"วิโรจน์" ขอปรับงบฯศธ. 450 ล้านบาท ลดภาระครู-คืนครูสู่ห้องเรียน

"วิโรจน์" ขอปรับงบฯศธ. 450 ล้านบาท ลดภาระครู-คืนครูสู่ห้องเรียน

"วิโรจน์" ขอปรับงบฯศธ. 450 ล้านบาท ลดภาระครู-คืนครูสู่ห้องเรียน

รูปข่าว : "วิโรจน์" ขอปรับงบฯศธ. 450 ล้านบาท ลดภาระครู-คืนครูสู่ห้องเรียน

"วิโรจน์" ส.ส.พรรคก้าวไกล ขอปรับลดงบฯกระทรวงศึกษาธิการ 450 ล้านบาท โดยตัดงบฯโครงการที่ไม่จำเป็นและซ้ำซ้อนกับวิชาที่เรียนอยู่แล้ว พร้อมลดกิจกรรมลูกเสือโดยปรับให้เน้นทักษะการเอาชีวิตรอด

วันนี้ (18 ก.ย.63) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิสร ส.ส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ วงเงิน 1,853.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุน 1,657.56 ล้านบาท ขณะที่โครงการที่สร้างภาระงานด้านธุรการให้ครู ดึงครูออกนอกห้องเรียนยังมีอีกจำนวนมาก โดยอัตราเบิกจ่ายงบลงทุนของกระทรวงศึกษาธิการปี 58 - 62 เบิกจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 75.4 ขณะที่ปี 63 เบิกจ่ายได้ร้อยละ 35.8 ขณะที่งบลงทุนในปี 64 จำนวน 21,103.70 ล้านบาท จะมีส่วนที่เบิกจ่ายไม่ทันอยู่แล้ว 5,195 ล้านบาท ซึ่งงบประมาณที่ตัดออกไปจึงเป็นงบลงทุนจำนวน 1,657.56 ล้านบาท ที่เบิกจ่ายไม่ทันอยู่แล้ว หรือหากจะคิดว่ามีการตัดงบประมาณจริงจึงจะอยู่ที่ประมาณ 195.75 ล้านบาท

นายวิโรจน์ ยังกล่าวว่า มีโครงการที่ดึงครูออกจากจำนวนมากเช่น โครงการโรงเรียนสีขาว โรงเรียนคุณธรรม ซึ่งเมื่อค้นไปยังกิจกรรมก็พบว่าส่วนใหญ่ซ้ำซ้อนกับวิชาที่เด็กต้องเรียนอยู่แล้วเช่นหน้าที่พลเมือง สังคมศึกษา ซึ่งครูทำการสอนด้วยการบูรณาการอยู่แล้ว ซึ่งโครงการที่ดึงครูออกจากห้องเรียนจากทั้งหมด 200 วัน ครูทิ้งห้องเรียน 84 วันขณะที่ครูในแต่ละโรงเรียนก็มีจำนวนน้อย

ผมยืนยันว่า พอเจาะเข้าไปโครงการเหล่านี้มีแต่ที่จะถลุงงบประมาณ โดยไม่เคยมีไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ตามชื่อโครงการเลย

ดังนั้นจึงขอปรับลดงบประมาณของสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในโครงการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดจำนวน 25.0906 ล้านบาท และขอปรับลดงบประมาณของสพฐ. จำนวน 351.4598 ล้านบาท ในโครงการต่าง ๆ ดังนี้ โครงการเสริมสร้างระเบียบวินัย คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ จำนวน 111.7173 ล้านบาท

 

โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา 59.6993 ล้านบาท โครงการพัฒนาหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน การวัดผลและประเมินผล 15.1667 ล้านบาท โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และธรรมภิบาลในสถานศึกษา จำนวน 101.797 ล้านบาท และโครงการชับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน 63.0795 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการร่วมกับภาคเอกชนทำCSRอยู่แล้ว

 

ขณะที่วิชาลูกเสือสร้างภาระให้กับผู้ปกครองอย่างมาก โดยเฉพาะชุดลูกเสือที่มีราคาประมาณ 1,000 บาท ขณะที่นักเรียนใส่เพียงปีละไม่เกิน 40 วันต่อปี โดยโรงเรียนยังประทบปัญหาทุพโภชนา น้ำดื่มสะอาด ความปลอดภัยในโรงเรียน และอื่น ๆ ยังคงมีปัญหาจำนวนมาก รวมถึงการขาดแคลนสื่อการเรียนการสอน โดยเสนอให้เป็นกิจกรรมชมรมให้เด็กเรียนตามสมัครใจเพื่อลดความซ้ำซ้อนกับวิชาอื่น ๆ และเน้นวิชาทักษะการเอาชีวิตรอด เช่น แก้ปัญหาเด็กจมน้ำเสียชีวิต ดังนั้น จึงขอปรับลดงบประมาณเกี่ยวกับกิจกรรมลูกเสือลงอีก 80.7961 ล้านบาท รวมกับโครงการต่าง ๆ ทั้งหมด 457.3465 ล้านบาท

กลับขึ้นด้านบน