภาคกลาง จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท จ.นครสวรรค์ จ.ลพบุรี จ.สระบุรี จ.อ่างทอง จ.สิงห์บุรี จ.สุพรรณบุรี และจ.กาญจนบุรี รวมทั้งกรุงเทพฯ และปริมณฑล, ภาคตะวันออก จ.นครนายก จ.ปราจีนบุรี จ.สระแก้ว จ.ฉะเชิงเทรา จ.ชลบุรี จ.ระยอง จ.จันทบุรี และ จ.ตราด, ภาคใต้ จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี จ.ระนอง จ.พังงา จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.ตรัง และ จ.สตูล

ส่วนในวันที่ 20 ก.ย.2563 บริเวณที่มีฝนตกหนัก ได้แก่ ภาคเหนือ จ.แม่ฮ่องสอน จ.เชียงใหม่ จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.ตาก จ.สุโขทัย และ จ.กำแพงเพชร, ภาคกลาง จ.ราชบุรี จ.กาญจนบุรี จ.อุทัยธานี จ.สุพรรณบุรี และ จ.ชัยนาท, ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี จ.ระยอง จันทบุรี และ ตราด, ภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง จ.พังงา จ.ภูเก็ต และ จ.กระบี่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สธ.สั่งสถานพยาบาลรับมือน้ำท่วมจากพายุ "โนอึล" 

คมนาคมเตรียมแผนรับมือ "โนอึล" พร้อมช่วยประชาชน 24 ชม. 

 

กลับขึ้นด้านบน