“อาฒยา” ซิวแชมป์ที่สอง “สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ”สนาม 6 ที่พานอราม่า

“อาฒยา” ซิวแชมป์ที่สอง “สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ”สนาม 6 ที่พานอราม่า

“อาฒยา” ซิวแชมป์ที่สอง “สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ”สนาม 6 ที่พานอราม่า

รูปข่าว : “อาฒยา” ซิวแชมป์ที่สอง “สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ”สนาม 6 ที่พานอราม่า

วันนี้ ( 19 ก.ย. 63 ) สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพสตรี ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และบริษัท สิงห์คอร์เปอเรชั่น จำกัด จัดการแข่งขันกอล์ฟอาชีพสตรีปีที่ 12 รายการที่ 6 ประจำปี 2563 “สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ 2020” ชิงเงินรางวัล รวม 1 ล้านบาท ผู้ชนะจะได้รับ 120,000 บาท ที่ สนามพานอราม่า กอล์ฟ แอนด์ คันทรี่คลับ จ.นครราชสีมา

รายการนี้เป็นการแข่งขันแบบสโตรกเพลย์ 3 วัน 54 หลุมมีนักกอล์ฟสตรีร่วมชิงชัยทั้งหมด 98 คน เป็นนักกอล์ฟอาชีพ 89 คน และนักกอล์ฟสมัครเล่น 9 คน โดยผู้ทำคะแนนเกิน 16 โอเวอร์พาร์ 88 จะไม่ได้สิทธิ์เล่นในรอบต่อไป และเมื่อผ่านการแข่งขันสองวันผู้ที่ทำคะแนนในอันดับ 1-50 และเสมอ(ไม่รวมนักกอล์ฟสมัครเล่น)จะได้ผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย

โดยยังคงเป็นศึกกอล์ฟชีพที่ต้องอยู่ในเงื่อนไขคงไว้ซึ่งมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 อาทิ มีการตรวจวัดอุณหภูมิก่อนแข่ง มีเจลหรือแอลกอฮอล์ล้างมือไว้ตามจุดต่างๆ ให้ผู้เล่นพกพาแอลกอฮอล์หรือเจลล้างมือไว้ตลอดเวลาที่แข่งขัน ส่งสกอร์โดยสแกนคิวอาร์โค้ด และมีผู้ชมเข้าไปเชียร์ในสนามได้แล้ว เป็นต้น

เมื่อจบการแข่งขัน3วัน54หลุม โดยยังมีฝนโปรยในช่วงเช้าจากพายุ”โนอึล”ที่พัดผ่านภาคอีสาน “โปรจีน”อาฒยา ฐิติกุล สาวน้อยวัย 17 ปีจากราชบุรี เจ้าของแชมป์ไทยแอลพีจีเอทัวร์สนามที่ 3 เก็บได้อีก 3 อันเดอร์พาร์ 69 โดยรอบเก้าหลุมแรกทำได้แค่พาร์ แต่มาเครื่องร้อนในรอบเก้าหลุมหลังที่ได้ 4 เบอร์ดี้ที่หลุม 11,14,16 ละ 17 โดยเสียโบกี้เดียวที่หลุม 15 พาร์ 3 สามวันรวม 9 อันเดอร์พาร์ 207 คว้าถ้วยรางวัล “ย่าโมประทานพร”พร้อมเงินรางวัลไป 120,000 บาท นับเป็นการคว้าชัยชนะในการเล่นอาชีพเป็นครั้งที่สอง ต่อจากเคยได้แชมป์ไทยแอลพีจีเอ สนามที่ 3 ที่สนามกอล์ฟกบินทร์บุรี สปอร์ตคลับ จ.ปราจีนบุรี เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

 

อาฒยา ฐิติกุล แชมป์สนามที่ 6 เปิดใจว่า “รู้สึกดีค่ะ แต่ไม่ได้ดีใจที่ได้แชมป์แต่รู้สึกดีที่มีอะไรอิมพรู๊ฟขึ้น วีคนี้พัตต์อิมพรู๊ฟขึ้นเยอะค่ะ แต่ก็มีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องกลับไปซ้อมให้มากกว่าเดิม แม็ทช์นี้ประทับใจพัตต์มากเพราะแม็ทช์ที่แล้วพัตต์ไม่ดีคิดมากด้วยเยอะด้วยและเน้นเกินไปก็ไม่ดี แม็ทช์นี้พัตต์ได้โฟลขึ้นทำให้เกมมันไหลขึ้น วันนี้รอบเก้าหลุมแรกเก็บได้แต่พาร์ วันนี้จีนตี 8 แฟร์เวย์ ทำ 15 ออนและ 31 พัตต์ เป็นเพราะไม่ค่อยให้โอกาสตัวเองพัตต์สักเท่าไหร่ค่ะ คือพัตต์ไกลไปนิดแต่รอบหลังให้โอกาสตัวเองพัตต์เยอะขึ้นก็เลยทำได้ค่ะ เคยแข่งกอล์ฟสภาพอากาศหนักกว่านี้ความจริงเมื่อวานก็ไม่มีผลอะไรมากแต่เป็นพราะจีนตีไม่ดีเอง สุดท้ายฝากแฟนกอล์ฟชาวไทยช่วยตามเชียร์ด้วยค่ะเพราะจีนก็ยังแข่งอยู่ในไทยแอลพีจีเออยู่ค่ะ ยังรอดูสถานการณ์อยู่ค่ะ แอลอีที(เลดี้ส์ยูโรเปี้ยนทัวร์)ก็อาจจะไปเล่นบ้างค่ะ เพราปีนี้แอลอีทียังไม่หมด ฝากเป็นกำลังใจให้พวกเราทุกคนด้วยนะคะ แม็ทช์หน้าพวกเราจะมีการแข่งขันที่ขอนแก่นค่ะ”

 


อันดับสองเฉือนกันสโตรกเดียวเป็นของ”โปรออม”สุภมาส แสงจันทร์ วัย 24 ปีจากสุโขทัย ผู้เล่นในเจแปนสเต็ปอัพทัวร์ อดีตแชมป์ไทยแอลพีจีเอ 2019ที่กบินทร์บุรี ทำเพิ่มได้อีก 2 อันเดอร์พาร์ 70 จาก สามเบอร์ดี้ที่หลุม 6,8,12 และ 16 อีเกิ้ลที่หลุม 17พาร์ 5 โดยเสียโบกี้ที่หลุม 1,5 7 สามวันรวม 8 อันเดอร์พาร์ 208 รับเงินรางวัล 69,000 บาท โดย”โปรออม”กล่าวว่า “วันนี้ตีลบ2รวมสามวันรวมลบ8ค่ะ ค่อนข้างพอใจกับผลงานแม็ทช์นี้ค่ะเพราะออกไปเก้าหลุมแรกผลงานไม่ค่อยดีมาก พยายามเก็บแล้วก็ยังหลุดแต่พอมาเก้าหลุมหลังตีเหล็กเข้าก็เลยได้เบอร์ดี้เยอะค่ะ ประทับใจกรีนที่นี่ค่ะ สนามสวยและท้าทายมากค่ะ ฝากตามเชียร์พวกเราต่อไปด้วยนะคะ”

 

 

อันดับสามมีด้วยกันสองคนได้แก่ “โปรปริญญ์”ปวริศา ยกทวน วัย 26 ปีจากนครศรีธรรมราช ผู้เล่นในแอลพีจีเอ ทัวร์ และ”โปรแจ๊คกี้”อาภาสิรี จุลยา วัย 25 ปีจากกรุงเทพฯผู้เล่นในไชน่าแอลพีจีเอ และไต้หวันแอลพีจีเอ ที่สกอร์รวม 5 อันเดอร์พาร์ 211 แบ่งเงินรางวัลไปคนละ 50,500 บาท โดย”โปรปริญญ์”ปวริศา และ”โปรจีน”อาฒยา ยังได้โบนัสเป็นรางวัลตีดีประจำวันคนละครึ่งเป็นบัตรของขวัญมูลค่า 15,000 บาท จากผลิตภัณฑ์ลีโอเนี่ยนอีกด้วยจากการที่ตีวันสุดท้ายเข้ามาคนละ 3 อันเดอร์พาร์ 69

ปวริศา ยกทวน กล่าวว่า “วันนี้สกอร์ลบ3รวมสามวันลบ5ค่ะ เป็นที่พอใจสำหรับตัวปริญญ์เอง พอดีเดือนที่ผ่านมามือปริญญ์อักเสบซ้อมไม่ได้เต็มที่แม็ทช์นี้เลยถือว่าเล่นได้ค่อนข้างดีเลยค่ะ ประทับใจสนามที่กรีนดีมากค่ะ ขนาดเมื่อวานฝนตกหนักทั้งวันเกิน24 ชั่วโมงวันนี้สภาพกรีนยังดีอยู่เลยค่ะ แทบจะไม่แฉะเลยเพราะว่าเป็นสนามภูเขาด้วย วันนี้พัตต์เก็บได้มากขึ้นเมื่อวานหลุดเยอะไปหน่อยพัตต์ใกล้ๆไม่ลง ฝากแฟนกอล์ฟทั้งในและต่างประเทศตามเชียร์พวกเราด้วยนะคะ”

อาภาสิรี จุลยา กล่าวว่า “วันนี้วันนี้ตี1อันเดอร์สามวันรวมลบ5ค่ะ พอใจกับผลงานค่ะ อาทิตย์นี้ทั้งแชมเปี้ยนชิพและชาลเล้นจ์ตีได้ดีขึ้นชอบเล่นกลางฝนค่ะสนุกมาก พยายามมองให้เป็นเรื่องดีไป ได้ฝึกการเล่นในคอนดิชั่นที่ยากไปด้วยเลย ประทับใจตัวเองว่าเล่นอย่างเอ็นจอยมากค่ะประทับใจการจัดการแข่งขัน และสนามที่นี่ด้วยค่ะกรีนดีมาก ฝากติดตามพวกเราต่อไปที่สนามสิงห์ปาร์คขอนแก่นด้วยนะคะ”

 

 

 

ส่วนอันดับ5 เป็นของ “โปรเปียโน”อาภิชญา ยุบล วัย 18 ปีเจ้าของสถิติแชมป์ 5 รายการติดต่อกันของไทยแอลพีจีเอ ก่อนขึ้นแท่นมือ 1 ทำเงินในปี 2018 เก็บได้อีเว่นพาร์ 72 สามวันรวม 4 อันเดอร์พาร์ 212 รับเงินรางวัลไป 38,500 บาท อันดับ 6 เป็นของ “โปรพริม”พริมา ธรรมมารักษ์ ที่ 2 อันเดอร์พาร์ 214 เงิรางวัล 34,900 บาท

 


ส่วนแชมป์นักกอล์ฟสมัครเล่นเป็นของ”น้องเนย”ณัชชารีย์ฐานชิตนิธิธันยา ลูกครึ่งไทย-สวิส วัย 17 ปีจากอุบลราชธานี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ที่รร.ปทุมวิทยากร ทำได้7 โอเวอร์พาร์ 223 ในลำดับที่ 29 ร่วมของทัวร์นาเม้นท์


สำหรับการแข่งขัน “สิงห์-เอสเอที ไทยแอลพีจีเอ แชมเปี้ยนชิพ2020”ชิงเงินรางวัล 1 ล้านบาท สนามที่ 7 จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8-10 ตุลาคม 2563 ณ สนามสิงห์ปาร์คขอนแก่น กอล์ฟคลับ จ.ขอนแก่น

กลับขึ้นด้านบน